QHHRREIT Overview
QHHRREIT เป็นกองทรัสต์ประเภทโรงแรมและเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ระดับความเสี่ยง 8 สินทรัพย์หลักในปัจจุบัน ประกอบด้วย
- โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ พลัส ประตูน้ำ (Freehold) ห้องพักจำนวน 266 ห้อง ตั้งอยู่ใจกลางย่านประตูน้ำ หนึ่งในทำเลเชิงพาณิชย์และใกล้แหล่งช้อปปิ้ง เช่น Platinum และ Central World ดึงดูดทั้งนักธุรกิจ ผู้ค้าส่ง และนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ สุขุมวิท 10 (Freehold) ห้องพักจำนวน 226 ห้อง ตั้งอยู่บน ถนนสุขุมวิท ซอย 10 เชื่อมต่อย่านธุรกิจหลักย่านอโศก-นานา ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์สำคัญ เช่น Terminal 21 และ EmQuartier
- โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ สีลม (Leasehold หมดอายุวันที่ 19 ก.ค. 2596) ห้องพักจำนวน 214 ห้องตั้งอยู่ในโครงการ Mixed-used ผสานที่พักอาศัย โรงแรม และพื้นที่ไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุง ใกล้ย่านธุรกิจหลัก สีลม–สาทร
- โรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม (Leasehold หมดอายุวันที่ 31 พ.ค. 2569) ห้องพักจำนวน 178 ห้อง ตั้งอยู่ในย่านชิดลม ซอยหลังสวน บนศูนย์กลางธุรกิจ (Super Prime CBD) แวดล้อมด้วยย่านพักอาศัยระดับบน ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์อย่าง Velaa และ สำนักงานชั้นนำหลากหลายแห่ง
สำหรับผลการดำเนินงานของ QHHRREIT ในช่วง 9 เดือนแรกของ 2568 เติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความต้องการที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของทรัพย์สินปัจจุบันอยู่ที่ 87% ซึ่งใกล้เคียงกับก่อนโควิด-19 สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวและการได้รับปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวของไทยที่เติบโตได้ดี โดย 9 เดือนแรกของ 2568 กองทรัสต์จ่ายปันผลจากการดำเนินงานไปแล้วรวม 0.47 บาทต่อหน่วย
ในครั้งนี้ QHHRREIT เตรียมลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 เป็นการต่ออายุในสิทธิการเช่าโรงแรมเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม ที่มีผลประกอบการโดดเด่นและอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 91% โดยต่ออายุระยะเวลา 30 ปี ซึ่งภายหลังการเข้าลงทุนจะทำให้อายุเฉลี่ยคงเหลือถ่วงน้ำหนักของทรัพย์สินหลักประเภทสิทธิการเช่าเพิ่มขึ้นจาก 27.2 ปี เป็น 28.6 ปี** ประมาณการอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนปีแรกอยู่ที่ 11.3%*** และสัดส่วนทรัพย์สินที่เป็น Freehold อยู่ที่ 63% และ Leasehold 37% การมีสัดส่วน Freehold ที่สูงจะช่วยสร้างความมั่นคงในมูลค่าทรัพย์สินระยะยาว ในขณะที่ส่วน Leasehold ช่วยเสริมสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ การต่ออายุสิทธิการเช่าทรัพย์สินที่มีศักยภาพจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง กระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์
** ภายหลังการเข้าลงทุนครั้งที่ 2 คำนวณจากวันที่ 1 มิ.ย. 2569 (รวมสิทธิในการต่ออายุการเช่าช่วง) จากราคาประเมินมูลค่าทรัพย์สินครั้งล่าสุดสำหรับทรัพย์สินปัจจุบัน และราคาประเมินมูลค่าทรัพย์สินโดยบริษัทเอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง แวลูเอชั่น จำกัด สำหรับโครงการเซนเตอร์ พอยต์ ชิดลม ฉบับลงวันที่ 1 ก.ค. 2568
*** ประมาณการจ่ายประโยชน์ตอบแทนภายหลังกองทรัสต์เข้าลงทุนในทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ในปีแรกภายใต้กรณีฐาน เท่ากับประมาณ 0.74 บาทต่อหน่วย คิดเป็นประมาณการอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนปีแรกเท่ากับประมาณร้อยละ 11.3 (คำนวณบนสมมติฐานราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมที่ 6.60 บาทต่อหน่วย และมูลค่าการเข้าลงทุนในทรัพย์สินที่กองทรัสต์จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ที่ 1,233.50 ล้านบาท) ทั้งนี้ ราคาเสนอขายสุดท้าย จำนวนหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมสุดท้าย และจำนวนเงินกู้ยืมที่ใช้ อาจแตกต่างจากสมมติฐานที่ใช้ในการจัดทำรายงานและข้อมูลทางการเงินตามสถานการณ์สมมติดังกล่าว โดยผู้จัดการกองทรัสต์จะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ในช่วงที่มีการเสนอขายหน่วยทรัสต์ ซึ่งรวมถึง สภาพตลาดเงิน ตลาดทุน และผลการสำรวจความต้องการของผู้ลงทุนสถาบัน (Book Building) เป็นต้น
หมายเหตุ
ประมาณการอัตราการจ่ายประโยชน์ตอบแทนปีแรก (Dividend Yield) เป็นเพียงการแสดงประมาณการตามสมมติฐานหลายประการ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงและไม่อาจรับรองผลได้ โดยเป็นเพียงตัวเลขประมาณการผลตอบแทนที่คาดว่าผู้ถือหน่วยทรัสต์จะได้รับในช่วงเวลาประมาณการวันที่ 1 มิ.ย. 2569 ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2570
คำเตือน
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน
- แบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนอยู่การพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. และยังไม่มีผลใช้บังคับ ดังนั้นข้อมูลจึงอาจเปลี่ยนแปลงได้อีก
- ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-7776784