เจาะลึกรูปแบบธุรกิจญี่ปุ่น (3) – ธุรกิจ Trading

ญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจของโลก แม้ว่าปัจจุบันบทบาทของจีนและเกาหลีจะเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและในระดับนานาชาติ แต่ธุรกิจของญี่ปุ่นก็ยังคงมีเสน่ห์น่าเรียนรู้อยู่เสมอ บทความนี้จะนำเสนอรูปแบบธุรกิจของญี่ปุ่นที่น่าสนใจทั้งหมด 4 ธุรกิจคือ ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา, ธุรกิจกีฬา, ธุรกิจ Trading, และธุรกิจ SMEs แบบญี่ปุ่น


ธุรกิจ Trading ของญี่ปุ่น


ธุรกิจ Trading เรียกอีกอย่างในภาษาไทยคือ ธุรกิจซื้อมา-ขายไป นั่นเอง ข้อดีของธุรกิจประเภทนี้คือเจ้าของธุรกิจเองไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงาน, ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการผลิตสินค้านั้น ๆ ก็ได้ เพราะดำเนินธุรกิจโดยการซื้อสินค้ามาขายต่อให้แพงขึ้นเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างตรงนั้นนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก เราสามารถติดต่อสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศมาขายในประเทศตัวเองได้สะดวกขึ้นมากโดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปประเทศนั้น ๆ ก็ได้ ธุรกิจซื้อมาขายไปจึงมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นไปอีกอย่างต่อเนื่อง


ในญี่ปุ่นมีธุรกิจ Trading กลุ่มหนึ่งที่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โซโก โชชะ (総合商社) ที่เขียนภาษาอังกฤษว่า Sogo Shosha ตรงตัว หมายถึงกลุ่มธุรกิจ Trading ขนาดมหึมาที่ทำธุรกิจครอบคลุมทุกสรรพสิ่ง ในภาษาญี่ปุ่นมีคำกล่าวว่า Sogo Shosha นี้ทำธุรกิจ “ตั้งแต่ราเม็ง ยันจรวดมิสไซล์” (ラーメンからミサイルまで)” บางคนก็ว่า “ตั้งแต่ราเม็ง ยันเครื่องบิน (ラーメンから航空機まで)” คล้ายกับที่คนไทยพูดว่า “ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ” อยู่พอตัว

japanese-business-trading-01

Sogo Shosha เหล่านี้จัดเป็นฟันเฟืองสำคัญมากของระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่น เนื่องจากหลังปฏิรูปเมจิ (ค. ศ. 1868) ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศรับอารยธรรมตะวันตกอย่างมาก จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 (ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 คือก่อน ค. ศ. 1945) และกลางศตวรรษที่ 19 (ญี่ปุ่นฟื้นฟูประเทศได้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เป็นต้นไป) ญี่ปุ่นปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ เศรษฐกิจของญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องการวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อใช้พัฒนาอุตสาหกรรม


แต่ปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่นมี 2 ประการคือ สภาพภูมิศาสตร์ของญี่ปุ่นเองที่มีลักษณะเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่หลายพันเกาะ (บางสำนักบอกว่า 3,900 เกาะ บางสำนักก็ว่า 6,800 เกาะ ขึ้นอยู่กับคำนิยามคำว่า “เกาะ” ของแต่ละสำนัก) แยกตัวออกมาจากผืนแผ่นดินใหญ่ จึงมีการคมนาคมลำบาก และมีทรัพยากรธรรมชาติจำกัดกว่าประเทศที่ติดกับแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งจิตวิทยาของชาวญี่ปุ่นยังค่อนข้างไม่เปิดรับต่างชาติ ทำให้มีข้อจำกัดทางภาษาและวัฒนธรรมที่จะไปติดต่อซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ จากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศตัวเอง จึงเป็นโอกาสดีให้นักธุรกิจหลายกลุ่มก่อตั้งธุรกิจ Trading ขึ้นมา และพัฒนาเป็น Sogo Shosha ที่ขายทุกอย่างครอบจักรวาล เช่น แร่ธาตุ, วัสดุก่อสร้าง, วัตถุดิบของอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ


Sogo Shosha เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น สามารถนำเข้าวัตถุดิบจำนวนมหาศาลได้ในแต่ละครั้ง ทำให้ลดต้นทุนต่อหน่วยให้ถูกลงได้ และมีอำนาจต่อรองสูงมากในแต่ละเรื่องกับนักธุรกิจต่างประเทศ โดย Sogo Shosha ของญี่ปุ่นมีฟังก์ชั่นหลักแบ่งเป็น 3 สาย คือ กระจายสินค้า (流通), ดูแลการเงิน (金融), และจัดการข้อมูล (情報) ให้มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมี Sogo Shosha ใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่นอยู่ทั้งหมด 7 แห่งคือ Mitsubishi Corporation, ITOCHU Corporation, Sumitomo Corporation, MITSUI & Co., Marubeni Corporation, Toyota Tsusho Corporation, Sojitz Corporation


ในอีกด้าน นอกจากTrading ขนาดมหึมาที่ทำธุรกิจครอบจักรวาลอย่าง Sogo Shosha แล้ว ญี่ปุ่นยังมี Trading อีกกลุ่มหนึ่งที่ทำตรงข้ามกันคือ เป็น Trading เฉพาะวงการ เรียกว่า Senmon Shosha (専門商社) ที่จะทำ Trading เฉพาะสินค้าแค่บางกลุ่มที่บริษัทของตัวเองถนัดหรือมีสัมพันธภาพและมีความรู้ในบริบทของคนเฉพาะวงการนั้น

ธุรกิจ Trading ในญี่ปุ่นทั้ง Sogo Shosha และ Senmon Shosha มีความรู้ความสามารถที่พัฒนามาตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน สามารถบริหารจุดเหลื่อมล้ำระหว่างอุปสงค์และอุปทานของตลาด คอยช่วยเชื่อมดีลต่าง ๆ ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค คอยจัดการ Network ด้านธุรกิจต่าง ๆ ที่ทำให้ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดมากในญี่ปุ่น ให้เป็นวัตถุดิบของสินค้าต่าง ๆ ได้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงที่สุดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง อย่างเช่นสภาพ Covid ในปัจจุบัน เป็นต้น กลุ่มธุรกิจ Trading ของญี่ปุ่นจะเป็นคนกลุ่มเดียวที่คุ้นชินกับความผันผวนมากกว่านักธุรกิจกลุ่มอื่น ทำให้วิเคราะห์และทำนายทิศทางต่าง ๆ ได้อย่างเยือกเย็นกว่า และหาช่องทางทำกำไรได้อีกจากความผันผวนนั้


ธุรกิจ Sogo Shosha ของญี่ปุ่นยิ่งมีความน่าจับตามองเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อ Warren Buffett นักลงทุนชื่อดังระดับโลก ตัดสินใจลงทุนในกลุ่ม Sogo Shosha ของญี่ปุ่นทั้งหมดถึง 7 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา สภาพธุรกิจสายการบินที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 และยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัว อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผลักดันให้ธุรกิจ Trading โดยเฉพาะธุรกิจของกลุ่ม Sogo Shosha ผงาดขึ้นมาในระดับโลกกว่าที่เคยเป็นก็ได้


เรื่องโดย : ดร. วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรระหว่างประเทศ อาจารย์และวิทยากรหลายสถาบัน