มาตรการส่งเสริมรถ EV จุดเริ่มต้นการเติบโต

ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ผู้ขับขี่รถยนต์น่าจะเผชิญปัญหาเดียวกัน คือ ภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น โดยปัจจัยหลักมาจากอุปสงค์หรือความต้องการในการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ตามการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม และความตึงเครียดระหว่ารัสเซียกับยูเครน ผลักดันราคาน้ำมันดิบโลกเพิ่มขึ้น


ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยทำให้กระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เริ่มพูดถึงมากขึ้น เช่นเดียวกับภาครัฐได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า ที่สำคัญประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก โดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ได้ออกแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ตามนโยบาย 30@30 คือ การตั้งเป้าผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดในปี 2573


โดยมีเป้าหมายผลิตประเภทรถยนต์นั่งไฟฟ้าและรถกระบะไฟฟ้า 725,000 คัน และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 675,000 คัน รถบัสและรถบรรทุก 34,000 คัน นอกจากนั้น ยังมีการส่งเสริมการผลิตรถสามล้อ เรือโดยสาร และรถไฟระบบรางอีกด้วย

เป้าหมายการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ประเภทรถยนต์นั่งและรถกระบะ 440,000 คัน รถจักรยานยนต์ 650,000 คัน รถบัสและรถบรรทุก 33,000 คัน รวมถึงการกำหนดเป้าหมายการส่งเสริมสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะแบบ Fast charge จำนวน 12,000 หัวจ่าย และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1,450 สถานี อีกทั้งมีมาตรการส่งเสริม ZEV ในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน เพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน แผนส่งเสริมผู้ประกอบการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และแผนการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรและกำลังคน


เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า ประกอบด้วยมาตรการภาษี และมาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าลดลง และกระตุ้นการบริโภครถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมาตรการที่ออกมาจากที่ประชุม ครม. แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ มาตรการที่เกี่ยวเนื่องกับภาษีและ มาตรการอุดหนุน 

โลกของพลังงานกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป จากการใช้น้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งภาครัฐได้ให้ความสำคัญและสนับสนุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และในอนาคตมีโอกาสเห็นการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าผ่านมาตรการต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง