ประปา (รีส)

เรื่อง: โตมร ศุขปรีชา


Hi-Light:

  • ชาวปารีสมีน้ำประปาหรือน้ำก๊อกใช้ในบ้านมาตั้งแต่ พ.ศ. 2324 ซึ่งเป็นปลายรัชสมัยของพระเจ้าตากสินแล้ว ชาวปารีสถึงได้ภูมิใจในน้ำก๊อกของเขามาก เวลาไปร้านอาหารต่างๆ คุณสามารถสั่ง Tap Water ได้ เพราะ Tap Water ในปารีส ไม่ใช่น้ำประปาเหม็นคลอรีน แต่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับน้ำแร่ชั้นดี
  • น้ำประปา (รีส) นั้น ไม่ได้มีเฉพาะน้ำก๊อกหรือ Tap Water เท่านั้น ทว่ายังมีการออกแบบให้เป็น ‘น้ำพุ’ (Fountain) ด้วย โดยในกรุงปารีสมี Fountain มากมายถึง 1,200 แห่ง ทว่าที่น่าตื่นตะลึงมากๆ ก็คือมีอยู่ 6 แห่ง ที่เป็น 'น้ำพุมีฟอง' (Sparkling Water Fountain) แบบเดียวกับแชมเปญ เพียงแต่เป็นน้ำบริสุทธิ์เท่านั้นเอง


คุณคิดว่า กรุงปารีสมี ‘น้ำประปา’ ใช้มาตั้งแต่เมื่อไรครับ

ร้อยปีก่อนหรือเปล่า หรือจะเก่าแก่ระดับสองร้อยปีกันเลยหรือ ไม่เก่าไปหน่อยหรอกหรือ นี่เราพูดถึงกันการส่งน้ำไปตาม ‘ท่อ’ ตามบ้านต่างๆ นะครับ การส่งท่อไปสู่บ้านเรือนผู้คนน่าจะเป็นกิจการใหญ่ ไม่น่าจะเก่าแก่ได้ถึงระดับสองร้อยปีหรอกน่า


แต่ที่จริงแล้ว ต้องบอกคุณว่า ชาวปารีสมีน้ำประปาหรือน้ำก๊อกใช้ในบ้านมาตั้งแต่ พ.ศ. 2324 ซึ่งเป็นปลายรัชสมัยของพระเจ้าตากสินแล้ว


พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ชาวปารีเซียงมีน้ำประปาใช้ตามบ้านมาตั้งแต่ก่อนตั้งกรุงรัตนโกสินทร์!


จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมชาวปารีสถึงได้ภูมิใจในน้ำก๊อกของเขามาก เวลาไปร้านอาหารต่างๆ คุณสามารถสั่ง Tap Water ได้ เพราะ Tap Water ในปารีส ไม่ใช่น้ำประปาเหม็นคลอรีน แต่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับน้ำแร่ชั้นดี


หน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำประปาของคนปารีสทั้งเก่าแก่และทันสมัยมากในเวลาเดียวกัน เพราะเป็นมรดกตกทอดกันมายาวนานและมีพัฒนาการมาเรื่อยๆ จนเกิดเป็นบริษัท Eau de Paris ที่ทางเมืองปารีสถือหุ้นใหญ่ คอยผลิตและดูแลน้ำก๊อกของปารีส


น้ำครึ่งหนึ่งที่ใช้ผลิตน้ำ ‘ประปา (รีส)’ มาจากแม่น้ำเซน แต่อีกครึ่งหนึ่งมาจากทั้งแหล่งน้ำพุในชั้นหินใต้ดิน (Sub-Strata) และที่ 'ขนส่ง' กันมาโดยใช้ระบบรางแบบ Aqueduct เช่น Aqueduct de l’Avre ที่ขนน้ำจากนอร์มังดีมาปารีสโดยใช้แค่แรงโน้มถ่วงเป็นระยะทางไกลมากถึง 102 กิโลเมตร


โดย Aqueduct de l’Avre ที่ว่านี้ ก็ถือเป็นความภูมิใจของชาวปารีสอีกเช่นกัน เพราะออกแบบโดย Fulgence Bienvenue ซึ่งเป็นคนออกแบบระบบเมโทรของปารีส และช่วงหนึ่งของ Aqueduct นี้ที่ต้องสร้างเป็นสะพาน ก็ได้คนระดับ กุสตาฟ ไอเฟล ผู้ออกแบบหอไอเฟล มาเป็นคนออกแบบ

ที่สำคัญ น้ำประปา (รีส) นั้น ไม่ได้มีเฉพาะน้ำก๊อกหรือ Tap Water เท่านั้น ทว่ายังมีการออกแบบให้เป็น ‘น้ำพุ’ (Fountain) ด้วย โดยในกรุงปารีสมี Fountain มากมายถึง 1,200 แห่ง ทว่าที่น่าตื่นตะลึงมากๆ ก็คือมีอยู่ 6 แห่ง ที่เป็น 'น้ำพุมีฟอง' (Sparkling Water Fountain) แบบเดียวกับแชมเปญ เพียงแต่เป็นน้ำบริสุทธิ์เท่าน้ันเอง


ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ชาวปารีเซียงภาคภูมิใจในน้ำประปา (รีส) อย่างยิ่ง ก็คือทางการปารีสในนามของ Eau de Paris ทำน้ำก๊อกที่ว่านี้ออกขายเป็นขวดด้วยนะครับ โดยมีการออกแบบขวดให้มีลักษณะเป็นแบบคาราฟ ซึ่งเป็นขวดแก้ว และแต่ละเขต (Arrondissement) ของปารีส ก็จะมีขวดแบบ Limited Edition ที่ดีไซน์ขวดของตัวเองออกมาไม่เหมือนกัน นัยว่าเพื่อประชาสัมพันธ์ความภาคภูมิใจของท้องถิ่น (Promoting Neighborhood Pride) นั่นเอง โดยขวดที่เก๋ที่สุด ต้องไปซื้อขวดแบบพรายฟองจากตู้หยอดเหรียญที่สวน André Citroën park ซึ่งอยู่ในเขต 15 เพราะว่าขวดของที่นี่ ออกแบบโดย ฟิลิป สตาร์ค ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก


Eau de Paris บอกว่า การผลิตน้ำก๊อกของปารีสนั้น ต้องมีคุณสมบัติคือ Transparency, Closeness, Quality และ Responsibility นั่นคือโปร่งใส, อยู่ใกล้ชิดประชาชน, มีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบ ซึ่งแสดงให้เราเห็นว่า ชาวปารีสเห็นว่า 'น้ำ' คือ Public Service สำคัญที่เป็นพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ในฐานะมนุษย์ขนาดไหน


น้ำก๊อกไม่ใช่แค่น้ำก๊อก แต่คือความภาคภูมิใจของชาติด้วย