ร้อนใจ ผ่อนรถไม่ไหว ทำไงดี

เมื่อการถอยรถใหม่ป้ายแดง คือ ความฝันของใครหลายคน แต่หากวันหนึ่ง เราไม่สามารถผ่อนรถให้หมดได้ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากปัญหาเงินขาดมือจากสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น ตกงานกะทันหัน เจ็บป่วยจนขาดรายได้ หรือเกิดสภาวะเงินตึงมือ ทำให้เราไม่สามารถผ่อนรถได้ตามปกติ และเสียเครดิตทางการเงิน  ลองมาดูวิธีดี ๆ ที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้กันได้เลย


เช็กสถานะการเงินก่อน

หากเราตกอยู่ในสถานการณ์นี้ และยังไม่อยากเสียรถไปลองตรวจสอบความสามารถทางการเงิน และภาระการผ่อนชำระที่มีอยู่ทั้งหมดในตอนนี้ ว่ารายได้ที่มีอยู่สามารถนำมาผ่อนรถได้จำนวนเท่าไหร่ หลังหักรายจ่ายจำเป็นประจำเดือน พร้อมรวบรวมเอกสารแสดงรายได้ที่ลดลงช่วงโควิด 19 เพื่อนำไปเป็นหลักฐานการพิจารณาขอประนอมหนี้ต่อไป


ปรับโครงสร้างหนี้ ผ่อนที่ไหว

เมื่อเราทราบสถานการณ์ทางการเงินของตัวเองชัดเจนแล้ว ขั้นต่อไปลองติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้ หรือรีไฟแนนซ์รถยนต์ พร้อมยื่นหลักฐานทางการเงินที่ได้รวบรวมไว้ ขอแนวทางการแก้ไขปัญหาชั่วคราว เพื่อให้เรายังสามารถจ่ายค่างวดรถต่อไปได้ เช่น การลดค่างวดลง ยืดเวลาผ่อนออกไป เมื่อภาระปัญหาทางการเงินลดลง  ค่อยปรับเพิ่มยอดผ่อนกลับไปเท่าเดิม การใช้วิธีนี้จะมีผลให้ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น แต่ช่วยลดปัญหาการผิดนัดชำระหนี้จนเสียเครดิตทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลเสียหากเราต้องขอสินเชื่อในอนาคตได้

cannot-pay-car-loan-01

ขายดาวน์ เปลี่ยนสัญญา

ถ้าเราพิจารณาแล้วว่า ภาระทางการเงินที่มีอยู่ในตอนนี้ล้นมือจนไม่สามารถจัดการได้ เราสามารถขายดาวน์รถแบบเปลี่ยนสัญญา แม้ราคาขายอาจขาดทุน ไม่เท่าจำนวนเงินดาวน์ และค่างวดที่จ่ายไป แต่ก็ช่วยลดภาระหนี้สินที่ตึงมือ  และรักษาประวัติการเงินที่ดีเอาไว้ได้  ซึ่งการขายดาวน์เท่ากับเป็นการส่งต่อสัญญาขายรถให้คนที่มีกำลังผ่อนมารับช่วงต่อไป และเรายังได้รับเงินก้อนคืนมาส่วนนึงอีกด้วย


คืนรถ จบหนี้

ในกรณีนี้ต้องเป็นการคืนรถโดยไม่ผิดสัญญา คือ เจ้าของรถจะต้องเป็นฝ่ายขอติดต่อคืนรถก่อน และสภาพรถต้องไม่เสียหาย ไม่มีค่างวดค้างจ่าย หากตรวจสอบแล้วว่าเราไม่ผิดสัญญาใด ๆ  สามารถคืนรถได้โดยอาจต้องจ่าย ค่าส่วนต่าง กรณีรถที่ถูกขายทอดตลาดได้ราคาไม่เพียงพอจ่ายหนี้คงค้างเดิม เมื่อคืนรถและจ่ายเงินตามที่กำหนดแล้ว เท่ากับว่าเราเป็นอิสระจากภาระหนี้สินนั้น ๆ


หากเราพบว่ากำลังมีปัญหา ไม่สามารถผ่อนรถต่อไปได้ตามที่เคยวางแผนไว้ ให้รีบตัดสินใจ แก้ไขปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนการผิดนัดชำระค่างวดตามเงื่อนไขที่กำหนด เพราะหากเราปล่อยให้รถถูกยึด เนื่องจากผิดนัดชำระค่างวด อาจส่งผลให้การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ทำได้ยากขึ้น รวมถึงต้องรับผิดชอบค่าเสียหายอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ดอกเบี้ยระหว่างผิดสัญญา ค่าติดตามหนี้ หรือค่าเสียหายอื่น ๆ ดังนั้น เราจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ และเลือกแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะกับความต้องการและความสามารถทางการเงินของเราให้มากที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาบานปลาย และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในอนาคต