ประตูหน้าต่างเลือกอย่างไรให้เหมาะสม

ประตูและหน้าต่างเป็นสิ่งสำคัญที่มีอยู่ในทุกบ้านและอยู่ใกล้ตัวเรามากจนบางครั้งถูกมองข้ามไปว่า มันอำนวยความสะดวกให้กับเราอยู่ ในทางกลับกันก็สามารถทำให้เราลำบากได้เช่นกัน ถ้าเลือกใช้อย่างไม่ถูกต้อง

ประตูและหน้าต่างมีหน้าที่ที่หลากหลายตามแต่ตำแหน่งและจุดประสงค์ของการใช้งาน สามารถสร้างความเป็นส่วนตัว แบ่งสัดส่วน ให้ความปลอดภัย ไปจนถึงการป้องกันมลภาวะจากภายนอก หรือเพื่อการถ่ายเทอากาศก็ได้


ส่วนประกอบหลักของประตูและหน้าต่าง

1. วงกบ คือ โครงสร้างหรือกรอบด้านนอกของชุดประตูหรือหน้าต่าง ที่ติดอยู่กับผนังบ้านอย่างถาวร เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนประตู มักจะเป็นการเปลี่ยนเฉพาะบานประตู ไม่ได้มีการเปลี่ยนวงกบ นอกจากนี้วงกบยังต้องมีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักของประตู และแรงกระแทกขณะที่ใช้งาน วงกบสามารถเลือกใช้ได้ทั้ง ไม้ เหล็ก อะลูมิเนียม และ PVC

วงกบจะติดตั้งเข้ากับเสาเอ็นและคานเอ็นซึ่งเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ตีเป็นกรอบรอบช่องประตูหน้าต่างทุกๆ ช่อง โดยเสาเอ็นและคานเอ็นจะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับช่องประตูหน้าต่าง และส่วนอื่นๆ ของผนังก่ออิฐที่ต้องการเสริมความแข็งแรงเป็นช่วงๆ นอกเหนือไปจากเสาและคานของบ้าน หากช่องประตูหน้าต่างไม่มีการทำเสาเอ็น ก็จะทำให้เกิดรอยร้าวที่ผนังบริเวณมุมวงกบได้เมื่อเกิดการกระแทกจากใช้งานไปนานๆ ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ เสาเอ็นและคานเอ็นจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงานประตูหน้าต่าง ซึ่งจะไม่สามารถแยกออกได้ว่าช่องหน้าต่างนั้นๆ มีเสาเอ็นหรือไม่ หากผนังได้มีการฉาบไปแล้ว

2. กรอบบาน คือ  ส่วนโครงกรอบของตัวบานประตูหรือหน้าต่าง เช่น บานประตูกระจกอาจมีกรอบบานเป็นไม้ หรือ อะลูมิเนียม

3. ลูกฟัก คือชิ้นส่วนของประตูหน้าต่างที่อยู่ในกรอบบาน โดยประตูหนึ่งบานอาจมีลูกฟักมากกว่า 1 วัสดุ เช่น ประตูกรอบบานอะลูมิเนียมอาจมีลูกฟักเป็นแผ่นอะลูมิเนียมที่ด้านล่าง และมีกระจกเป็นลูกฟักด้านบนเพื่อให้สามารถมองเห็นว่ามีใครอยู่ในห้องหรือไม่ ลักษณะของลูกฟักอาจแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ ลูกฟักแบบทึบ ลูกฟักแบบมองทะลุได้ และลูกฟักแบบระบายอากาศได้ เช่น ประตูห้องน้ำ

4. อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ หมายถึงบานพับ มือจับ ตัวล็อค หรืออุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ที่ติดตั้งเข้ากับประตูหน้าต่างให้เปิดปิด ล็อก เปิดค้าง หรือปิดเอง ไปจนถึงระบบป้องกันขโมย อุปกรณ์เหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อคุณภาพของประตูหน้าต่าง และต้องเลือกให้เข้ากันได้กับรูปแบบประตูหน้าต่างที่ต้องการ


วัสดุประตูหน้าต่าง

1. ไม้ สามารถเป็นได้ทั้งวงกบ กรอบบาน และลูกฟัก ไม้ที่นำมาใช้มีทั้งไม้เนื้อแข็งและไม้อัด ประตูไม้มีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งที่เรียบง่าย ไปจนถึงมีลวดลาย แต่อาจมีปัญหาเรื่องการบวม เปิดปิดลำบากในหน้าฝนหากเป็นไม้ที่อบมาไม่ดี วัสดุไม้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น และช่างทั่วไปคุ้นเคย สามารถหาช่างมาทำงานได้ง่าย


2. เหล็ก สามารถเป็นได้ทั้งวงกบ กรอบบาน และบานประตูทั้งบาน ประตูบานเหล็กมักใช้เป็นประตูห้องเครื่อง หรือห้องเก็บของ ส่วนประตูที่มีกรอบบานเป็นเหล็กมักใช้เพื่อการตกแต่ง เพราะสามารถออกแบบให้มีเส้นสายที่สวยงามตามต้องการได้ ประตูเหล็กอาจมีน้ำหนักมากกว่าประตูชนิดอื่นและเป็นสนิมได้ถ้าโดนฝนหรือความชื้น จึงควรคำนึงถึงความแข็งแรงของผนังและจุดที่จะติดตั้ง

3. อะลูมิเนียม เป็นวัสดุที่หาได้ง่ายตามท้องตลาด ใช้เป็นวงกบ และกรอบบานให้กับประตูหน้าต่างสำหรับบ้านสมัยใหม่ มักใช้ร่วมกับลูกฟักที่เป็นกระจก วัสดุอะลูมิเนียมสามารถทำสีได้หลายรูปแบบ ทั้งสีเรียบ และสีตกแต่งพิเศษเช่น สีลายไม้


4. PVC เป็นวัสดุทางเลือกที่มีราคาไม่แพง สามารถใช้เป็นวงกบ และกรอบบานแทนเฟรมอะลูมิเนียม แต่จะมีข้อจำกัดเรื่องขนาด เนื่องจากเป็นวัสดุที่ไม่แข็งแรงเท่าอะลูมิเนียม นอกจากนี้ PVC ยังใช้เป็นบานประตูแบบทั้งบานสำหรับประตูห้องน้ำเพื่อลดปัญหาเรื่องความชื้นที่เกิดกับประตูไม้ได้


5. กระจก เป็นวัสดุที่ใช้เป็นลูกฟักให้กับประตูหน้าต่าง เพื่อให้ตัวบานสามารถมองเห็นวิวภายนอก และรับแสงธรรมชาติได้ กระจกสามารถใช้เป็นประตูแบบไม่ต้องมีกรอบบาน หรือที่เรียกว่าบานเปลือยสำหรับกั้นส่วนอาบน้ำในห้องน้ำ หรือประตูทางเข้าร้านค้าสมัยใหม่ทั่วไป งานประตูหน้าต่างกระจกควรติดตั้งโดยช่างกระจกอะลูมิเนียมซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านงานกระจกโดยเฉพาะ แต่มีข้อเสียคือแสงสามารถส่องเข้ามาถูกเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นบ้านได้ ทำให้จุดนั้นซีดจางเพราะโดนแดดทำลายได้


ประตูหน้าต่างประเภทต่างๆ

ประตูหน้าต่างสามารถแบ่งตามรูปแบบการเปิดปิดได้หลายรูปแบบ โดยแบบพื้นฐานที่ควรรู้จักมีดังนี้

1. ประตูบานเปิด เป็นประตูที่เปิดได้ทางเดียว โดยจะเป็นการเปิดเข้าหรือเปิดออกก็ได้ตามแต่พื้นที่ใช้สอย สามารถเป็นได้ทั้งบานไม้แบบทึบ ที่เหมาะสำหรับทางเข้าบ้าน หรือประตูภายในตามห้องต่างๆ และแบบบานใสที่ใช้กระจกเป็นลูกฟัก ที่เหมาะกับการใช้เป็นประตูเปิดออกสู่ระเบียง โดยสำหรับการใช้งานในบางห้องอาจต้องการให้มีการระบายอากาศ เช่นห้องเครื่องปั๊มน้ำ ก็อาจใช้ประตูบานทึบที่ผสมกับเกล็ดระบายอากาศ เพื่อระบายความร้อนของเครื่องปั๊มน้ำที่อยู่ข้างใน ประตูบานเปิดในบางจุดอาจต้องการให้เปิดค้างได้ ปิดเองได้ หรือไม่ให้เปิดกว้างเกินไปจนไปชนกับส่วนอื่นของบ้าน ก็จะต้องมีการใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์พิเศษร่วมกัน


2. ประตูบานสวิง หรือประตูบานเปิด 2 ทาง มักใช้ที่ทางเข้าออกที่มีคนเดินผ่านจำนวนมาก เช่นทางเข้าศูนย์การค้า หรืออาคารสาธารณะ โดยประตูที่เปิดได้ 2 ทางมักจะต้องมีลูกฟักเป็นบานกระจกให้มองเห็นฝั่งตรงข้ามได้ เพื่อให้ลดการเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่มีคนอยู่ที่บริเวณประตู

4. ประตูบานเลื่อน คือประตูที่เลื่อนเปิดด้วยลูกล้อและรางที่อยู่ในวงกบ โดยมักจะแบ่งขนาดบานประตูเป็น 2, 3, 4 ส่วนของความกว้างของประตูนั้นๆ บานประตูที่แบ่งอาจเลื่อนได้ทั้งหมด หรือเลื่อนได้บางบานก็แล้วแต่การใช้สอย แต่ส่วนที่เลื่อนเปิดได้มักเปิดได้ครึ่งหนึ่งของความกว้างทั้งหมดของประตู ประตูบานเลื่อนที่ใช้ลูกฟักเป็นกระจกจะให้ความโปร่งโล่งมองเห็นวิวภายนอกได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับเป็นประตูออกไปยังระเบียง และส่วนของบ้านที่มีพื้นที่น้อย โดยหากเป็นบานเลื่อนที่กั้นระหว่างพื้นที่ภายในบ้าน ควรเลือกแบบที่เป็นรางแขวนด้านบน เพื่อไม่ให้มีรางที่พื้นซึ่งอาจทำให้สะดุดได้

5. ประตูบานเฟี้ยม เป็นประตูที่มีลักษณะเหมือนบานเปิดผสมกับบานเลื่อน โดยประตูบานเฟี้ยมจะแบ่งเป็นบานประตูเล็กๆ ซึ่งพับซ้อนกันกองอยู่ที่ทั้ง 2 ข้างตอนเปิด โดยบานเฟี้ยมสามารถเปิดได้กว้างโล่งกว่าประตูรูปแบบอื่น ทำให้ที่ดูหรูหรา ไม่ธรรมดา การเลือกประตูบานเฟี้ยมควรเลือกใช้จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ประตูบานเฟี้ยมที่มีคุณภาพ และเมื่อมีปัญหาก็สามารถเรียกมาซ่อมแซมได้สะดวก เพราะประตูบานเฟี้ยมมีความซับซ้อนกว่าประตูรูปแบบอื่นๆ


6. หน้าต่างบานเปิด เป็นหน้าต่างแบบดั้งเดิมที่มีทั้งแบบเป็นบานไม้ทั้งแผ่นตามลักษณะบ้านสมัยก่อน และบานที่มีลูกฟักที่เป็นกระจกที่เห็นวิว และรับแสงธรรมชาติจากภายนอกได้ตามแบบหน้าต่างสมัยใหม่ หน้าต่างบานเปิดในขณะเปิดอาจกีดขวางพื้นที่ด้านนอก หรือทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ การเลือกใช้ควรคำนึงถึงพื้นที่ฝั่งด้านในและด้านนอกประกอบกัน หน้าต่างบานเปิดควรมีอุปกรณ์ที่ทำให้เปิดค้างได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวบานถูกลมตีกระแทกเกิดความเสียหาย


7. หน้าต่างบานกระทุ้ง มีลักษณะคล้ายหน้าต่างบานเปิด โดยการเปิดเป็นการเปิดขึ้นด้านบน การกำหนดตำแหน่งการติดตั้งควรระวังไม่ให้บานที่เปิดออกไปขวางทางเดินของพื้นที่ด้านนอก หน้าต่างบานกระทุ้งมีได้ทั้งบานเล็กที่มักใช้ระบายอากาศให้ห้องน้ำ และบานใหญ่ที่ใช้ตามพื้นที่ทั่วไป โดยควรคำนึงถึงขนาดและน้ำหนักของบานไม่ให้หนักเกินกว่าจะเปิดปิดได้ง่ายด้วย


8. หน้าต่างบานเลื่อน มักจะเป็นหน้าต่างกระจกอะลูมิเนียม มีลักษณะเหมือนประตูบานเลื่อนแต่มักจะเตี้ยกว่า หน้าต่างบานเลื่อนสามารถรับลมได้ดีกว่าหน้าต่างบานเปิด และบานกระทุ้ง ทั้งยังไม่กีดขวางพื้นที่ใช้สอยภายนอกอีกด้วย หน้าต่างบานเลื่อนควรใช้ควบคู่กับมุ้งลวดเพื่อให้สามารถใช้งานด้วยการเปิดได้จริงโดยไม่มียุงหรือแมลงรบกวน การเลือกใช้ควรระมัดระวังเรื่องคุณภาพของตัวล็อก สำหรับหน้าต่างชุดที่ติดกับภายนอกบ้าน


9. หน้าต่างบานเกล็ด เป็นหน้าต่างที่ประกอบด้วยกระจกชิ้นยาววางซ้อนเหลื่อมกันจนเต็มพื้นที่ โดยสามารถเปิดและปิดได้จากด้านใน หน้าต่างบานเกล็ดเปิดรับลมได้มาก โดยสามารถรับลมได้เต็มพื้นที่ของพื้นที่หน้าต่าง แต่ไม่สามารถกันน้ำจากฝนแรงๆได้ จึงต้องใช้ในตำแหน่งที่มีชายคาหรือกันสาดคลุมอย่างเพียงพอ และต้องใช้ร่วมกับมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุงหรือแมลง


10. ช่องแสงติดตาย คือช่องกระจกที่มีวงกบเป็นได้ทั้งไม้ อะลูมิเนียม หรืออื่นๆ โดยลูกฟักจะเป็นกระจกใส หรือกระจกฝ้าก็ได้ตามแต่การใช้สอย โดยมีขนาดได้ทั้งช่องเล็กๆ และช่องใหญ่แบบสูงจากพื้นถึงเพดาน กระจกที่ใช้ต้องมีความหนาที่เพียงพอสำหรับช่องแสงแต่ละขนาด


ประตูหน้าต่างรูปแบบต่างๆ ที่ได้กล่าวมานี้เป็นประตูหน้าต่างพื้นฐานทั่วไป ที่บางครั้งเจ้าของบ้านอาจมีความจำเป็นต้องเลือกใช้ด้วยตัวเอง แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นการเลือกใช้ประตูหน้าต่างสำหรับบ้านใหม่ทั้งหลัง หรือประตูหน้าต่างที่จุดสำคัญของบ้าน ก็ควรปรึกษาสถาปนิกหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ประตูหน้าต่างที่สอดคล้องกับการใช้งาน เหมาะสมกับสไตล์ของบ้าน และที่สำคัญคือให้คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไป