เปิดโลกประสบการณ์ความสนุกของวัยรุ่นกับ ZAAP PARTY

หากกล่าวถึงนักจัดงานอีเวนท์รุ่นใหม่ ชื่อของ คุณบาส เทพวรรณ คณินวรพันธุ์ CEO ZAAP PARTY ต้องติดโผอันดับต้นๆ คนมาแรงแห่ง พ.ศ. นี้อย่างแน่นอน ด้วยผลงานการจัดอีเวนท์มากกว่า 600 เวที ทั้งในและต่างประเทศ ในระยะเวลาเพียง 7 ปี และหลายงานได้รับเสียงตอบรับเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เช่นคอนเสิร์ตรวมพลคนโสดที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ อย่าง Single Festival หรืองาน “Waterzonic” เทศกาลคอนเสิร์ต EDM ท่ามกลางสายน้ำที่โด่งดัง

เขาทำอะไรกันที่ ZAAP PARTY?

“สิ่งที่ ZAAP Party ทำคือการดีไซน์สร้างประสบการณ์ สร้างความสุขให้คนที่มาร่วมงาน” ซีอีโอหนุ่มวัย 28 กล่าว “ที่มาทำตรงนี้ได้เพราะเป็นคนชอบทำกิจกรรม แล้วเมื่อตอนปี 3 มีเหตุการณ์น้ำท่วม ก็อยากจัดคอนเสิร์ตการกุศล เป็นอีเวนต์แรกที่ทำ” แต่ไม่ใช่ว่าความสำเร็จจะเกิดได้โดยง่าย งานนั้นคุณบาสขาดทุนถึง 9 แสนบาท “ต้องเอาเงินคุณพ่อมาจ่าย ซึ่งก็เครียดมาก เลยไปร้านเหล้า แล้วเราก็สังเกตว่าตอนที่นักร้องพูด ‘ขอเสียงคนโสดหน่อย’ จะมีเสียงตอบดังเป็นพิเศษ เลยได้ไอเดีย “ปาร์ตี้คนโสด” มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กมหาลัย เพราะเป็นช่วงที่สนใจหาคู่ สรุปคือเราต้องเข้าใจพฤติกรรมของคนก่อนถึงจะทำอีเวนท์ที่เข้าถึงเขาได้”

คุณบาสชี้ประเด็นความล้มเหลวของอีเวนต์ครั้งแรกของเขาว่ามาจากไม่เข้าใจกลุ่มลูกค้า ดังนั้นต้องจับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งกลุ่มหลักของ ZAAP Party คือวัยรุ่น และ First Jobber ดังนั้น ZAAP Party ต้องใส่ใจความเป็นวัยรุ่น ไม่เฉพาะเรื่องเพลง แต่เป็นไลฟ์สไตล์ พฤติกรรมของพวกเขา ต้องเข้าใจให้ได้มากที่สุด และสร้างงานจับจุดความสนุกของวัยรุ่น เทรนด์ที่วัยรุ่นชอบ ตัวทีมงาน Zaap ก็เองอายุเฉลี่ยประมาณ 21-22 ปี

แล้วถ้าไม่ใช่งานวัยรุ่น ZAAP PARTY ทำได้มั้ย?

วิธีคิดนี้ยังนำไปใช้ในการสร้างงานอีเวนต์แต่ละงานด้วย คือให้คนที่เชี่ยวชาญเป็นผู้รู้ในด้านนั้นจริงๆ มาเป็นคนนำโปรเจ็กต์ เพราะคนเราไม่รู้ทุกเรื่อง ให้คนที่เข้าใจเรื่องนั้นๆ อยู่แล้วและรู้ใจกลุ่มเป้าหมายมาทำจะดีที่สุด เช่นงานเทศกาลเพลงหมอลำ ก็ประสบความสำเร็จจากที่คุณบาสให้เจ้าหน้าที่รปภ.ที่ชอบฟังเพลงหมอลำมาช่วยนำทีมงาน แนวคิดหลักเลยคือการหา Partner เก่งเรื่องนั้นๆ มาช่วยเรา

นอกจากเรื่องความเข้าใจแล้ว เรื่องความใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกับงานอีเวนท์ที่  First Impression ต้องออกมาดีเพื่อให้คนได้ประสบการณ์ที่ดีไปตลอดทั้งงาน “คนมางานสองหมื่นกว่าคน ทำยังไงให้เขาเข้างานเร็วที่สุด คิดดูว่าถ้าเขาต้องมารอสองชั่วโมง แค่จะเข้างานก็ไม่ประทับใจแล้ว ก็ไม่ต้องพูดถึงงานที่เหลือ นอกจากนี้ การซื้อของในงานก็ต้องให้เร็วที่สุดต่อคิวไม่เกิน 5-10 นาที” คุณบาสเล่าถึงงานที่เคยทำมา

จะหาความแปลกใหม่ได้จากที่ไหน?

อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งโจทย์ที่ยากในการทำอีเวนท์ในวันนี้คือ ‘ความแปลกใหม่’  ซึ่งคุณบาสก็มองว่า “คนจัดงานก็อยากได้อะไรใหม่ๆ อีเวนท์แปลกใหม่ ซาวด์ใหม่ๆ visual ใหม่ๆ กราฟฟิกใหม่ แต่ในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรใหม่ มีคนเคยทำแล้วทั้งนั้น แล้วสิ่งที่จะให้งานประสบความสำเร็จไม่ใช่ความใหม่ เพราะถ้าใหม่อย่างเดียว แต่จับจุดไม่ถูก มันก็ตอบโจทย์ไม่ได้ แต่เป็นการผสมผสานสิ่งต่างๆ ให้ลงตัวถูกที่ถูกเวลา ยกตัวอย่าง ที่เคยทำงานคอนเสิร์ตที่นำซุ้มอาหารเจ้าอร่อยย่านเยาวราชมาไว้ในงาน ก็ประสบความสำเร็จมาก และงาน Waterzonic ที่จัดเป็นเทศกาลรวมดีเจชื่อดังระดับโลกมารวมกับจุดเด่นของประเทศไทยเรา ก็คือเรื่องน้ำคลายร้อนในธีมสงกรานต์” อีกหนึ่งสิ่งที่คุณบาสได้เรียนรู้คือ คอนเทนต์เป็นตัวสร้างความต่าง เพราะคนแต่ละท้องถิ่นแตกต่างกัน โปรดักชั่นเดิม แต่เปลี่ยนคอนเทนต์ ก็จะจับกลุ่มคนใหม่ๆ เข้ามาได้ แต่ให้เอาเมนไอเดียคือความสนุกมาปรับใช้จัดงาน

บอกวิธีซื้อใจวัยรุ่นหน่อยสิ?

สำหรับ ZAAP PARTY การเข้าถึงวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องยาก “เราต้องฟังเขาเยอะๆ พูดคุยกับเขา ชอบอะไรกัน เที่ยวที่ไหน ไปกินที่ร้านอาหารที่ไหน อีกอย่างคือลองให้เขาทำแทนเราเช่น รันโปรเจกต์ นำเสนองานแทนเรา เราก็จะได้อะไรในมุมมองใหม่ที่แตกต่างออกไป” คุณบาสปิดท้ายด้วยการเน้นย้ำความเชี่ยวชาญของเขาและทีมงาน “อยากเข้าใจวัยรุ่น ให้มาหา ZAAP PARTY”

ที่มา : งานสัมมนา Beyond Experience พลิกประสบการณ์ พลิกเกมธุรกิจ จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์