วิธีเลือกกองทุนพักเงิน

สำหรับคนที่ยังเก็บเงินออมระยะสั้นแบบเดิมๆ คือ ฝากในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียว เพราะไม่รู้จะเอาเงินไปไว้ไหนดี บทความนี้จะมาแนะนำการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) และ กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น (Short – Term Fixed Income Fund) เพื่อเป็นทางเลือกในการพักเงิน


กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้อายุสั้นๆ โดยมากมีอายุไม่เกิน 1 ปี เปิดให้ซื้อขายได้ทุกวันทำการ ตอนนี้ผลตอบแทนเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 1.0%-1.4% ต่อปี เมื่อนักลงทุนขายกองทุนรวมตลาดเงินจะได้รับเงินคืนในวันทำการถัดไป (T+1) ทำให้มีสภาพคล่องใกล้เคียงกับเงินฝากออมทรัพย์ นอกจากนี้เมื่อเราขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินเมื่อไหร่ เราจะได้รับผลตอบแทนเป็นรายวันทันที โดยผลตอบแทนจะอยู่ในรูปของ Capital Gain หรือส่วนต่างราคาของราคาที่ซื้อและราคาที่ขาย หมายความว่าผลตอบแทนจะสะท้อนอยู่ในราคาแล้ว หากคุณขายกองทุนรวมตลาดเงิน คุณจะได้กำไรจากส่วนต่างราคาทันที ไม่เหมือนเงินฝากออมทรัพย์ ที่ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยให้ทุกๆ 6 เดือน ซึ่งหากเราถอนเงินก่อนวันที่ธนาคารคิดดอกเบี้ยให้ เราก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้น


ยกตัวอย่าง นายมั่งคั่ง ซื้อกองทุนรวมตลาดเงิน xyz จำนวน 10,000 บาทในวันที่ 2 มกราคม 256x เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี กองทุนนี้สร้างผลตอบแทน 1% เขาตัดสินใจขายก็จะได้ผลตอบแทนทันที 100 บาท ผลตอบแทนที่ได้นี้ ไม่ต้องเสียภาษี และเขาจะได้เงินทั้งหมด 10,100 บาทเข้าบัญชีในวันทำการถัดไป นอกจากนี้นายมั่งคั่งจะสามารถขายกองทุนรวมตลาดเงิน xyz เมื่อใดก็ได้ ก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นสัดส่วนตามระยะเวลาที่ลงทุนทันที


ในขณะที่นายอดออม มีเงินฝากออมทรัพย์ 10,000 บาท ฝากไว้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 256x เช่นกัน ธนาคารประกาศอัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์อยู่ที่ 1% ต่อปี นายอดออมจะไม่ได้รับดอกเบี้ยทันที แต่ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน และสิ้นเดือนธันวาคม (กรณีธนาคารประกาศจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน) หากนายอดออมถอนเงินออกไปก่อนวันที่ธนาคารคิดดอกเบี้ยให้ นายอดออมก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้น

นอกจากกองทุนรวมตลาดเงินแล้ว ยังมีกองทุนอีกประเภทหนึ่งที่ทำหน้าที่พักเงิน สามารถขายหน่วยลงทุนได้ทุกวัน ได้เงินในวันทำการถัดไปเช่นกัน แต่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น กองทุนประเภทนี้ คือ Short - Term Fixed Income Fund หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นนั่นเอง วิธีการที่ผู้จัดการกองทุนเพิ่มผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นให้สูงขึ้นกว่ากองทุนรวมตลาดเงินได้ ทำโดยการแบ่งสัดส่วนเงินลงทุนไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือตราสารหนี้ในต่างประเทศ หรือเงินฝากในต่างประเทศ  


กองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเหมาะกับใคร

  • ผู้เริ่มต้นการลงทุนที่อาจจะไม่คุ้นชินกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงๆ และอยากได้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงิน

  • ผู้ที่ต้องการเก็บเงินสดไว้เป็นค่าใช้จ่ายในระยะสั้น เพื่อสำรองเป็นสภาพคล่อง หรือเผื่อกรณีฉุกเฉิน

  • ผู้ที่มีเป้าหมายที่จะต้องใช้เงินแน่ๆ ในอีก 1 ปีข้างหน้า ทำให้ไม่สามารถนำเงินก้อนนี้ไปเสี่ยงได้เลย ดังนั้นจึงอาจจะต้องพักเงินไว้ที่กองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นแทน

กองทุนรวมตลาดเงินมีค่าใช้จ่าย ดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) เป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทจัดการเรียกเก็บจากการบริหารเงินลงทุนให้เรา อยู่ที่ประมาณ 0.5 – 0.6%

  2. ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการดูแลทรัพย์สินของกองทุนให้แก่ผู้ลงทุน อยู่ที่ประมาณ 0.1%

  3. ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน (Registrar Fee) สำหรับบริหารจัดงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานทะเบียนของผู้ถือหน่วยลงทุนอยู่ที่ประมาณ 0.05%  


โดย NAV (Net Asset Value) ที่เราเห็นบนหน้าเว็บไซต์ของแต่ละบริษัทจัดการนั้น ได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่กองทุนรวมเรียกเก็บไปแล้ว เราสามารถคำนวณผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาขายและราคาซื้อได้ทันที


สำหรับวิธีการเลือกกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นนั้น ด้วยความที่เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้เลือกได้ไม่ยาก นักลงทุนสามารถจัดลำดับจากผลตอบแทนที่กองทุนแต่ละกองทำได้เลย (การทำ Ranking ผลตอบแทน) สามารถเข้าไปเปรียบเทียบผลตอบแทนย้อนหลังได้ที่ www.morningstarthailand.com/ หรือเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้จากกองทุนรวมตลาดเงินกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ย 3 หรือ 5 ธนาคารขนาดใหญ่ และหากกองทุนรวมนั้นมีการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ก็ให้เปรียบเทียบผลตอบแทนกับตราสารหนี้หรือพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชนในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน

เมื่อเปรียบเทียบแล้ว หากผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนรวม ใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ อาจเลือกเงินฝากประจำก็ได้ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ เป็นอัตราดอกเบี้ยที่เราจะได้รับแน่นอน ในขณะที่ผลตอบแทนของกองทุนเป็นแค่ข้อมูลในอดีต มีสิทธิ์ที่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้อีกตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของโลกและของประเทศไทย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ต้องการพักเงินของคุณด้วย


อย่างไรก็ตาม ทั้งกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น ก็ยังให้อัตราผลตอบแทนที่ต่ำอยู่ดี (ไม่เกิน 2.0% ต่อปี) ดังนั้น เราจึงควรใช้กองทุนรวมดังกล่าวเป็นที่พักเงินระยะสั้นเท่านั้น หากอยากสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นในระยะยาว นักลงทุนควรลงทุนด้วยการจัดพอร์ตการลงทุน ผ่านการทำ Asset Allocation จะตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนได้มากกว่า


บทความโดย :  นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP®  นักวางแผนการเงินอิสระ นักเขียนและวิทยากร