เช็คอินแหล่งแชะ ช้อป ชิมใหม่สุดชิค ที่ฮ่องกง

ชื่อชั้นของเกาะ “ฮ่องกง” ยังคงความนิยมในฐานะจุดเช็คอินยอดฮิตของนักท่องเที่ยวไทย เพราะที่เดียวมีครบ จบทั้งเรื่องกินและเรื่องชอปปิ้ง แต่ไปกี่ครั้งก็มีแต่คนแนะนำให้ซื้อสินค้าแบรนด์เนม หรือแบรนด์ดังที่ประเทศอื่นก็มี แถมยังต้องมาต่อคิวรอกินอาหารร้านสุดฮอตที่ใครต่อใครต่างก็เคยมากินแล้วทุกที


เราจึงอยากชวนคุณมาเขย่าแผนเที่ยวฮ่องกงกันใหม่ ให้การเดินทางครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งไหนๆ ด้วยการสวมบทเป็นนักสืบ ส่องหามุมถ่ายรูปสุดเก๋ โพสต์ลงโซเชียลจนเพื่อนร้องว้าวอยากตามรอยบ้าง รวมถึงร้านแบรนด์เนมท้องถิ่นที่คนฮ่องกงนิยมใช้ พร้อมเสาะหาของอร่อยระดับรางวัลการันตีที่น้อยคนจะรู้ เพื่อให้การเที่ยวฮ่องกงไม่ใช่เรื่องจำเจอีกต่อไป

hongkong4

ประเดิมด้วยการตระเวนเก็บภาพตามโลเคชันน่าสนใจ นอกเหนือจากมุมมหาชนตรงจุดชมวิว “วิคตอเรียพีค” (Victoria Peak) หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เดอะพีค” เพื่อดื่มด่ำทะเลตึกสูงเบื้องล่างอาบแสงไฟยามค่ำคืนแล้ว ยังมีตึกที่อยู่อาศัย “Montane Mansion” หรือ “Yick Fat Building” อัดแน่นด้วยห้องพักนับพันภายใต้ความสูงเกือบ 20 ชั้น รวมถึง “Choi Hung Estate” ตึกสีรุ้งสดใสกระชากใจวัยรุ่น

แต่มาถึงฮ่องกงทั้งที เราขอแนะนำให้คุณลองจัดคอสตูมใหม่ ชวนคนรัก ครอบครัว หรือผองเพื่อนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสไตล์วินเทจเรียบๆ ร่วมสมัย แล้วใช้สมาร์ทโฟนหรือกล้องฟิล์มตามถนัด จัดภาพให้ดูนัวร์ ขับบรรยากาศให้ดูฟุ้งๆ กรุ่นอดีต เหมือนหลุดไปในหนังฮ่องกงยุค 80-90s


ยิ่งใครชื่นชอบผลงานหนังสุดเหงาของผู้กำกับลายเซ็นจัดชาวฮ่องกงอย่าง “หว่อง กา ไว” บอกได้เลยว่าเข้าทาง เพราะไม่ว่ามุมไหนของฮ่องกง ทั้งตลาด โรงหนังแบบสแตนด์อโลน กำแพงริมทางเดิน คาเฟ่หรือร้านอาหารข้างทาง ก็ล้วนเคลือบกลิ่นอายเก่าๆ เคล้าความเหงาทั้งสิ้น หากคุณไม่รู้ว่าควรเริ่มจากจุดไหน ให้ปักหมุดที่ย่านเมืองเก่าในเขตเซ็นทรัล (Old Town Central) นั่นแหละง่ายสุด หรือจะเป็น “เดอะ บลู เฮาส์” (The Blue House) บ้านสีฟ้าที่ถูกรักษาไว้ให้เป็นอาคารโบราณในเขตหว่านไจ๋ (Wan Chai)

ถ่ายภาพจนหนำใจ ตะลุยช้อปปิงกันต่อในย่านฮิต “จิมซาจุ่ย” (Tsim Sha Tsui) นอกจากจะเป็นถนนสายหลักเรียงรายไปด้วยร้านแบรนด์เนมระดับโลกให้เลือกสรรแล้ว ยังมีแบรนด์ท้องถิ่น “Daydream Nation” ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสุดเก๋ ฝีมือดีไซเนอร์ชาวฮ่องกงเจ้าของรางวัลการันตีล้นมือ โดดเด่นเรื่องการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องประดับให้สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ สร้างสไตล์ของตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน พิกัดร้านอยู่ที่ชั้น 1 ของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง K11 ไปลองออกแบบลุคใหม่ให้ตัวเองกันได้ เดินทางง่ายๆ ด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีจิมซาจุ่ย


ส่วนใครอยากชอปปิงบิกินี่กลับไปคลายร้อนที่เมืองไทย ลองเปิดใจรับแบรนด์ “Mer Culture” จุดขายของแบรนด์นี้อยู่ตรงที่สามารถจับคู่ชุดว่ายน้ำทุกชิ้น เพื่อให้เหมาะกับรูปร่างหรือสไตล์ของตัวเองได้ นอกจากนี้ความโดดเด่นของชุดว่ายน้ำ Mer Culture อีกจุดคือคอลเลคชั่นแบบถัก ทำให้มีความแข็งแรงคงทน และเก๋ไม่เหมือนใคร ลองแวะเวียนไปที่หน้าร้านตรงแถวโซโห (Soho) ย่านเซ็นทรัล (Central) กันได้


ใกล้ๆ กัน อยากแนะนำให้ไปเยือนร้าน “Linva Tailor” ต้นตำรับของการตัดเย็บชุด Cheongsam หรือ กี่เพ้าสไตล์ฮ่องกงแท้ โดยร้านนี้มีตำนานเปิดมานานกว่า 40 ปี ด้วยฝีมือตัดเย็บด้วยมือของสองสามีภรรยา Mr.Tailors และ Mrs.Leung พิถีพิถันทุกขั้นตอน แต่ละออเดอร์ต้องใช้เวลานานกว่า 2 เดือนจึงจะเสร็จสมบูรณ์ แต่ถ้าคุณอยากชอปปิงติดไม้ติดมือเป็นของฝากจากฮ่องกง อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะที่นี่มีชุดตัดเย็บสำเร็จให้เลือกซื้อกลับบ้านด้วย

ได้ไอเดียชอปปิงไม่ซ้ำทริปเก่าแล้ว อาหารการกินก็ต้องไม่น้อยหน้า เพราะลิสต์ร้านอาหารของทริปนี้ได้รางวัลการันตีความอร่อยจากคู่มือมิชลินไกด์ ฮ่องกง ในหมวดอาหารริมทาง (สตรีทฟู้ด)


เริ่มด้วยอาหารท้องถิ่นของฮ่องกงอย่าง Doggie’s Noodle ของร้าน “Block 18 Doggie’s Noodle” ในย่านจอร์แดน (Jordan) ที่นี่มีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่คล้ายอุด้ง แต่สั้นๆ เหมือนเส้นเกี้ยมอี๋ เมนูมีหลากหลายทั้งเนื้อสัตว์และน้ำซุปในลองเลือก สนนราคาอยู่ที่ชามละประมาณ 30 ดอลลาร์ฮ่องกง ไฮไลต์คือก๋วยเตี๋ยวหน้ากุ้ง เห็ด หัวไชเท้าแห้ง และหมูสามชั้นทอด นอกจากอร่อยแล้วยังสะดวกมากๆ อีกด้วย เพราะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เที่ยวและชอปจนเหนื่อยเมื่อไร แวะมาเติมพลังกันได้ทุกโมงยาม


จากของคาวมาต่อที่ของหวานร้าน “Kai Kai” อยู่ในย่านจอร์แดนเช่นเดียวกัน เมนูขึ้นชื่อคือบัวลอยน้ำขิง ให้รสหวานพอดีแต่ยังคงความเผ็ดร้อน กินพร้อมกับบัวลอยแป้งนุ่มไส้ไม่หวานจนเกินไป เป็นของหวานถ้วยเล็กที่ครบทุกองค์ประกอบของรสชาติ อีกเมนูห้ามพลาดและดีงามมากคือมะละกอต้มน้ำตาล ของหวานที่มีวัตถุดิบง่ายๆ แต่ลงตัวเรื่องความอร่อย เมนูทั้งหมดสนนราคาเริ่มต้นที่ 17 ดอลลาร์ฮ่องกง

ปิดทริปกินอิ่มไม่ลืมคอนเซ็ปต์ซื้อของฝาก ของหวานแบบจีนดั้งเดิมคือหนึ่งในคำตอบน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นขนมใส่ไส้ ขนมหน้าแตก และคุกกี้สไตล์จีน ร้าน “Kee Tsui” เป็นหนึ่งในร้านขนมที่ดีที่สุดในใจคนฮ่องกง สังเกตจากรางวัลการันตีของทางร้าน และภาพคนฮ่องกงขณะต่อแถวรอคิวซื้อก็รับประกันได้ถึงความอร่อยแล้ว สำหรับของดีห้ามพลาดเมื่อมาร้านนี้ คือขนมใส่ไส้ถั่วแดง และคุกกี้รูปปลา ราคาอยู่ที่ชิ้นละ 5–10 ดอลลาร์ฮ่องกง ตั้งอยู่ในย่านมงก๊ก (Mong Kok) ลงสถานีรถไฟฟ้าทางออก B3 รับรองได้เลย ซื้อฝากใครเป็นปลื้มทุกราย


ได้ไอเดียวางแผนเดินทางฮ่องกงครั้งใหม่กันแล้ว พกบัตรเครดิต SCB JCB Platinum ติดตัวไปด้วย เพราะไม่ว่าจะรูดบัตรเพื่อชอปปิงหรือกินของอร่อยที่ไหนในฮ่องกงก็คุ้มสุด เก็บพ้อยต์ 1 คะแนนต่อ 25 บาท/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 3% ตั้งแต่บาทแรก ฯลฯ ใครยังไม่มีบัตร กดสมัครทาง SCB EASY APP ได้เลย ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ ดูเพิ่มเติม >> https://www.scb.co.th/th/personal-banking/cards/credit-cards/all-cards/scb-jcb-platinum.html เที่ยวฮ่องกงครั้งนี้ ไม่เหมือนครั้งไหนๆ แน่นอน!