Metaverse 101: เราพร้อมกับโลกใบใหม่หรือยัง?

เมื่อคำว่า Metaverse ได้ถูกพูดถึงโดยมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มโซเชียลยักษ์ใหญ่ ทั่วโลกก็หันมาสนใจว่าคืออะไร เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราอย่างไร คุณชานนท์ ไตรสิงห์ Senior Software Engineer บริษัท SCB 10X จำกัด จะมาแบ่งปันเรื่องราวของโลก Metaverse จากเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมถึงสำรวจเทคโนโลยีและโอกาสธุรกิจที่มากับโลกใบใหม่นี้

 

Metaverse คืออะไร


คำว่า Metaverse มีมานานแล้ว แต่เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นในช่วงปลายปีที่แล้วที่ Facebook เปลี่ยนชื่อเป็น Meta  ซึ่ง Metaverse หมายความถึงโลกที่หลุดจากความเป็นจริง (Physical World) ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่การเล่นเกมอย่างเดียว แต่เข้าไปใช้ชีวิต พบปะผู้คน ทำงาน ฯลฯ เป็นโลกเสมือนคู่ขนานกับโลกความจริง โดยมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก มองว่า Metaverse เป็นการเชื่อมโยงผู้คนได้มากกว่าการพิมพ์ข้อความ โพสต์รูปภาพ วีดิโอ ที่ทำใน Facebook แต่เป็นการเข้าไปอยู่ในโลกอีกโลกนึงแล้วพบปะพูดคุยกับผู้คน เป็นประสบการณ์สมจริงที่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน Metaverse จึงเป็นเรื่องของ Social Connection และ Immersive Experience แม้ตอนนี้ Metaverse ยังไม่มีคำจำกัดความตายตัว ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น หลายบริษัทเข้ามาค้นคว้า ทดลอง ซึ่งส่งผลให้ภาพของโลก Metaverse ชัดเจนขึ้น

metaverse-101-01

คุณชานนท์กล่าวว่าโลก Metaverse มีการพัฒนามากว่า 2 ทศวรรษ ในยุคแรก ของ Metaverse มีความเหมือนกับเกมมาก เรียกว่า “Single, narrow experience” ที่เป็นเล่นเกมคนเดียว ยุคถัดมาเมื่อมีอินเทอร์เน็ต จึงเกิดเกมออนไลน์ เช่น Raknarok ที่ผู้คนได้เล่นเกมด้วยกัน เป็น “Multi experiences around one game mechanics” ในยุคที่ 3 เป็นแนวคิด “User-defined experiences” พัฒนาต่อยอดเกมออนไลน์เดิมให้มีประสบการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น อย่าง “Roblox” มีจุดขายที่ให้เครื่องมือกับครีเอเตอร์มาสร้างสรรค์เกมบนแพลตฟอร์มได้ บน Roblox จึงมีเกมหลากหลายมาก ในยุคปัจจุบัน เริ่มมีคำถามว่านอกจากเป็นเกมแล้ว โลกเสมือนสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้นหรือเปล่า? หลายธุรกิจจึงเริ่มคิดต่อยอดมากกว่าเกม นำมาซึ่งแนวคิด New Economy in Virtual Space

 

เทคโนโลยีอะไรสร้างโลก Metaverse


บรรดาเทคโนโลยีประกอบเป็นโลก Metaverse แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ “Experience” ที่ user เข้าถึงง่ายสุด  และกลุ่ม ที่อยู่ภายใน เรียกว่า “Infrastructure” เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้โลก Metaverse เกิดขึ้น เช่นความเร็วอินเทอร์เน็ต บล็อกเชน NFT ฯลฯ


สำหรับบล็อกเชน เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีช่วยเรื่อง Ecosystem ของ Metaverse ในการเก็บข้อมูลใน Node ต่างๆ กระจายอยู่ทั่วโลก เรามีความเป็นเจ้าของข้อมูล แพลตฟอร์มไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของข้อมูล จะมาแก้ไขหรือลบข้อมูลไม่ได้ ในส่วน Non-Fungible Tokens (NFT) สินทรัพย์ที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ ไม่ว่าจะมีความเหมือนกันขนาดไหน เช่นงานศิลปะ ที่งานต้นฉบับกับงานที่ผลิตซ้ำมีมูลค่าแตกต่างกัน  เทคโนโลยีบล็อกเชนก็นำเอาคุณสมบัติความเป็น Non-Fungible Token ว่าเมื่อมีการสร้างสินทรัพย์ใดๆ บนบล็อกเชน ทุกๆ อันที่สร้างขึ้นจะมีรหัสบล็อกเชนไม่เหมือนกัน สามารถ track ได้ว่าเป็นสินทรัพย์ชิ้นที่เท่าไร ใครเป็นเจ้าของ ปัจจุบัน NFT นำไปใช้ในเรื่องงานศิลปะ การนำ NFT มาแลกสินค้าบริการจริง (Redeemable) ใช้ NFT เป็นบัตรเข้าชมงานต่างๆ แก้ปัญหาเรื่องบัตรปลอม ขายเกินราคา เพราะ NFT สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ทั้งหมด ไอเท็มเกมต่างๆ ที่ซื้อมาแล้ว สินทรัพย์ในเกมเป็นของเรา สามารถทำไป trade และต่อยอดในเกมอื่นได้ แม้เกมปัจจุบันปิดตัวลง


สำหรับ Experience การมองเห็นรับรู้โลก Metaverse มี 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ 1) Augmented Reality (AR) ให้ user เห็นโลกดิจิทัลซ้อนอยู่กับโลกความจริง ผ่านแว่น จอมือถือ เช่น เกม Pokemon Go!  2) Virtual Reality (VR) จะตรงข้ามกับ AR เมื่อเราใส่แว่น VR ก็จะเข้าไปอยู่ในโลกดิจิทัล 3) Mixed Reality (XR) การผสมระหว่าง AR และ VR ที่อยู่ในโลกจริงก็สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับโลกดิจิทัลได้ จาก 3 เทคโนโลยีนี้ จะมีแว่น VR Headset เป็นอุปกรณ์สำคัญ ซึ่งคาดการณ์ว่าคนจะใช้ VR มากขึ้นในอนาคต และมีการพัฒนาแว่น VR ให้มีฟังก์ชั่นหลากหลาย แสดงผลสมจริงมากขึ้น เช่น Hand Tracking, Retina Resolution, Face & Eye Tracking

แพลตฟอร์ม Metaverse มีอะไรบ้าง


ปัจจุบันแพลตฟอร์ม Metaverse แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักตามฟังก์ชั่นเทคโนโลยีหลัก คือ
 

  • กลุ่มบล็อกเชน มีจุดขายที่ Decentralized  ความเป็นเจ้าของ แลกเปลี่ยน Digital Asset/NFT ข้ามแพลตฟอร์ม ใช้ Token ซื้อขายของใน Metaverse   เช่น The Sandbox, Decentraland, Cryptovoxels, Somnuim Space

  • กลุ่ม Social เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคน มีความสมจริง เหมือนคุยกับคนจริงๆ เช่น Zepeto, Horizon Worlds (เป็น Metaverse ของ Facebook) , VR CHAT, RECROOM

  • กลุ่ม Game เน้นความสนุกเป็นหลัก เป็นเกมที่เปิดให้ Creator สร้าง Experience ที่เกี่ยวกับธุรกิจบนแพลตฟอร์มได้ เช่น Roblox, Minecraft, Fortnite

โอกาสต่อยอดธุรกิจในโลก Metaverse


คุณชานนท์กล่าวถึงการคาดการณ์ว่าในปี 2024 ตลาด Metaverse จะเติบโตมากกว่า 8  ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และถูกมองว่าเป็นโอกาสใหม่ที่หลายธุรกิจอยากเข้ามาทดลองทำอะไรใหม่ๆ บนโลก Metaverse ซึ่งกลุ่ม Gen Y และ Gen Z เป็นแรงสำคัญที่จะผลักดันให้ Metaverse เกิดง่ายขึ้น


นอกจากนี้ จากการที่ Metaverse เกิดขึ้นในช่วง Work from Home ซึ่งในมุมผู้บริหารมองว่ามี pain point เรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กร เทคโนโลยี Metaverse “Gather Town” “Horizon Workrooms” จึงถูกนำมาปรับใช้ให้ตอบโจทย์การสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คน และ Metaverse ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ร่วมกับผู้อื่นในการรับชมความบันเทิงต่างๆ เช่น Live Concert ดูกีฬา ภาพยนตร์ ในบรรยากาศสมจริง


สำหรับ SCB 10X ได้ไปลงทุนใน The Sandbox  และได้พัฒนาสำนักใหญ่ใน Metaverse แบ่งเป็น 3  โซน : อดีต ปัจจุบัน อนาคต สะท้อนภาพความเป็นไทยตั้งแต่อดีตถึงอนาคต เน้นประโยชน์ใช้สอย 3 ด้าน ได้แก่ 1)  Virtual Hub จัดอีเวนต์แบ่งปันความรู้เทคโนโลยี สร้างประสบการณ์แบบมีส่วนร่วม 2) Virtual Land สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจในการทำกิจกรรมต่อยอดโครงการ และ 3) NFT gallery พื้นที่แสดงผลงานและคอนเสิร์ต สนับสนุนศิลปินชาวไทยสู่ตลาดโลก


โอกาสใหม่ที่มากับโลก Metaverse มีอยู่มากมายรอให้เราได้ค้นพบ แล้วเราพร้อมกับโลกใบใหม่แล้วหรือยัง?


ที่มา : การสัมมนาหลักสูตร “Mission X” The Boot Camp pf Advanced Corporate Transformation รุ่นที่ 4 :  Metaverse โดย คุณชานนท์ ไตรสิงห์ Senior Software Engineer บริษัท SCB 10Xเท็นเอกซ์ จำกัด วันที่ 5 กรกฎาคม 2565