ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
16-09-2565
ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ดำเนินโครงการนำร่องเงินบาทดิจิทัลแล้ว โดย ธปท. อยู่ในช่วงศึกษาและพัฒนาต่อยอดโดยจะเข้ามาเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินที่มีอยู่ ไม่ได้มาทดแทนทำให้ทางเลือกใดหายไป
เงินบาทดิจิทัล มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Central Bank Digital Currency (CBDC) หรือ Digital Currency Electronic Payment (DCEP) ที่ออกโดยธนาคารกลางของประเทศไทย (ธปท.) โดยสกุลเงินดิจิทัล เรียกว่า บาทดิจิทัล และเนื่องจากเงินบาทดิจิทัลเป็นตัวเงินจริง แต่อยู่ในรูปของดิจิทัลที่ไม่สามารถจับต้องได้ (ไม่ได้อยู่ในรูปเงินสดหรือธนบัตรแบบเดิม) ดังนั้น จึงมีค่าเท่ากับธนบัตร เช่น เงินสด 100 บาท เท่ากับ 100 บาทดิจิทัล เป็นต้น
เงินบาทดิจิทัลคืออะไร?
เงินบาทดิจิทัลมีความแตกต่างจากเงินสดที่อยู่ในรูปธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ คือ ปกติเวลาจะใช้เงินสดก็ต้องถอนเงินฝากมาเพื่อใช้จ่ายผ่านมือกัน ซึ่งต่างจากเงินบาทดิจิทัล ที่ไม่มีอะไรให้จับต้องได้ แต่เป็นเงินที่ออกโดยธนาคารกลาง สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและมีสินทรัพย์ภาครัฐหนุนหลัง เหมือนเงินสดทุกประการ
ก่อนจะใช้งานการใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทยได้ ผู้ใช้ต้องนำเงินฝากหรือเงินสดมาแลกเก็บไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น ต้องการ 100 บาทดิจิทัล ก็ต้องนำเงินสด 100 บาทมาแลก แล้วเก็บไว้ในแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการทางการเงินที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. เป็นผู้ดูแล หากไม่มีสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต หรือบัญชีเงินฝาก ก็ยังสามารถเข้าถึงได้ผ่านการ์ดแตะรับจ่ายเงินอีกด้วย
เงินบาทดิจิตอล คือ สกุลเงินที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับคริปโตเคอร์เรนซี แต่เงินบาทดิจิทัลออกโดยธนาคารกลาง ภาระหนี้อยู่ที่ธนาคารกลางโดยตรง ไม่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ มีคุณสมบัติในการเป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าและบริการ และสามารถรักษามูลค่าได้
เงินบาทดิจิทัลแตกต่างจากเงินอิเล็กทรอนิกส์และคริปโตเคอร์เรนซีอย่างไร?
สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย มีอะไรบ้างที่แตกต่างจากเงินบาทดิจิทัล? ลองเปรียบเทียบให้ชัดเจน ดังนี้
ทำไมธนาคารแห่งประเทศไทยจึงพัฒนาเงินบาทดิจิทัล?
วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของ ธปท. ในการพัฒนาเงินบาทดิจิทัลมีหลายประการ ได้แก่
ประโยชน์ของเงินบาทดิจิทัลที่มีผลต่อเศรษฐกิจ คือ อัตราการหมุนเวียนในการจับจ่ายใช้สอยจะสะดวกรวดเร็วขึ้น ทำให้เศรษฐกิจประเทศมีโอกาสขยายตัวเติบโตได้เร็วกว่าเดิม
ประชาชนทั่วไปจะสามารถเข้าถึงและใช้งานเงินบาทดิจิทัลได้อย่างไร?
ขั้นตอนในการเข้าถึงและใช้งานเงินบาทดิจิทัลสำหรับประชาชนทั่วไป มีดังนี้
การใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทยจะออกแบบให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะมีบัญชีธนาคารหรือไม่ก็ตาม
เงินบาทดิจิทัลจะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินและธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยอย่างไร?
เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการเงินไทย สามารถมองได้หลายมิติ ดังนี้
ทั้งนี้ ธปท. ออกแบบระบบให้ธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินที่ได้รับอนุญาตยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศทางการเงินต่อไป
มีความเสี่ยงหรือข้อจำกัดอะไรบ้างที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการใช้เงินบาทดิจิทัล?
จากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทย มีอะไรบ้างได้สะดวกขึ้น แต่ก็มีปัญหาและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องที่ต้องพิจารณา ดังนี้
ด้วยเหตุนี้ เงินบาทดิจิทัลที่ออกโดย ธปท. จึงเป็นทางเลือกที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยสูง เพราะมีภาครัฐรับรองและกำกับดูแล
สถานะปัจจุบันของการพัฒนาเงินบาทดิจิทัลในประเทศไทยเป็นอย่างไร?
ธปท. รายงานความคืบหน้าในการพัฒนาเงินบาทดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะเริ่มทดลองใช้เงินบาทดิจิทัลกับธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เพื่อทดสอบระบบก่อนขยายผลสู่ประชาชนในวงกว้าง
อัพเดตสถานะและแผนการนำร่อง: ปัจจุบันโครงการนำร่อง Retail CBDC (โครงการบางขุนพรหม) ของ ธปท. สิ้นสุดลงแล้วในปี 2567 โดยผ่านการทดสอบกับผู้ใช้งานราว 10,000 ราย อย่างไรก็ตาม ธปท. ยังไม่มีแผนออก Retail CBDC ในวงกว้างในเร็วๆ นี้ แต่จะนำข้อมูลที่ได้จากโครงการนำร่องไปพัฒนาระบบการชำระเงินต่อไป โดยเฉพาะในด้าน Programmable Payment และการ Tokenize สินทรัพย์ ปัจจุบัน ธปท. เปิด Programmable Payment Sandbox (ธันวาคม 2568) เพื่อทดสอบ Stablecoin เงินบาท และระบบชำระเงินอัจฉริยะแทน
เงินบาทดิจิทัลมีความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการทำธุรกรรมอย่างไร?
ความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลและการทำธุรกรรมของเงินบาทดิจิทัลได้รับการออกแบบอย่างรัดกุม ดังนี้
แม้ระบบจะออกแบบมาอย่างรัดกุม ผู้ใช้ก็ควรรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ รหัสผ่าน และไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญกับผู้อื่น
เงินบาทดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมหรือเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินได้อย่างไร?
เมื่อวิเคราะห์ข้อดีในการทำธุรกรรมและประสิทธิภาพการชำระเงิน เงินบาทดิจิทัลมีศักยภาพในการช่วย ดังนี้
สรุป
เงินบาทดิจิทัลเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนได้เข้าถึงสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดย ธปท. ซึ่งมีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยสูง เอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานระบบการเงินไทยให้พร้อมรับมือกับโลกการเงินในอนาคต และเป็นทางเลือกของการออกใช้เงินภาครัฐให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค
การใช้สกุลเงินดิจิทัลในประเทศไทยในรูปแบบที่ ธปท. กำกับดูแล จึงแตกต่างจากคริปโตเคอร์เรนซีทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เงินบาทดิจิตอลคือก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ระบบการเงินไทยทันสมัย ครอบคลุม และยั่งยืนในระยะยาว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินบาทดิจิทัล
Q: เงินบาทดิจิทัล (CBDC) แตกต่างจาก e-Money อย่าง PromptPay อย่างไร?
A: e-Money เช่น PromptPay ออกโดยสถาบันการเงินและใช้ได้เฉพาะในเครือข่ายที่รับชำระ ขณะที่เงินบาทดิจิทัลออกโดย ธปท. โดยตรง ใช้จ่ายชำระได้ในวงกว้างกว่า ไม่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินตัวกลาง และมีสินทรัพย์ภาครัฐหนุนหลัง ทำให้มั่นคงและน่าเชื่อถือกว่า
Q: เงินบาทดิจิทัลจะมาแทนที่เงินสดหรือไม่?
A: ไม่ เงินบาทดิจิทัลจะเข้ามาเพิ่มทางเลือกในการชำระเงินที่มีอยู่ ไม่ได้มาทดแทนหรือทำให้ทางเลือกใดหายไป ประชาชนยังสามารถใช้เงินสดต่อไปได้ตามปกติ
Q: ตอนนี้ประชาชนทั่วไปใช้เงินบาทดิจิทัลได้แล้วหรือยัง?
A: ปัจจุบัน ธปท. ยังอยู่ในระยะพัฒนาและทดสอบระบบกับธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการ ยังไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้งานอย่างเป็นทางการ ติดตามประกาศจาก ธปท. เพื่ออัพเดตสถานะล่าสุดได้เลย
แหล่งอ้างอิง: https://www.bakermckenzie.com/en/insight/publications/2026/01/thailand-bridging-payments-digital-assets-current-regulatory-developments
แหล่งอ้างอิง: https://stripe.com/en-th/resources/more/cbdc-central-bank-digital-currency-in-thailand