ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
12-09-2566
ปี 2566 กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายปลายปี
นี่คือช่วงเวลาดี ที่มนุษย์เศรษฐกิจในยุคนี้ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น มนุษย์งานประจำ หรืองานไม่ประจำ จะได้มองตรึกตรองวางแผนการเงิน เพื่อเป้าหมายเกษียณด้วยพอร์ตการลงทุน เพื่อประโยชน์สูงสุดของตัวท่านเอง เฉกเช่นการปลูกไม้ยืนต้น ถ้าไม่เริ่มปลูกรดน้ำพรวนดินอย่างต่อเนื่อง พอเราแก่ตัวลงจะหวังต้นไม้ใหญ่ที่ไหนพักพิง การลงทุนก็เช่นกัน ต้องเกิดการ “ทยอยลงทุนระยะยาว” มาตั้งแต่วัยทำงาน จนกระทั่งถึงวัยเกษียณ วางแผนและลงมือทำเป็นประจำทุกปี
ปลายปีจึงเป็นช่วงเวลาดี ที่ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องจ่ายภาษีทุกสาขาอาชีพ มักจะมองหาตัวช่วยเพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษี หนึ่งในตัวช่วยที่นิยมมากที่สุด และถือว่าเป็นการได้ประโยชน์สองต่อ ทั้งจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีและโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนไปพร้อมกัน คือการลงทุนในกองทุน RMF และ SSF
แม้ว่าการลงทุนช่วงหลังโควิดจะยังคงผันผวนสูง จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตามสถิติในอดีตบ่งชี้ว่า ความผันผวนจากการลงทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากมีกรอบเวลาที่ยาวนานพอ ซึ่งการลงทุนในกองทุน RMF และ SSF เป็นการลงทุนระยะยาวโดยมีระยะเวลาการถือครองเพื่อผลประโยชน์ทางภาษีเป็นตัวกำกับ จึงช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง
หากเรามีคำถามในใจว่า ปัจจุบันกองทุน RMF และ SSF มีจำนวนมากมายหลากหลายสินทรัพย์การลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งเสี่ยงสูงกลางต่ำ ฯลฯ มีทางเลือกในการวางกลยุทธ์ลงทุนในกองทุน RMF และ SSF แบบไหนบ้าง แต่ละกลยุทธ์จะเลือกกองไหนดี ที่ออกแบบมาเหมาะสมกับกลยุทธ์นั้นๆ บทความนี้มีคำตอบ
ลงทุนไปด้วย บริหารภาษีไปด้วย … ด้วย RMF และ SSF
ก่อนอื่นเรามาทบทวนกันสั้นๆกันครับว่า กองทุนลดหย่อนภาษี RMF และ SSF คืออะไร มีเงื่อนไขการซื้อและถือครองอย่างไร
กองทุน RMF หรือ กองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ ลงทุนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท เป็นกองทุนกึ่งบังคับตัวเองของผู้ลงทุน เพราะต้องลงทุนนาน (อย่างต่ำ 5 ปี) และต้องถือครองกระทั่งผู้ลงทุนมีอายุ 55 ปี บริบูรณ์ ซึ่งเป็นอายุที่ใกล้กำหนดเกษียณ มีสินทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย ทั้ง พันธบัตร ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ อสังหาฯ โครงสร้างพื้นฐาน และ ทองคำ ซึ่งนักลงทุนสามารถสับเปลี่ยนกองได้ เพื่อประโยชน์สูงสุด เหมือนเราเป็นผู้จัดการกองทุนชีวิตตัวเอง ทั้งนี้ เมื่อนำ RMF นับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ อย่างกองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุน SSF (Super Savings Fund) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และ ประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กองทุน SSF (Super Savings Fund) หรือ กองทุนรวมเพื่อการออม ลงทุนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท มีสินทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย ทั้ง พันธบัตร ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ อสังหาฯ โครงสร้างพื้นฐาน และ ทองคำ ระยะเวลาถือครองอย่างน้อย 10 ปี (นับวันชนวัน) ทั้งนี้เมื่อนำ SSF นับรวมกับการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ อย่างกองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และ ประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
วางกลยุทธ์ลงทุนในกองทุน RMF และ SSF ต้องพิจารณาอะไรบ้าง ?
สิ่งสำคัญที่สุดของการลงทุนเพื่อถือครองในระยะยาว คือ “รู้จักและเข้าใจตัวเราเอง” ดังนั้น เราจึงต้องประเมินตัวเราเองใน 4 ด้าน เพื่อวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวเราเองที่สุด
1) ความยินดีรับความเสี่ยง (Willingness to take risk) สำรวจตัวเองดูว่าเราสามารถทนเห็นพอร์ตการลงทุนติดลบได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเราเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้มาก จะมองความเสี่ยงเป็นโอกาส เลือกสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ไม่แน่นอนได้ สามารถรับความผันผวนสูงได้ และปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เป็นต้น แต่หากเราเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้น้อย จะมองความเสี่ยงเป็นอันตราย มักเลือกสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ที่แน่นอน ชอบความผันผวนต่ำ และมีแนวโน้มปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้ยาก เป็นต้น
2) ความสามารถในการรับความเสี่ยง (Ability to take risk)
· คนที่มีฐานะการเงินมั่นคง มีระยะเวลาการลงทุนยาวนาน และมีความต้องการสภาพคล่องต่ำ จะมีความสามารถในการรับความเสี่ยงได้สูงและมีโอกาสแก้ตัวได้ถ้าลงทุนผิดพลาด ประเภทกองทุนที่เหมาะสม ได้แก่ กองทุนหุ้นโลก, กองทุนหุ้นรายประเทศหรือหุ้นรายอุตสาหกรรมเป็นสัดส่วนหลัก
· คนที่มีฐานะการเงินปานกลาง มีความต้องการสภาพคล่องปานกลางถึงสูงเพราะยังมีภาระครอบครัวที่ต้องดูแล จัดว่ามีความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงต่ำ ประเภทกองทุนที่เหมาะสมได้แก่ กองทุนตราสารหนี้ กองทุนผสม หรืออาจมีกองทุนหุ้นรายประเทศหรือรายอุตสาหกรรมได้ แต่ไม่ควรมีน้ำหนักมากเกินไป
3) ประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน: มีหลายชนิด เช่น กองทุนรวมตลาดเงินและตราสารหนี้ กองทุนรวมหุ้นไทย กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือกเช่น ทองคำ, อสังหาริมทรัพย์ และ กองทุนรวมผสมหลายประเภทสินทรัพย์ เป็นต้น เราควรทำความเข้าใจความเสี่ยงของแต่ละประเภทสินทรัพย์ก่อนการลงทุน เพื่อที่จะสอดคล้องกับความเสี่ยงที่เรารับได้และเข้าใจความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง
4) ระยะเวลาการลงทุน: กองทุนลดหย่อนภาษีมีกรอบระยะเวลาในการลงทุนแตกต่างกัน สำหรับกอง SSF จะมีเงื่อนไขเท่ากันที่ 10 ปี โดยไม่คำนึงถึงอายุของผู้ลงทุน แต่สำหรับกอง RMF นั้นมีกรอบระยะเวลาลงทุนค่อนข้างกว้าง ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของผู้ลงทุนที่ต้องถือครองถึงอายุ 55 ปี บริบูรณ์ โดยมีช่วงเวลาการถือครองขั้นต่ำ 5 ปี
วันนี้ SCB มีกลยุทธ์และกองทุนแนะนำ เพื่อให้เราได้เตรียมวางแผนเลือกกลยุทธ์ลงทุนในแบบที่เป็นตัวเราเอง พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษี ไปกับกองทุน RMF และ SSF จาก SCB มี 4 กลยุทธ์ดังนี้
กลยุทธ์ที่ 1 : SAVE ZONE เน้นปลอดภัย ผันผวนต่ำ
ชอบลงทุนแบบเซฟๆ ลดความเสี่ยง เลี่ยงความผันผวน เดินเกมอย่างระมัดระวังกับ RMF|SSF เลือกก้าวไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย
· RMF เลือก SCBRM1 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อการเลี้ยงชีพ ความเสี่ยงระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐและบริษัทเอกชนไทยที่มีความมั่นคงและพื้นฐานดี
· SSF เลือก SCBSFFPLUS-SSF กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส (ชนิดเพื่อการออม) ความเสี่ยงระดับ 4 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศระยะสั้นที่มีคุณภาพ
กลยุทธ์ที่ 2 : GLOBAL INVESTMENT สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนรายประเทศ
เดินเกมอย่างชาญฉลาดกับ RMF|SSF คัดเลือกประเทศเด่น ลงทุนในหุ้นปัจจัยดี มีศักยภาพของแต่ละประเทศ
· RMF เลือก SCBRMASHARES(A) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ แอคทีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ (ชนิดสะสมมูลค่า) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ Schroder International Selection Fund China A โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยมีนโยบายลงทุนแบบ Active ในหุ้นจีน A-Shares
· RMF เลือก SCBRMS50 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET50 INDEX เพื่อการเลี้ยงชีพ ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหุ้นไทย ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 โดยอาจจะใช้กลยุทธ์แบบ Full replication หรือ Optimization เพื่อให้อัตราผลตอบแทนของกองทุนใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนของดัชนีSET50 มากที่สุด
· SSF เลือก SCBASHARES(SSF) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ แอคทีฟ (ชนิดเพื่อการออม) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ Schroder International Selection Fund China A โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยมีนโยบายลงทุนแบบ Active ในหุ้นจีน A-Shares
· SSF เลือก SCBDV-SSF กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นทุนปันผล(ชนิดเพื่อการออม) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
กลยุทธ์ที่ 3 : TREND SEEKER สร้างผลตอบแทนระยะยาว ด้วยเทรนด์น่าสนใจ
ลงทุนตามเทรนด์ เกาะกระแสโลกอนาคต เป็นต่อทุกเกมกับ RMF|SSF ล้ำสมัย นำทุกเทรนด์การลงทุน
· RMF เลือก SCBRMNDQ(A) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว เพื่อการเลี้ยงชีพ (ชนิดสะสมมูลค่า) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Invesco NASDAQ 100 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นการลงทุนตามดัชนี Nasdaq ที่อัดแน่นด้วยหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ
· RMF เลือก SCBRMGHC กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลเฮลธ์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Janus Henderson Global Life Sciences Fund (กองทุนหลัก) โดยลงทุนหุ้นทั่วโลกในกลุ่ม Healthcare ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี
· SSF เลือก SCBNDQ(SSF) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว (ชนิดเพื่อการออม) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Invesco NASDAQ 100 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นการลงทุนหุ้นเทคโนโลยีในดัชนี Nasdaq ที่มีนวัตกรรมและศักยภาพสูง
· SSF เลือก SCBEV(SSF) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Electric Vehicles and Future Mobility (ชนิดเพื่อการออม) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน KraneShares Electric Vehicles & Future Mobility Index ETF (กองทุนหลัก) เป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่บริหารโดย Krane Funds Advisors, LLC เป็นการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยียานยนต์ขับเคลื่อนอนาคต
กลยุทธ์ที่ 4 : TOP SELLER ติดชาร์ตขายดี* ควรมีติดพอร์ต
เฟ้นหากองทุนสุดฮิตมาติดพอร์ต ไปให้ถึงเป้าหมาย กับ RMF|SSF ยอดขายอันดับ 1 ของ SCB
· RMF เลือก SCBRM4 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็นกองทุน RMF ประเภทหุ้นที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของ SCB 3 ปีซ้อน เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีสภาพคล่องสูง เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือตลาด
· SSF เลือก SCBLT1-SSF กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล 70/30 (ชนิดเพื่อการออม) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็นกองทุน SSF ประเภทหุ้น ที่ขายดีเป็นอันดับ 1 ของ SCB 3 ปีซ้อน เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี 70% และตราสารหนี้คุณภาพ 30%
ถึงตรงนี้...หากคุณยังมีคำถามในใจว่า “ควรซื้อกองทุนประหยัดภาษี RMF|SSF ตอนไหนดี?”
ทยอยลงทุนตั้งแต่ตอนนี้ คือ คำตอบ เพราะนี่คือการลงทุนระยะยาว ลงทุนตั้งแต่ตอนนี้จะทำให้คุณไม่พลาดโอกาสการลงทุนและโอกาสลดหย่อนภาษี ไม่ว่าสภาวะการลงทุนจะเป็นอย่างไร
สนใจลงทุน เริ่มต้นยังไง ?
เริ่มต้นวันนี้ ด้วยการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SCB Easy แล้วทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆนี้
1. เปิดบัญชีกองทุนผ่าน SCB Easy App
2. ผูกบัญชีกองทุนบน SCB Easy App
3. ซื้อกองทุนผ่าน SCB Easy App
พิเศษ! รับ Fund Back สูงสุด 1,000 บาท** เมื่อมียอดลงทุนสะสมในกองทุน RMF หรือ SSF ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่ 1 ก.ย. 66 – 29 ธ.ค. 66 ลงทุน สะดวก ง่าย ผ่านแอป SCB EASY คลิกเลย!
* ข้อมูลกอง RMF ประเภทหุ้นขายดีของ SCB และข้อมูลกอง SSF ขายดีของ SCB ตั้งแต่ปี 2563-2565 ณ วันที่ 31 พ.ค. 66 **เงื่อนไขรายการส่งเสริมการขายและกองทุนรวมที่ร่วมรายการเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
หมายเหตุ
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน RMF/SSF กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกองทุน รวมถึงควรลงทุนในกองทุนรวมที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การลงทุนของตนและยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนได้
• ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
• ศึกษาข้อมูลกองทุนหลักและหนังสือชี้ชวนกองทุนที่ร่วมรายการเพิ่มเติมได้จาก website ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม www.scbam.com และสามารถศึกษารายละเอียดกองทุนรวมเพิ่มเติมผ่าน SCB EASY App
• สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777
#วางกลยุทธ์ลงทุนพร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีที่SCB
#SCBWealth #SCBX #SCBEASY #นิ้วโป้ง
#RMF #SFF