ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
26-10-2569
การสร้างบ้านสักหลังถือเป็นหนึ่งในการตัดสินใจทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต เจ้าของบ้านหลายคนต้องเผชิญกับปัญหางบบานปลาย ช่างทิ้งงาน หรือวัสดุไม่ตรงปก ซึ่งต้นเหตุของปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดเอกสารแจกแจงรายละเอียดและต้นทุนที่ชัดเจน ซึ่งเอกสารชิ้นสำคัญที่สุดที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวคือสิ่งที่เรียกกันในวงการช่างว่าใบ BOQ
โดยสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นศึกษาเรื่องการก่อสร้าง การทำความเข้าใจว่า BOQ คือ เอกสารประเภทใดและมีบทบาทอย่างไรต่อการควบคุมงบประมาณ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอาเปรียบได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน และนอกจากนี้ BOQ งานก่อสร้างยังเป็นเอกสารบังคับที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการอนุมัติวงเงินสินเชื่อปลูกสร้างบ้าน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความหมายและการใช้งานเอกสาร BOQ อย่างละเอียดเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของเจ้าของบ้าน
BOQ คืออะไร ย่อมาจากอะไร?
ก่อนที่จะนำเอกสารไปใช้งานจริง สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านต้องทำความเข้าใจคือความหมายและบทบาทหน้าที่ของเอกสารฉบับนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของระบบการประมาณราคากลางในงานก่อสร้าง
ความหมายและที่มาของ BOQ
BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities แปลเป็นไทยอย่างเป็นทางการว่า "ใบแสดงรายการปริมาณงานและราคา" หรือบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและค่าแรง โดยความหมายของ BOQ คือ เอกสารที่แจกแจงรายละเอียดของเนื้องาน วัสดุ อุปกรณ์ รวมถึงค่าแรงทั้งหมดที่ต้องใช้ในโครงการก่อสร้างตั้งแต่ต้นจนจบ ออกมาเป็นหมวดหมู่ มีการระบุจำนวน ปริมาณ หน่วยวัด ราคาต่อหน่วย และราคารวมอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการคิดคำนวณต้นทุนที่แท้จริง
ใครเป็นคนทำใบ BOQ
ผู้จัดทำเอกสารฉบับนี้จะขึ้นอยู่กับขั้นตอนและรูปแบบการจ้างงาน โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่
BOQ ต่างจากใบเสนอราคาอย่างไร
แม้ว่าทั้งสองเอกสารจะระบุตัวเลขราคารวมเหมือนกัน แต่ระดับความละเอียดนั้นมีความแตกต่างกันอยู่ดังนี้
ใบ BOQ ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
โครงสร้างของเอกสารประมาณราคางานก่อสร้างจะมีรูปแบบตารางที่เป็นสากล เพื่อให้วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา และเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารสามารถอ่านและตรวจสอบข้อมูลได้อย่างตรงกัน
คอลัมน์มาตรฐานที่ต้องมี
เอกสารประมาณราคาที่ได้มาตรฐานและมีความน่าเชื่อถือในใบ BOQจะต้องประกอบด้วยคอลัมน์สำคัญดังต่อไปนี้
หมวดงานหลักในงานก่อสร้างบ้าน
การจัดหมวดหมู่ใน BOQ งานก่อสร้างเช่นบ้านพักอาศัยทั่วไป จะเรียงลำดับตามขั้นตอนการสร้างจริงตั้งแต่รากฐานจนถึงหลังคา ดังนี
ตัวอย่างใบ BOQ พร้อมคำอธิบายทีละช่อง
เพื่อให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจน ตัวอย่างการลงรายการใน ใบ BOQ หมวดงานผนังมักจะแสดงข้อมูลในลักษณะดังนี้
ลำดับ | รายการ | ปริมาณ | หน่วย | ค่าวัสดุ/หน่วย | รวมค่าวัสดุ | ค่าแรง/หน่วย | รวมค่าแรง | รวมเงิน | หมายเหตุ |
1.1 | ก่ออิฐมวลเบา หนา 7.5 ซม. ตรา... | 250 | ตร.ม. | 180 | 45,000 | 90 | 22,500 | 67,500 | มอก. |
1.2 | ฉาบปูนเรียบภายใน หนา 1.5 ซม. | 500 | ตร.ม. | 45 | 22,500 | 80 | 40,000 | 62,500 | ปูนฉาบสำเร็จรูป |
คำอธิบาย: จากตารางจะเห็นได้ทันทีว่างานก่ออิฐมวลเบามีปริมาณ 250 ตารางเมตร ใช้ต้นทุนค่าอิฐและปูนก่อ 45,000 บาท และมีค่าแรงช่างก่ออิฐ 22,500 บาท หากในอนาคตมีการลดขนาดห้องลง 10 ตารางเมตร เจ้าของบ้านจะสามารถคำนวณเงินที่จะได้รับคืนได้ทันทีคือ (180 + 90) × 10 = 2,700 บาท
วิธีอ่านใบ BOQ ของผู้รับเหมา เช็กอะไรบ้าง?
การตรวจสอบเอกสารประมาณราคาก่อนจรดปากกาเซ็นสัญญาจ้าง เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันปัญหาการทุจริตและการเอารัดเอาเปรียบ โดยมีจุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ 4 ประการ
เช็กว่าแยกค่าวัสดุกับค่าแรงชัดเจนไหม
หนึ่งในกฎเหล็กของการตรวจสอบเอกสาร BOQ คือต้องมีการแยกช่อง "ค่าวัสดุ" และ "ค่าแรง" ออกจากกันอย่างเด็ดขาด ห้ามยอมรับเอกสารที่เขียนราคารวมช่องเดียว เพราะหากไม่มีการแยกราคา เมื่อเกิดปัญหางานล่าช้า หรือเจ้าของบ้านต้องการเปลี่ยนไปซื้อกระเบื้องหรือสุขภัณฑ์เอง จะไม่สามารถหักลบค่าวัสดุออกจากค่าแรงได้ และมักจะเกิดข้อพิพาทเรื่องการคิดเงินซ้ำซ้อน
เช็กยี่ห้อและรุ่นวัสดุว่าระบุครบหรือเขียนลอย
สเปกของวัสดุในใบ BOQ ต้องระบุ ยี่ห้อ รุ่น ขนาด ความหนา และมาตรฐาน มอก. ไว้อย่างชัดเจน เช่น "สายไฟ THW ขนาด 2.5 ตร.มม. ยี่ห้อไทยยาซากิ (BCC/Yazaki)" ไม่ควรยอมรับรายการที่เขียนไว้แบบลอยๆ เช่น "สายไฟมาตรฐาน" หรือ "กระเบื้องเกรดดี" เพราะผู้รับเหมาอาจนำวัสดุเกรดต่ำสุดในท้องตลาดมาติดตั้งให้ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างและความปลอดภัยในระยะยาว
เช็กปริมาณว่าสอดคล้องกับแบบก่อสร้าง
ในการทำ BOQ งานก่อสร้าง อาจมีการคิดปริมาณงานเผื่อการตัดเศษ (Wastage) ได้ เช่น กระเบื้องเผื่อ 5-10% หรือคอนกรีตเผื่อ 3-5% แต่หากพบว่าปริมาณงานในเอกสารสูงกว่าตัวเลขที่วัดได้จริงจากแบบแปลนมากเกินไป เช่น แบบระบุพื้นที่ผนัง 200 ตร.ม. แต่คิดเงินมา 300 ตร.ม. นั่นอาจเป็นสัญญาณของการคิดราคาเกินจริง (Overpricing) เพื่อเพิ่มส่วนต่างกำไร
เช็กรายการที่มักตกหล่นหรือไม่ระบุ
ผู้รับเหมาบางรายอาจจงใจตัดรายการงานจำเป็นบางอย่างออกจากเอกสาร เพื่อทำให้ราคาเสนอรวมดูต่ำและแข่งขันได้ แต่เมื่อเริ่มก่อสร้างจริงจะมาเรียกเก็บเงินเพิ่มหน้างาน รายการที่มักถูกละเลย ได้แก่
จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดในใบ BOQ คืออะไร?
ผู้ว่าจ้างควรสังเกตความผิดปกติในเอกสารเสนอราคา หากพบพฤติกรรมหรือตัวเลขในลักษณะต่อไปนี้ ควรระงับการเซ็นสัญญาและขอให้แก้ไขเอกสารทันที
รายการเหมารวมที่ไม่แจกแจง
สัญญาณเตือนภัยอันดับหนึ่งในใบ BOQ คือการใช้คำว่า "เหมา" หรือ "งานเบ็ดเตล็ด" เป็นยอดเงินก้อนใหญ่ เช่น "งานระบบไฟฟ้าทั้งหลัง 150,000 บาท (เหมา)" การเขียนแบบนี้ทำให้เจ้าของบ้านไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีจุดปลั๊กไฟกี่จุด สวิตช์ไฟยี่ห้ออะไร หรือใช้ตู้ควบคุมขนาดกี่ช่องทาง หากจำเป็นต้องแก้งานหรือลดจุดจ่ายไฟภายหลัง จะไม่สามารถขอปรับลดเงินลงได้เลย
ราคาต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับเจ้าอื่น
หากเปิดประมูลงานก่อสร้างแล้วพบว่ามีผู้รับเหมาเจ้าหนึ่งเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางหรือเจ้าอื่นๆ 30-40% อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจเลือก เพราะส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้สเปกวัสดุเกรดต่ำ การประเมินปริมาณงานผิดพลาด หรือกลยุทธ์การเสนอราคาต่ำเพื่อดึงสัญญา แล้วค่อยมาทิ้งงานหรือเบิกเงินเกินงวดในภายหลังเมื่อพบว่าต้นทุนจริงไม่สามารถทำต่อได้
ข้อความเปิดช่องให้คิดเงินเพิ่มภายหลัง
ระวังเงื่อนไขในช่องหมายเหตุหรือท้ายเอกสารที่มีลักษณะกำกวม เช่น "ราคานี้ไม่รวมงานดินดานหรือหินใต้ดิน" หรือ "หากราคาเหล็กในท้องตลาดปรับตัว ผู้รับเหมาขอสงวนสิทธิ์ปรับราคาตามจริง" ข้อความลักษณะนี้จะทำให้เจ้าของบ้านสูญเสียการควบคุมงบประมาณ และต้องจ่ายเงินเพิ่มหน้างานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
BOQ กับการขอสินเชื่อปลูกสร้างบ้าน
สำหรับผู้ที่ต้องกู้เงินธนาคารเพื่อสร้างบ้าน เอกสารฉบับนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคุยกับช่างเท่านั้น แต่เป็นหนึ่งในเอกสารนิติกรรมสำคัญที่ส่งผลต่อการอนุมัติวงเงินและการเบิกจ่ายเงินกู้
ธนาคารใช้ BOQ พิจารณาอะไรบ้าง
เมื่อยื่นกู้สินเชื่อปลูกสร้างบ้าน สถาบันการเงินจะส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายประเมินราคาตรวจสอบ 2 ด้านหลัก
BOQ แบบไหนที่ยื่นกู้แล้วผ่านง่าย
เอกสารที่ผ่านการพิจารณาของธนาคารได้รวดเร็วและได้วงเงินเต็มตามเป้าหมาย มักจะมีลักษณะดังนี้
การเบิกเงินเป็นงวดตามความคืบหน้างาน
ธนาคารจะไม่จ่ายเงินกู้ก้อนใหญ่ให้เจ้าของบ้านในคราวเดียว แต่จะแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ (ปกติอยู่ที่ 4-6 งวด) ตามความคืบหน้าของงานจริงที่ระบุไว้ในแผนงานก่อสร้าง โดยธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจหน้างานจริง เช่น
เปรียบเทียบ BOQ จากผู้รับเหมาหลายเจ้าอย่างไร?
เพื่อให้ได้ราคาที่เป็นธรรมและคัดกรองผู้รับเหมาที่มีคุณภาพ เจ้าของบ้านควรนำแบบก่อสร้างชุดเดียวกันไปให้ผู้รับเหมาเสนอราคาอย่างน้อย 3 เจ้า แล้วนำเอกสารมาเปรียบเทียบกันแบบจุดต่อจุด
วิธีการเปรียบเทียบที่มีประสิทธิภาพที่สุดไม่ใช่การดูตัวเลขบรรทัดสุดท้าย (Grand Total) แต่คือการวางเอกสารเทียบกันในแต่ละหมวดงาน โดยแนะนำให้สร้างตารางเปรียบเทียบส่วนตัวเพื่อดูว่า
การเปรียบเทียบในลักษณะนี้จะช่วยให้เจ้าของบ้านเข้าใจโครงสร้างต้นทุน และมีข้อมูลเชิงลึกสำหรับใช้เจรจาต่อรองราคากับผู้รับเหมาได้อย่างสมเหตุสมผล
งานเพิ่มงานลดระหว่างก่อสร้าง จัดการอย่างไร?
ในระหว่างการก่อสร้างจริง แทบจะไม่มีโครงการใดที่ไม่เกิด "งานเพิ่ม-งานลด" (Variation Order - VO) เช่น เจ้าของบ้านเปลี่ยนใจอยากขยายระเบียงห้องนอน หรือเปลี่ยนสเปกพื้นจากกระเบื้องธรรมดาเป็นหินอ่อนธรรมชาติ
ซึ่งการป้องกันความขัดแย้งเรื่องเงินในขั้นตอนนี้คือการนำ BOQ งานก่อสร้างฉบับที่เซ็นสัญญามาใช้เป็นเอกสารอ้างอิงราคาต่อหน่วย (Unit Cost)
ทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนเนื้องาน จะต้องทำเอกสารใบงานเพิ่ม-งานลด พร้อมระบุราคาและให้ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มลงมือทำจริงเสมอ ห้ามสั่งงานด้วยวาจาโดยเด็ดขาด
ใบ BOQ เอกสารสำคัญที่เมื่ออยากเริ่มสร้างบ้าน ต้องเข้าใจให้ละเอียด
การสร้างบ้านให้สำเร็จราบรื่นโดยไม่เกิดปัญหางบบานปลาย เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับรายละเอียดในเอกสารสัญญา ดังนั้นการทำความเข้าใจว่า BOQ คืออะไรจะช่วยเปลี่ยนเจ้าของบ้านจากผู้เสียเปรียบให้กลายเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์
ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาจ้างงานและยื่นกู้สินเชื่อ เจ้าของบ้านต้องตรวจสอบใบ BOQ อย่างละเอียดรอบคอบ เช็กการแยกค่าวัสดุและค่าแรง ตรวจสอบสเปกยี่ห้อสินค้าให้ระบุอย่างชัดเจน และเปรียบเทียบตัวเลขกับแบบแปลนก่อสร้างเสมอ การตรวจสอบ BOQ งานก่อสร้างอย่างถี่ถ้วนตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยป้องกันปัญหาการทิ้งงานและช่วยให้การสร้างบ้านในฝันของคุณสำเร็จลุล่วงได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัยในทุกขั้นตอน
Sources : FlowAccount , Iwa Design
คำถามที่พบบ่อย
Q: BOQ ย่อมาจากอะไร และเขียนว่า Bill of Quality ถูกไหม?
A: BOQ ย่อมาจาก Bill of Quantities (คำว่า Quantities มีตัว s และแปลว่า ปริมาณ) การเขียนว่า Bill of Quality เป็นความเข้าใจที่ผิดและไม่มีในหลักวิชาชีพงานก่อสร้าง โดยความหมายที่ถูกต้องคือเอกสารที่แสดง "ปริมาณงาน" และราคาของงานแต่ละรายการ
Q: ผู้รับเหมาไม่ทำใบ BOQ ให้ ควรทำอย่างไร?
A: หากผู้รับเหมาปฏิเสธที่จะทำเอกสารและยืนยันจะคิดราคาแบบเหมารวม ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการจ้างงานผู้รับเหมารายนั้นทันที เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดปัญหาการทุจริต ทิ้งงาน หรือคิดเงินเพิ่มหน้างานโดยไม่มีเกณฑ์อ้างอิงที่โปร่งใส
Q: ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ผู้รับเหมาทำ BOQ ไหม?
A: ขึ้นอยู่กับข้อตกลง หากเป็นการติดต่อบริษัทรับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมาเพื่อขอประเมินราคาเบื้องต้น ส่วนใหญ่จะจัดทำเอกสารให้ฟรีเพื่อใช้เสนอราคาแข่งขัน แต่หากเป็นการจ้างสถาปนิกหรือผู้เชี่ยวชาญด้านราคา (QS) อิสระให้ถอดแบบอย่างละเอียดเพื่อนำไปประมูลงานกลาง จะมีค่าธรรมเนียมตามขอบเขตของขนาดอาคาร
Q: ยื่นกู้สร้างบ้านต้องใช้ BOQ ไหม ถ้าไม่มีจะกู้ได้หรือเปล่า?
A: จำเป็นต้องใช้ 100% สถาบันการเงินทุกแห่งกำหนดให้ใบ BOQ เป็นเอกสารบังคับในการยื่นขอสินเชื่อปลูกสร้างบ้านร่วมกับแบบแปลนก่อสร้างและใบอนุญาตปลูกสร้าง หากไม่มีเอกสารฉบับนี้ ฝ่ายประเมินราคาของธนาคารจะไม่สามารถประเมินมูลค่าสิ่งปลูกสร้างและไม่อนุมัติวงเงินกู้ให้
Q: เซ็น BOQ ไปแล้ว ผู้รับเหมาขอเพิ่มเงินได้ไหม?
A: ตามหลักกฎหมาย หากเนื้องานและสเปกวัสดุยังคงตรงตามแบบก่อสร้างเดิมทุกประการ ผู้รับเหมาไม่มีสิทธิขอปรับเพิ่มเงินใด ๆ ทั้งสิ้น ความเสี่ยงเรื่องวัสดุขึ้นราคาถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับเหมา ยกเว้นกรณีเดียวคือเจ้าของบ้านเป็นผู้สั่งเปลี่ยนแปลงเนื้องาน (งานเพิ่ม) ซึ่งจะต้องตกลงราคาและลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันก่อนลงมือทำ