ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
01-01-2561
เรื่องโดย: ภู เมฆพิพัฒน์
แทบทุกคนที่พอรู้ว่าผมจะไปเยือนดินแดนชื่อไม่คุ้นหูสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย จะมีคำถามพร่างพรูออกมามากมาย ส่วนใหญ่หนักไปในทางไม่เห็นด้วย อาจเพราะชื่อเสียงที่เคยได้ยินผ่านสื่อต่างๆ ไล่ตั้งแต่ประเพณีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากคนไทยเอามากๆ ไปจนถึงข่าวคราวสถานการณ์ความไม่สงบที่มักมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง
ยังไม่นับว่าการเดินทางไปเยือนปากีสถานสำหรับคนไทยอาจจะยุ่งยากอยู่ซักเล็กน้อย โดยเฉพาะการขอวีซ่า (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำให้มันยุ่งยากทำไม) เริ่มจากกรอกแบบฟอร์มที่ดาวน์โหลดจากเทีเว็บสถานฑูตฯ พร้อมด้วยพาสปอร์ตกับเอกสารปึกใหญ่หอบหิ้วไปยื่นที่สถานฑูตปากีสถานที่ซอยนานา ถ้าเอกสารครบก็ต้องเดินออกไปโอนเงินค่าวีซ่าที่ธนาคารตรงปากซอย แล้วค่อยเดินย้อนกลับมาสถานฑูตเพื่อรับใบเสร็จรับเงินและใบนัดรับวีซ่าอีกที ซึ่งปกติจะใช้เวลา 3 วันทำการ
ทั้งหมดนี้ต้องไปด้วยตัวเองเท่านั้น มอบอำนาจให้ใครไปทำแทนไม่ได้.... ยุ่งมั้ย... ถามใจเธอดู?
แต่เมื่อเพื่อนร่วมทริปอีก 2 คนยืนยันเป็นมั่นเหมาะถึงความมุ่งมาดปรารถนาในการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินและวีซ่าก็พาเราลัดฟ้าสู่เทือกเขาคาราโครัมในเย็นวันหนึ่งก่อนลมหนาวแรกของปี 2559 จะพัดผ่านเข้ามา
การเดินทางในปากีสถาน นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถไปด้วยตนเองได้ ต้องใช้บริการเอเย่นต์ทัวร์ที่โน่นออกหนังสือรับรองให้เราใช้เป็นเอกสารประกอบไปยื่นขอวีซ่า เพื่อนผมส่ง email ไปถึง Altaf เอเย่นต์ทัวร์ที่ปากีสถานให้ช่วยจัดโปรแกรมการเดินทางให้ แจ้งไปว่ามีเวลากี่วัน, มีเงื่อนไขอะไรบ้าง, ความต้องการเป็นยังไง, ฯลฯ ทางโน้นจะส่งโปรแกรมให้เราดูพร้อมค่าใช้จ่ายทั้งหมด มีทั้งแบบแพ็กเกจเหมาหมดค่ารถค่าน้ำมันค่าไกด์ค่าโชเฟอร์ค่ากินค่านอนค่าใบอนุญาต พูดง่ายๆ ว่าไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊ง หรือจะเป็นแบบบุฟเฟต์ รวมทุกอย่างยกเว้นค่ากิน คือ หากินกันเองก็ได้ ต่อรองกันจนพอใจแล้วก็ยืนยันตามนั้น เตรียมเงินสดไปจ่ายทีเดียวที่โน่นเลย เมื่อไปถึงก็ต้องพึ่งเอเย่นต์ตลอดทริป จะเดินทางไปไหนต้องมีการขออนุญาต มีใบ Permit แสดงให้เจ้าหน้าที่ตรวจตามจุดต่างๆ ผมกับเพื่อนๆ มีรถขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมโชเฟอร์และไกด์พาเราตะลอนไปตามโปรแกรมที่วางไว้ ซึ่งโดยรวมแล้วก็เป็นไปตามโปรแกรมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
สำหรับผู้ที่อยากจะไปสัมผัสปากีสถานบ้าง พอจะสรุปจากประสบการณ์ตรงมาได้ประมาณนี้
15. คาราโครัมไฮเวย์เป็นไฮเวย์ที่สูงที่สุดในโลก (จากระดับน้ำทะเล) เชื่อมระหว่างจีนกับปากีสถาน ระยะทางรวมประมาณ 1,400 กม.
16. ไฟฟ้าในปากีสถาน ยังไม่เสถียร หลายโรงแรมไฟฟ้า (รวมทั้งสัญญาณไวไฟ) ไม่พอใช้ และเปิดปิดไฟเป็นเวลา บางที่ไม่มีน้ำอุ่นอาบ
17. ที่นั่นฝุ่นค่อนข้างเยอะ เข้าใจว่าไม่มีคนกวาดถนนเหมือนบ้านเรา ใครแพ้ฝุ่นควันควรพกหน้ากากกันฝุ่นไปด้วยก็ดีครับ
18. ถึงจะมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ควรประมาท ปฏิบัติตามคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด โดยส่วนตัวผมจะซื้อประกันการเดินทางทุกครั้งเมื่อไปต่างประเทศ และขอแนะนำให้ซื้อกัน เชื่อเถอะ.... มันไม่คุ้มหรอกถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น แลกกับเงินไม่กี่ร้อยบาท ที่สำคัญจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายในภายหลังว่า “รู้งี้ ซื้อประกันการเดินทางซะก็ดี”
ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้มาชวนเชื่อให้รีบเก็บกระเป๋าขอวีซ่าไปเที่ยวปากีสถาน เพียงแต่สรุปจากประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสมา 7-8 วัน ประเทศนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวแบบสมบุกสมบันอยู่ซักหน่อย แต่ยืนยันว่ามันก็ไม่ถึงกับลำบากมากมาย (ผมเจอก๊วนคนไทยวัยเกษียณจับกลุ่มไปเที่ยวกันเองด้วย) เมื่อแลกกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ตระการตากับความเป็นมิตรของผู้คนที่ได้พบเจอ แค่นี้ก็เพียงพอที่จะต้องหาโอกาสกลับไปเยือนอีกครั้ง.... แน่นอน.