วิธีทำความสะอาดบ้าน ฆ่าเชื้อโรค ช่วงโควิดระบาด

ช่วงนี้คงไม่มีเรื่องไหนทำให้อลหม่านกันไปทั้งโลกเท่ากับเรื่อง COVID-19 อีกแล้ว ถึงกับมีหลายคนพูดว่าโอกาสติด 1 % แต่โอกาสที่โรคประสาทจะถามหาน่ะ 100% แต่จะไม่ให้เครียดได้อย่างไรเพราะรู้หรือไม่ว่าการจามหรือไอเพียงครั้งเดียวสามารถแพร่กระจายไวรัสได้ถึง 3,000 จุด และยิ่งมีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นถ้าอยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อในระยะใกล้กว่า 1.8 เมตร หรือประมาณ 6 ฟุต ทำให้โอกาสที่จะติดก็ไม่ยากนัก  ดังนั้นทั้งตัวบุคคลเองและสถานที่ส่วนใหญ่จึงหันมาเอาจริงเอาจังกับการทำความสะอาดอาคารบ้านเรือน เพราะโอกาสที่จะไปสัมผัสเชื้อโรคเข้ามาจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ วันนี้เรามีวิธีทำความสะอาดบ้านให้ปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันเจ้าโควิดและโรคติดต่ออื่นๆ มาฝากกัน บ้านเราจะได้สะอาด ปราศจากเชื้อ อย่างน้อยก็สร้างความสบายใจและความมั่นใจได้อีกระดับหนึ่ง


การทำความสะอาดกับการฆ่าเชื้อโรคต่างกันอย่างไร?

จริงๆ ทั้งสองคำนี้มีความใกล้เคียงกันแต่ต่างกันอยู่บ้าง การทำความสะอาดคือการขจัด การเช็ดถูสิ่งแปลกปลอม สิ่งสกปรกทั้งหลาย เช่น ฝุ่น เชื้อโรคออกจากพื้นผิวต่างๆ  ในขณะที่การฆ่าเชื้อโรคคือการใช้สารเคมีในการฆ่าเชื้อโรคบนพื้นผิว การทำความสะอาดก่อนช่วยอย่างมากในการทำให้สารเคมีฆ่าเชื้อโรคทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


ไวรัสโควิด 19 จะมีชีวิตอยู่ในบ้านเราได้กี่วัน?

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันได้ว่าไวรัสโควิดจะมีชีวิตบนพื้นผิวต่างๆ ได้นานแค่ไหน อาจจะเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมง จนถึงมีชีวิตอยู่เป็นวัน ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ความชื้นและประเภทผิวสัมผัสที่ไวรัสเกาะอยู่ด้วย


พื้นผิวส่วนไหนในบ้านที่มีโอกาสสูงที่จะมีไวรัสเกาะติดอยู่?

จริงๆ เป็นสิ่งที่ระบุได้ยากมาก เพราะถ้ามีคนที่ป่วยสักคนไอ จามโดยไม่ใส่หน้ากากหรือปิดปาก เชื้อโรคสามารถไปเกาะตามพื้นที่ใกล้เคียงได้หมด และที่สำคัญคือมือของเราเองที่มีส่วนสำคัญในการนำเชื้อโรคจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ดังนั้นพื้นผิวหรืออุปกรณ์ที่ถูกสัมผัสบ่อยครั้งมีโอกาสสูงมากขึ้นในการมีเชื้อโรคแฝงอยู่ อุปกรณ์ที่ถูกจับบ่อยๆ เช่น รีโมทคอนโทรล มือเปิดปิดตู้เย็น ที่จับประตู ก๊อกน้ำ สวิทช์ไฟต่างๆ อุปกรณ์ในครัว โต๊ เก้าอี้ หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตก็มีโอกาสสูงที่จะมีไวรัสแอบแฝงตัวอยู่

clean-house

แล้วควรใช้อะไรในการทำความสะอาดและควรทำอย่างไร?

จริงๆ แล้วโควิดมีโครงสร้างที่เปราะบาง ความร้อนหรือสารเคมีทั่วไปในการทำความสะอาด เช่น ผงซักฟอก สบู่ น้ำยาล้างจาน  น้ำยาฟอกขาว (bleach) หรือที่คนไทยมักเรียกติดปากว่าไฮเตอร์ก็สามารถฆ่าไวรัสได้แล้วโดยการใช้บรีช ให้ผสม 1/3 ถ้วย ต่อน้ำ 1 แกลลอน ทุกครั้งที่ทำความสะอาดควรใส่ถุงมือที่ใช้แล้วทิ้ง หลังจากนั้นเพื่อความสบายใจหลังการทำความสะอาดสามารถใช้น้ำยาฆ่าเชื้อตามได้อีก 

พื้นผิวที่มีไวรัสเกาะติดแล้วต้องทำอย่างไร?

สำหรับพื้นผิวที่มีการปนเปื้อนหรือคาดว่าจะมีไวรัสเกาะติดแล้ว สามารถใช้อุปกรณ์และสารทำความสะอาดบ้านทั่วไปที่กล่าวข้างต้น โดยใช้กระดาษทิชชู ผ้าถูพื้น หรือผ้าทำความสะอาดแบบเปียกที่ใช้แล้วทิ้ง ทำความสะอาดก็สามารถฆ่าไวรัสได้แล้ว ถ้าใช้ผ้าถูพื้นต้องซักผ้าผืนนั้นทันทีหลังการทำความสะอาด น้ำยาซักผ้าทั่วไปก็สามารถฆ่าไวรัสได้ แต่ข้อควรระวังคือล้างมือให้สะอาดทั้งทุกครั้งด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากถอดถุงมือ และระวังอย่าให้มือสัมผัสดวงตา จมูก และปาก เพราะระหว่างการทำความสะอาดคุณอาจจะเคลื่อนไวรัสจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งได้ ดังนั้นควรทำความสะอาดทีละด้านเป็นรูปตัวเอส (S) สามารถช่วยลดการกระจายเชื้อโรคระหว่างการทำความสะอาดได้


จานชาม มีด อุปกรณ์เครื่องครัวควรทำอย่างไร?

ถ้าเป็นไปได้ล้างด้วยน้ำร้อนกับน้ำยาล้างจานปกติก็เพียงพอ ยิ่งถ้าบ้านไหนใช้เครื่องล้างจานจะดีมากเพราะปกติเครื่องล้างจานจะใช้น้ำร้อนและมีการอบจานชามด้วยความร้อนอยู่แล้ว

เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ชุดเครื่องนอนควรทำอย่างไร?

สำหรับผ้าที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ ถ้าใช้เครื่องซักผ้าให้ตั้งค่าเป็นน้ำร้อนและต้องตากหรืออบให้แห้งสนิท ข้อควรระวังคืออย่าสะบัดผ้าก่อนซักเพราะอาจกระจายเชื้อจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งได้ และอย่าลืมล้างมือทุกครั้งหลังจากสัมผัสผ้าเหล่านั้น

การป้องกันเป็นวิธีการที่ดีที่สุด

พื้นผิวสัมผัสต่างๆ มีส่วนสำคัญมากในการกระจายไวรัส ดังนั้นการป้องกันไม่ให้พื้นผิวต่างๆ มีไวรัสเกาะติดตั้งแต่แรกเป็นวิธีที่ดีที่สุด คือใส่หน้ากากเพื่อป้องการแพร่กระจายเมื่อมีการไอ จาม หรือใช้ทิชชูปิดปาก ถ้าไม่มีจริงๆ ให้จามที่ข้อศอก และล้างมือทันทีหลังการไอ จาม หรือถึงแม้ไม่มีอาการไอ จามต้องหมั่นล้างมือให้บ่อยที่สุด ข้อแนะนำในการล้างมือฟอกสบู่อย่างน้อย 20 วินาที หรือถ้าใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือต้องมีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% โดยควรล้างมือก่อนและหลังการทำสิ่งเหล่านี้

  • หลังการสั่งน้ำมูก ไอ จาม
  • หลังใช้ห้องน้ำ
  • หลังจากเล่นกับสัตว์เลี้ยง
  • ก่อนทำอาหาร
  • ก่อนรับประทานอาหาร
  • ก่อนดูแลผู้อื่น เช่น เด็กหรือผู้สูงอายุ

 

อ้างอิง

https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/prepare/cleaning-disinfection.html

https://www.nzherald.co.nz/lifestyle/news/article.cfm?c_id=6&objectid=12318832

https://www.bbc.com/future/article/20200317-covid-19-how-long-does-the-coronavirus-last-on-surfaces