ขึ้นเขาเที่ยววัดชมวิวเมือง ลัดขอบไทเปเยือนจุดหมายแตกต่าง

เมื่อพูดถึงเขตซินยี่ หรือย่านเศรษฐกิจใหม่ของไทเปในฝั่งตะวันตกของเมือง ร้อยทั้งร้อยความสนใจต่างพุ่งเป้าไปที่ตึกระฟ้าอย่าง “ไทเป 101” โดยเฉพาะช่วงเคาต์ดาวน์รับปีใหม่ที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปจับจองพื้นที่


แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วไปอาจคิดไม่ถึงคือ ในย่านที่ไม่ไกล บริเวณเดียวกับสวนสัตว์ไทเป ยังมีจุดชมวิวเมืองและตึกไทเป 101 ที่สวยสะดุดตากว่าใคร เพียงแค่ปักหมุดไปที่ “วัดจื่อหนาน” (Chihnan Temple) ศาสนสถานที่ตั้งตระหง่านบนไหล่เขาหูชาน (Monkey Mountain) ในย่านเหมาคงที่มีแม่เหล็กด้านท่องเที่ยวอย่างกระเช้าลอยฟ้าพาไต่ความสูงพานักท่องเที่ยวไปสู่ยอด นั่งจิบชาชมวิวในวันอากาศดี

taiwan

วัดจื่อหนานตั้งอยู่ตรงสถานีระหว่างทางก่อนถึงยอดเขา และเป็นวัดในไทเปที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของลัทธิเต๋า มีอายุยาวนานมาตั้งแต่ราวปี พ.ศ.2425 มีความหมายแปลว่าเข็มทิศหรือเครื่องนำทางประจำทิศใต้ที่เทพเจ้าบนสวรรค์ใช้สำหรับค้นหาผู้ที่ต้องการรับความช่วยเหลือ แต่ถ้าคุณเป็นคนชื่นชอบการปีนเขา จะเลือกเดินขึ้นทางบันไดหินกว่า 1,200 ขั้นก็ได้ เพื่อสัมผัสและเข้าถึงฉายา “วัดแห่งบันไดหนึ่งพันขั้น” โดยมีความเชื่อบอกต่อกันมาว่าแต่ละก้าวเดินบนบันไดแต่ละขั้น จะต่ออายุให้คนนั้นไปอีก 20 วินาที หรือเท่ากับหกชั่วโมงหากพิชิตเส้นทางทั้งหมดได้


ดีกรีชวนให้เยี่ยมเยียนขนาดไหน ดูได้จากในปี พ.ศ.2556 ได้รับเสียงโหวตจากสาธารณชนให้ทะยานติด 1 ใน 100 สถานที่สำคัญทางศาสนาประจำไต้หวัน การลงคะแนนตีตรารับรองโดยกระทรวงมหาดไทยมาแล้ว และด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ ยังมีความเชื่อว่าเป็นเพราะฮวงจุ้ยของภูเขาซึ่งเป็นแหล่งรวมแห่งจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกด้วย

เทพเจ้าประจำวัดแห่งนี้คือ “หลวี่ ต้งปิน” หรือ “เซียนกง” (ชื่อเดียวกับชื่อเก่าของวัดนี้ในอดีต) บัณฑิตสมัยราชวงศ์ถังผู้รักในกวีและหนังสือ ต่อมาได้รับการยกสถานะให้เป็นหนึ่งในแปดเทพ (โป๊ยเซียน) ตำนานของจีน และเป็นที่นับถืออย่างกว้างขวาง นอกจากทางเดินทอดสูงสู่วัดแล้วยังมีโคมหินขนาบสองข้างทาง อันเป็นเครื่องสักการะที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาบริจาคในช่วงที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของจีนระหว่างปี พ.ศ.2438-2488


เมื่อก้าวผ่านบันไดนับพันขั้นขึ้นมาได้แล้ว จะพบสัญลักษณ์ของวิหารแรก "ชุนหยาง” เป็นบันไดโค้งนูนออกมา วิหารนี้นับเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของวัด สร้างขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2433 โดยเทพเจ้าหลักแห่งวิหารคือ หลวี่ ต้งปิน เมื่อหันหน้าออกจากระเบียงวิหาร จะพบวิวสูงด้านหนึ่งของไทเปที่สวยสงบ ทบซ้อนด้วยทิวเขา เหมาะแก่การมาเยือนทั้งช่วงกลางวันและช่วงพระอาทิตย์ตก

สำหรับคนที่เลือกมาทางกระเช้าลอยฟ้า ด่านแรกที่จะพบคือวิหารหลิงเซี่ยว ที่มีพระประธานเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ นอกจากไหว้สักการะแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้ดื่มด่ำกับวิวเมืองไทเปที่มองจากมุมนี้แล้วจะพบกับความสวยสงบ โดยเฉพาะในช่วงเย็นย่ำที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสีสัน จะอยู่รอชมแสงสีของบ้านเรือนในยามค่ำคืนควบคู่ไปด้วยก็จะได้อรรถรสไปอีกแบบ หากมาเยือนในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ยังมีโอกาสชื่นชมกับดอกซากุระเบ่งบานด้วย


ทว่าถึงจะมีประวัติศาสตร์และความสวยงามควบคู่กัน แต่มีข้อพึงระวังสำหรับคู่รักที่จะมาเยือนวัดแห่งนี้ เพราะตำนานท้องถิ่นเชื่อว่า หากคู่ใดที่ยังไม่แต่งงานแล้วจูงมือกันมาไหว้พระที่นี่จะมีอันต้องเลิกรากัน เหตุผลหนึ่งที่เชื่อกันเป็นเพราะ หลวี่ ต้งปิน มีความริษยาคู่รัก จึงมักล่อลวงให้หญิงสาวเปลี่ยนใจ และบางตำรากล่าวว่าเทพผู้นี้ไม่นิยมดลบันดาลเรื่องความรักให้สมหวังสักเท่าไร เมื่อเทียบกับการให้พรในด้านอื่นๆ หรือบางคำเล่าขานบอกว่า เพราะเคยไม่สมหวังในรักกับหญิงที่เป็นมนุษย์ธรรมดา จึงไม่ต้องการอำนวยพรให้ใครสมหวังเช่นกัน

หากคุณเป็นคนที่รักการเดินภูเขา จากบนยอดเหมาคงจะมีเส้นทางต่อเนื่องไปสู่วัดอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมของคนท้องถิ่นและมีจุดชมวิวสูงและสวยไม่แพ้กัน เช่น วัดจางชาน ที่ซ่อนตัวอยู่บนไหล่เขา และเหมาะทั้งการชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก เรียกว่าในย่านขอบเมืองของไทเปแห่งนี้ ยังมีความงดงามซ่อนอยู่ให้ลองไปค้นหานอกเส้นทางเดิมๆ อีกมากมาย