ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
นำเงินเข้าประเทศไทย เสียภาษีเท่าไหร่? อัปเดตภาษีเงินได้ต่างประเทศล่าสุด สรุปจบในที่เดียว
13-12-2566
การจัดเก็บภาษีเงินได้ต่างประเทศของไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นักลงทุนและคนทำงานในต่างแดนต้องเร่งทำความเข้าใจ จากเดิมที่เคยบริหารจัดการภาษีได้ตามหลักเกณฑ์เก่า แต่ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ปรับแนวทางปฏิบัติใหม่ตามคำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ทำให้คำถามที่ว่าการนำเงินเข้าประเทศไทย เสียภาษีเท่าไหร่? กลายเป็นประเด็นยอดฮิตที่สร้างความกังวลไม่น้อย
เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมและวางแผนจัดการทรัพย์สินได้อย่างคุ้มค่าที่สุด บทความนี้จะพาไปหาคำตอบว่า เงินได้จากต่างประเทศ เสียภาษีเท่าไหร่ และมีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจโอนเงิน
ก้าวแรกสู่การนำเงินกลับไทย เข้าใจภาษีเงินได้ต่างประเทศฉบับรู้จริง
ก่อนจะตัดสินใจโอนเงินก้อนใหญ่กลับสู่ประเทศไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจ "กติกาใหม่" เพื่อให้ทราบว่าเงินได้จากต่างประเทศ เสียภาษีเท่าไหร่นั่นเอง
ซึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของภาษีเงินได้ต่างประเทศนั้น มาจากคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 ซึ่งปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีเงินได้ตามหลักถิ่นที่อยู่ (Resident Rule) โดยมีหลักเกณฑ์ในการเก็บภาษีที่แตกต่างกัน ดังนี้
โดยการจะถูกจัดว่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามเกณฑ์ใหม่ คุณต้องพำนักอยู่ในไทยรวมกันถึง 180 วันหรือมากกว่าในปีภาษีนั้นๆ ซึ่งหากเข้าเงื่อนไขนี้ คุณจำเป็นต้องรู้ว่ายอดนำเงินเข้าประเทศไทย เสียภาษีเท่าไหร่เพื่อการยื่นแบบที่ถูกต้อง
ซึ่งการทำความเข้าใจเงื่อนไขของสรรพากรไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอย่างที่คิด หากเรามองผ่าน "หลักถิ่นที่อยู่" เป็นตัวตั้งต้น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีรายได้จากต่างประเทศจะต้องเสียภาษีในไทยเสมอไป แต่กฎหมายจะพิจารณาจากตัวบุคคลและ พฤติกรรมการนำเงินเข้าเป็นสำคัญ
โดยการจะถูกจัดว่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามเกณฑ์ใหม่ คุณต้องเข้าเงื่อนไข "ครบทั้ง 2 ข้อ" ดังนี้
หมายเหตุ: หากในปีที่เกิดรายได้ หรือในปีที่มีการนำเงินเข้าประเทศไทย คุณพำนักอยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน (เช่น อยู่เพียง 179 วัน) คุณจะไม่ถูกจัดว่าเป็น "ผู้อยู่ในไทย" ตามนิยามของกฎหมายภาษี และจะไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีจากเงินได้ต่างประเทศในส่วนนี้ทันที แม้จะมีการโอนเงินเข้ามาก็ตาม
รายได้ประเภทไหนบ้างที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้ต่างประเทศ
กรมสรรพากรนิยาม "เงินได้พึงประเมิน" จากแหล่งนอกประเทศไว้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้ครอบคลุมทุกช่องทางการสร้างรายได้ในยุคดิจิทัล โดยสามารถแบ่งกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ โดยสามารถแบ่งกลุ่มรายได้หลักได้ดังนี้
จังหวะโอนและเทคนิคนำเงินกลับไทย นิยามใหม่ที่คนไทยต้องรู้แบบไม่พลาดภาษี
การบริหารจัดการว่าการนำเงินเข้าประเทศไทย เสียภาษีเท่าไหร่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ยอดเงิน" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ "จังหวะเวลา" และ "รูปแบบการนำเข้า" กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าเงินก้อนนั้นจะถูกเปลี่ยนเป็นภาระภาษีหรือเป็นยอดเงินสุทธิที่เข้ากระเป๋าคุณได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
การทำความเข้าใจเส้นแบ่งที่สรรพากรขีดไว้อย่างชัดเจนจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนการโอนเงินกลับบ้านได้อย่างอุ่นใจ
จุดตัดสำคัญของ "เวลา" และการบังคับใช้กฎหมาย
หมุดหมายสำคัญคือวันที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นตัวกำหนดภาระภาษีตามคำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566 โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
หากพิสูจน์ได้ว่าเงินก้อนนั้นหามาได้ก่อนปี 2567 แม้จะนำเข้าไทยในปีนี้หรืออนาคต ยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์เดิม (กรณีนำเข้าคนละปีกับที่เกิดรายได้)
หากเกิดรายได้ใหม่ในปีนี้ เมื่อนำเข้าไทยไม่ว่าจะปีใดก็ตาม ต้องนำมารวมคำนวณภาษีทันที (หากในปีที่นำเข้าคุณพำนักในไทยเกิน 180 วัน)
นิยาม "การนำเงินกลับไทย" ที่กว้างกว่าที่คิด
สรรพากรไม่ได้มองแค่ยอดเงินโอนผ่านแอปพลิเคชันธนาคารเท่านั้น แต่พฤติกรรมต่อไปนี้ล้วนถูกนับเป็นการนำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยทั้งสิ้น
การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทย ถือเป็นการนำเงินกลับประเทศทั้งหมดเสมอหรือไม่?
คำตอบคือ "ไม่เสมอไป" เพราะสรรพากรพิจารณาจาก "ลักษณะของเงิน" ไม่ใช่แค่ "ช่องทางการโอน" โดยการโอนเงินเข้าบัญชีไทยบางประเภทอาจไม่ถือเป็น "เงินได้พึงประเมิน" ดังนี้
ดังนั้น การเตรียมเอกสารยืนยันลักษณะของเงินทุกครั้งก่อนโอน จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะการแยกบัญชีเงินต้น บัญชีกำไร และบัญชีที่ไม่ใช่รายได้ออกจากกันให้ชัดเจน
เส้นแบ่งระหว่าง "เงินต้น" และ "กำไร"
สิ่งที่นักลงทุนต้องตระหนักให้มั่น คือไม่ใช่ทุกยอดที่โอนเข้าจะต้องเสียภาษีทั้งหมด เพราะสรรพากรจะจัดเก็บภาษีเฉพาะส่วนที่เป็น "รายได้หรือกำไร" (Income/Profit) เท่านั้น
เคลียร์ชัดวิธีคำนวณและตัวช่วยลดหย่อน เปลี่ยนภาษีเงินได้ต่างประเทศให้เป็นเรื่องจัดการได้
เมื่อเราเข้าใจนิยามและจังหวะการนำเงินเข้าไทยแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่ตามมาคือการ "เปลี่ยนยอดเงินโอน" ให้กลายเป็น "ตัวเลขภาษี" ที่ถูกต้องตามหลักการของสรรพากร ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องเตรียมตัว ดังนี้
โครงสร้างการคำนวณภาษีและการลดหย่อน
หลายคนกังวลว่าเมื่อนำเงินเข้าประเทศไทย เสียภาษีเท่าไหร่? แล้วจะเป็นอัตราที่สูงหรือไม่? แต่ในความเป็นจริงแล้ว สรรพากรใช้หลักการเดียวกับรายได้ในประเทศไทย คือการคำนวณแบบ "อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้า" (0% - 35%) โดยมีสิทธิประโยชน์ที่ช่วยบรรเทาภาระภาษีได้ ดังนี้
ประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) กับประเทศใดบ้าง?
ปัจจุบันประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับกว่า 60 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศที่คนไทยในต่างแดนและนักลงทุนมักเกี่ยวข้องบ่อยที่สุด ได้แก่
ผลของ DTA ต่อการเสียภาษีในทางปฏิบัติ คือช่วยให้คุณนำภาษีที่จ่ายไปแล้วในประเทศต้นทางมาใช้เป็น "เครดิตหักลบ" กับภาษีที่ต้องจ่ายในไทย (Tax Credit) หรือในบางกรณีอาจระบุให้เสียภาษีเฉพาะในประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้เงื่อนไขจะแตกต่างกันในแต่ละสนธิสัญญา แนะนำให้ตรวจสอบกับที่ปรึกษาภาษีสำหรับกรณีของตนโดยเฉพาะ
ขั้นตอนและช่วงเวลาการยื่นแบบแสดงรายการ
การทำหน้าที่พลเมืองดีทางภาษีมีกำหนดการที่ชัดเจนที่คุณต้องจดจำ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ยย้อนหลัง
การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน
การเพิกเฉยหรือยื่นภาษีไม่ครบถ้วนอาจนำมาซึ่งภาระที่หนักกว่าตัวภาษีเอง ซึ่งการเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้การนำเงินกลับไทยเป็นเรื่องง่ายและโปร่งใสที่สุด เราได้แชร์เทคนิกการบริหารจัดการให้คุณได้เลือกในสิ่งที่ใช่ที่สุด
ขั้นตอนปฏิบัติและแนวทางรับมือ จัดการภาษีเงินได้ต่างประเทศอย่างมือโปร
การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนเริ่มต้นจากการเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้การนำเงินกลับไทยเป็นเรื่องง่ายและโปร่งใสที่สุด ซึ่งเราได้รวบรวมเทคนิคการบริหารจัดการให้คุณได้เลือกใช้อย่างเหมาะสม ดังนี้
ไทม์ไลน์การยื่นแบบและเอกสารที่ต้องใช้
การทำหน้าที่ทางภาษีจะราบรื่นหากคุณมีการจัดเตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ
ความเสี่ยงและบทลงโทษหากละเลยการแจ้งรายได้
การเพิกเฉยหรือยื่นภาษีไม่ครบถ้วนอาจนำมาซึ่งภาระที่หนักกว่าตัวภาษีเอง
กลยุทธ์วางแผนภาษีเพื่อลดภาระอย่างถูกกฎหมาย
คุณสามารถลดผลกระทบทางภาษีได้ด้วยการเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม
สถานการณ์ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ในบางกรณี การมีที่ปรึกษาจะช่วยให้คุณอุ่นใจและคุ้มค่ากว่า:
นอกจากการวางแผนภาษีรายบุคคลเพื่อให้ทราบว่าการนำเงินเข้าประเทศไทย เสียภาษีเท่าไหร่แล้ว การเลือกเครื่องมือลงทุนที่เหมาะสมก็สำคัญไม่แพ้กัน การลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ (FIF) โดย SCBAM ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการบริหารจัดการภาษีเงินได้ต่างประเทศ ช่วยให้ท่านวางกลยุทธ์การเติบโตของสินทรัพย์ทั่วโลกได้อย่างชัดเจนและเต็มศักยภาพ โดยสามารถติดต่อที่ปรึกษาการลงทุนเพื่อวางแผนให้สอดคล้องกับเป้าหมายได้ทันที
สำหรับลูกค้า SCB PRIVATE BANKING ที่ต้องการคลายข้อสงสัยว่าเงินได้จากต่างประเทศ เสียภาษีเท่าไหร่ และต้องการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน สามารถรับคำปรึกษาเชิงลึกด้านการบริหารสินทรัพย์ครอบครัวได้ที่ Wealth Planning and Family Office Division ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ผ่านอีเมล familyofficeteam@scb.co.th หรือติดต่อที่ปรึกษาการเงินและการลงทุน (RM) ของท่านเพื่อรับบริการเอกสิทธิ์เฉพาะบุคคล
แหล่งอ้างอิง: wise.com titanwealthinternational.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีเงินได้ต่างประเทศ
Q : หากนำเงินเก็บสะสมจากต่างประเทศที่หามาได้หลายปีแล้วกลับไทยในปีนี้ ต้องเสียภาษีหรือไม่?
A : หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 แม้จะมีข้อสงสัยว่าการนำเงินเข้าประเทศไทย เสียภาษีเท่าไหร่ สำหรับเคสนี้คำตอบคือยังได้รับสิทธิยกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์เดิม (กรณีนำเข้าคนละปีกับที่เกิดรายได้) ดังนั้นการเก็บหลักฐานที่มาของเงินสะสมเดิมจึงสำคัญมากในการยืนยันกับสรรพากร
Q : ถ้าอาศัยอยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีนั้น ต้องยื่นภาษีหรือไม่?
A : ไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากกฎหมายจะจัดเก็บภาษีเงินได้ต่างประเทศ เฉพาะกับผู้ที่พำนักอยู่ในไทยรวมกันถึง 180 วันในปีภาษีนั้น ๆ เท่านั้น หากอยู่ไม่ถึงเกณฑ์ รายได้ที่นำเข้าในปีดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาคำนวณภาษีในไทย
Q : หากเสียภาษีที่ต่างประเทศไปแล้ว เมื่อนำเงินกลับไทยต้องเสียภาษีซ้ำอีกครั้งหรือไม่?
A : คุณสามารถวางแผนเพื่อลดภาระว่าเงินได้จากต่างประเทศ เสียภาษีเท่าไหร่ ได้ผ่านอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) โดยนำภาษีที่ชำระไปแล้วในต่างประเทศมาใช้เป็นเครดิตภาษีหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายในไทยได้ ช่วยป้องกันการเสียภาษีสองต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ