เมื่อประกันสุขภาพไม่มี จะรับมือกับค่าผ่าตัดอย่างไรดี

การใช้เวลาไถฟีดอ่านข้อความบนโซเชียลในเย็นวันหนึ่ง ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนขึ้นมาได้


วันนั้นเป็นเช้าวันทำงานที่เร่งรีบเหมือนทุกๆ วัน ฉันลงจากรถไฟฟ้า แล้วก็แวะซื้อข้าวเหนียวหมูทอดเจ้าอร่อยมานั่งกินในโรงอาหารของที่ทำงาน ระหว่างที่หยิบหมูทอดและจกข้าวเหนียวเข้าปากไปได้ไม่กี่คำ อยู่ๆ ก็รู้สึกปวดท้องขึ้นมา เหมือนมีใครมาบิดลำไส้จนไม่สามารถนั่งตัวตรงได้


ฉันปวดท้องจนเหงื่อท่วมตัว ทั้งที่ร่างกายรู้สึกหนาว เพื่อนร่วมงานที่เห็นเหตุการณ์รีบเอายาแก้ปวดมาให้ จนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงอาการปวดท้องก็ดีขึ้น ฉันเลยจะกลับเข้าไปทำงาน แต่ทุกเสียงในขณะนั้นแนะนำให้ไปหาหมอ เผื่อปวดท้องขึ้นมาอีกเดี๋ยวจะแย่เอา


วันนั้นฉันกลับบ้านพร้อมถุงข้าวเหนียวหมูทอดที่ยังเหลืออยู่กว่าครึ่งถุง และออกไปโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแถวบ้านกับแม่


ที่โรงพยาบาลหมอซักอาการแล้วส่งฉันไปอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนล่าง เพราะฉันปวดท้องบ่อย อาการคล้ายปวดประจำเดือน แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นปวดมากและนานเท่าครั้งนี้มาก่อน


ผลอัลตราซาวนด์ออกมา ปรากฏว่า…ฉันเป็นช็อกโกแลตซีสต์ที่รังไข่ทั้งสองข้าง ขนาดใหญ่ประมาณลูกเทนนิสทีเดียว และต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น ซึ่งซีสต์ที่ว่านี้เกิดจากประจำเดือนที่ร่างกายขับออกมาไม่หมด ก็เลยไปสะสมอยู่บริเวณอุ้งเชิงกราน เช่นที่รังไข่บ้าง มดลูกบ้าง นานเข้าเลือดก็กลายเป็นสีคล้ำคล้ายสีซ็อกโกแลต พอมีประจำเดือนมาในแต่ละครั้ง ถุงนี้ก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

อะไรกันนี่ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุจะสามสิบแล้ว ฉันไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นนอนโรงพยาบาลเลยสักครั้ง แล้วนี่ต้องผ่าตัดเลยหรือ ทั้งกลัวและกังวล อยากขอกลับไปทำใจที่บ้านก่อน แต่โรงพยาบาลแนะนำให้ admit เพราะหากถุงซีสต์แตกขึ้นมาจะอันตรายมาก


แม่เองก็กังวัลไม่น้อยไปกว่าฉัน ก็เลยขอหมอกลับไปเตรียมตัวที่บ้านก่อน แต่ก็ไม่ลืมที่จะสอบถามค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ไว้ ซึ่งส่วนตัวฉันไม่มีประกันสุขภาพ มีก็แต่ประกันสุขภาพกลุ่มของที่ทำงานเท่านั้น ซึ่งโรงพยาบาลคำนวณค่าใช้จ่ายจากแพ็กเกจออกมาให้ประมาณหนึ่งแสนหกหมื่นนิดๆ โดยประกันกลุ่มของที่ทำงานช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท ที่เหลือต้องออกเอง แต่เรื่องไม่จบแค่นี้


วันรุ่งขึ้นแม่ตัดสินใจเปลี่ยนโรงพยาบาล เพราะมีคนรู้จักแนะนำอาจารย์หมอชื่อดังและมากประสบการณ์ให้ อย่างน้อยก็การันตีได้ว่างานนี้ปลอดภัย และแผลสวยแน่นอน แต่ถ้าอยากได้คิวเร็วต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนในวันที่หมอมีคิวตรวจ แม่เลยพาฉันไปพบอาจารย์หมอท่านนี้ที่โรงพยาบาลหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง


หมอท่านนี้วินิจฉัยเหมือนหมอท่านแรก ก็คือต้องผ่าตัดด้วยการเปิดหน้าท้อง ไม่สามารถส่องกล้องได้เพราะซีสต์มีขนาดใหญ่เกินไป โดยโรงพยาบาลก็ประเมินค่าใช้จ่ายมาให้อยู่ที่ประมาณสองแสนปลายๆ แพงกว่าโรงพยาบาลแรกเท่าตัว จะด้วยค่าตัวของหมอและความไฮโซของโรงพยาบาลประกอบกันด้วยหรือเปล่าไม่ทราบได้ แต่ก็คงต้องเป็นหมอมือดี มากประสบการณ์ท่านนี้ละ จะแพงหน่อยก็ไม่เป็นไร แลกกับความสบายใจในการผ่าตัด ความสบายกายที่จะได้รับจากบริการ สถานที่ สะระตะดูแล้ว ก็คิดว่ารับได้


ฉันมีเวลาเตรียมตัวก่อนผ่าตัดประมาณสองอาทิตย์กว่า ก็เลยปรึกษากับทางบ้านเรื่องค่ารักษาพยาบาล ซึ่งฉันเลือกที่จะไม่รบกวนเงินของพ่อแม่ เพราะท่านก็มีค่าใช้จ่ายของครอบครัวอยู่แล้ว เลยไปขอสินเชื่อกับธนาคารที่อยู่ตรงข้ามกับบริษัทที่ฉันทำงาน โดยมีฝ่ายบุคคลของที่บริษัทคอยให้คำแนะนำและออกเอกสารรับรองให้อย่างรวดเร็ว


ตอนยื่นขอสินเชื่อ ฉันเตรียมเอกสารต่างๆ ไปอย่างครบถ้วน ทำให้ได้รับแจ้งผลอนุมัติก่อนวันที่ต้องเข้าผ่าตัด เลยไม่ต้องเครียดเรื่องเงินแล้ว

การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี พยาบาลยิ้มแย้มแจ่มใส เอาใจใส่คนไข้ดีมาก หมอที่มาทำหน้าที่วางยาสลบก็มือเบาแถมพูดจาไพเราะด้วย หมอผู้ช่วยก็เป็นหมอชื่อดังในวงการสูตินารีแพทย์ ห้องผ่าตัดดูทันสมัยและสะอาดสะอ้าน ฉันหลับไปเพราะฤทธิ์ยาพร้อมประโยคที่หมอพูดว่า “เดี๋ยวเอาซีสต์ออก ก็ไม่ปวดท้องแล้ว” 


เขียนมาถึงตรงนี้อยากจะบอกว่า ใครที่ไม่มีประกันสุขภาพมาช่วยแบ่งเบาค่าใช่จ่ายในการรักษาพยาบาล หรือสุขภาพไม่พร้อมทำประกัน แต่มีเหตุผลต้องรีบทำการรักษา การขอสินเชื่อคือทางออกที่ตอบโจทย์เราได้ และการขอสินเชื่อในวันนี้ก็ไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อสองปีก่อนแล้ว เพราะฟีดบนหน้าจอที่ฉันเพิ่งเห็นและทำให้นึกถึงการผ่าตัดเมื่อสองปีก่อนขึ้นมาได้ ก็คือข้อความที่ว่า


สินเชื่อเพื่อการรักษาพยาบาล สมัครผ่านแอป SCB EASY ผ่อนสบายแสนละ 2,500 บาท ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน และหลักทรัพย์ค้ำประกัน สนใจสมัครออนไลน์ คลิก https://www.scb.co.th/th/personal-banking/loans/personal-loans/speedy-education-medical.html