ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
25-01-2564
"ติดดอย" เป็นคำฮอตฮิตของนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะช่วงตลาดหุ้นเป็นขาลง ซึ่งคำว่า "ติดดอย" เป็นคำแสลงที่ใช้กรณีเมื่อซื้อหุ้นแล้วมั่นใจว่าราคาหุ้นจะปรับสูงขึ้น แต่ในความเป็นจริงราคาหุ้นกลับปรับลดลงอย่างรวดเร็ว แทนที่จะขายเพื่อตัดขาดทุน (Cut Loss) แต่ตัดสินใจถือหุ้นตัวนั้นไปเรื่อยๆ เพราะหวังว่าราคาหุ้นจะปรับขึ้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง
อยู่บน "ดอย" นานเกินไป
ติดดอยคือ ภาวะที่นักลงทุนซื้อหุ้นหรือสินทรัพย์มาในราคาสูง แล้วราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่าทุน ทำให้ผู้ถือครองมีผลขาดทุนค้างอยู่ในพอร์ต คำว่า "ดอย" สื่อว่าผู้ถือหุ้นอยู่บนยอดดอย (ราคาสูงสุด) ขณะที่ราคาตลาดลงมาอยู่ต่ำกว่า
สำหรับสาเหตุของการซื้อหุ้นแล้วติดดอยที่พบเห็นบ่อยๆ ได้แก่
การอยู่บน "ดอย" ในบริบทของการลงทุนหมายถึงอะไร?
หุ้นติดดอย หรือการ "ติดดอย" ในการลงทุน หมายถึงการถือครองหุ้นที่ซื้อมาในราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน โดยผู้ถือไม่ยอมขายทั้งที่ขาดทุน เพราะยังหวังว่าราคาจะกลับขึ้นมาถึงจุดทุนหรือทำกำไรได้
ติดดอยคือ ปัญหาที่เกิดจากการผสมกันของความผิดพลาดในการตัดสินใจลงทุนและจิตวิทยาของนักลงทุน ซึ่งทำให้ยากต่อการยอมรับการขาดทุนและตัดสินใจขายออกไป
สัญญาณอะไรที่บ่งบอกว่าคุณกำลัง "อยู่บนดอย" กับการลงทุนของคุณ?
สัญญาณที่บ่งชี้ว่าคุณกำลังติดดอยกับหุ้นที่ถืออยู่ ได้แก่
การถือหุ้นติดดอยนานเกินไปส่งผลเสียอย่างไรต่อพอร์ตการลงทุนของคุณ?
การปล่อยให้ตัวเองอยู่บนดอยนานเกินไปส่งผลเสียหลายประการ ได้แก่
โอกาสที่เสียไปจากการติดดอยมีอะไรบ้าง?
ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือสิ่งที่นักลงทุนมักมองข้าม เงินที่ล็อกไว้กับหุ้นติดดอยอาจนำไปลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีกว่า ให้ผลตอบแทนดีกว่า หรือในจังหวะตลาดที่เอื้ออำนวยกว่าได้ การอยู่บนดอยนานจึงไม่ใช่แค่การขาดทุนในพอร์ต แต่ยังหมายถึงโอกาสที่หายไปด้วย
เมื่อไหร่คือเวลาที่เหมาะสมในการ "ตัดขาดทุน" หรือ "คัทลอส"?
วิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการติดดอยยาวนาน คือการตั้งจุด Stop Loss ทุกครั้งก่อนซื้อหุ้น โดยนำเปอร์เซ็นต์ที่รับได้หากขาดทุนมาคูณกับราคาที่ซื้อ เช่น ซื้อหุ้น XYZ ที่ 10 บาท ตั้ง Stop Loss ที่ 5% หมายความว่าหากราคาลดลงมาที่ 9.50 บาท ต้องขายทันที ไม่รีรอ
เกณฑ์ที่ช่วยตัดสินใจว่าจะขายหุ้นติดดอยดีหรือไม่ ได้แก่
มีเกณฑ์อะไรบ้างที่ช่วยตัดสินใจว่าจะขายหุ้นที่ติดดอยดีหรือไม่?
ให้ถามตัวเองว่า "ถ้าไม่มีหุ้นตัวนี้อยู่ในพอร์ตเลย คุณจะซื้อมันในราคาปัจจุบันไหม?" หากคำตอบคือ "ไม่" นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าควรพิจารณาขายออก
กลยุทธ์ใดบ้างที่สามารถนำมาใช้จัดการกับหุ้นที่ติดดอย?
เทคนิคลงจากดอยให้เร็วที่นักลงทุนมืออาชีพใช้ มีดังนี้
การถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar-Cost Averaging) เหมาะสมกับการแก้ปัญหาติดดอยหรือไม่?
DCA เหมาะสมเฉพาะเมื่อมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของบริษัท และราคาลดเพราะภาวะตลาดชั่วคราว ไม่ใช่ปัญหาเชิงโครงสร้าง หากบริษัทมีปัญหาพื้นฐาน การ DCA จะทำให้ขาดทุนมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
อคติทางจิตวิทยาใดบ้างที่ทำให้เราไม่กล้าขายหุ้นที่ขาดทุน?
มีวิธีจัดการกับความรู้สึกเสียดายหรือกลัวการขาดทุนเพิ่มเติมอย่างไร?
วิธีที่ดีที่สุดคือสร้างกฎการลงทุนที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้า และยึดถือตามกฎนั้นอย่างเคร่งครัด ไม่ให้อารมณ์เข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจ รวมถึงการจดบันทึกเหตุผลการลงทุนทุกครั้ง เพื่อทบทวนได้ว่าสมมติฐานยังคงใช้ได้อยู่หรือไม่
จะป้องกันไม่ให้ตัวเอง "ติดดอย" ในการลงทุนครั้งหน้าได้อย่างไร?
การป้องกันการติดดอยเริ่มตั้งแต่ก่อนซื้อหุ้น ด้วยวินัยและหลักการที่ชัดเจน ดังนี้
หลักการบริหารความเสี่ยงใดบ้างที่ช่วยลดโอกาสการติดดอย?
หลักการสำคัญได้แก่ ไม่ลงทุนเกิน 5–10% ในหุ้นตัวเดียว เลือกลงทุนในธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานดี มีความสามารถในการทำกำไรที่ดี มีการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และเลือกซื้อในราคาที่สอดคล้องกับมูลค่าหุ้น หากนักลงทุนเลือกลงทุนหุ้นลักษณะดังกล่าวได้ นอกจากจะไม่ "ติดดอย" แล้ว ยังสามารถขายเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital Gain) หรือลงทุนในระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล (Dividend) ได้อีกด้วย
มีสถานการณ์ใดบ้างที่การถือหุ้นติดดอยนานๆ อาจเป็นผลดี?
หากบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและราคาหุ้นลดลงเพราะภาวะตลาดชั่วคราว ไม่ใช่ปัญหาของบริษัทเอง การถือต่อในระยะยาวอาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการขายขาดทุน แต่ต้องอาศัยข้อมูลและความเชื่อมั่นที่มีเหตุผล ไม่ใช่การถือเพราะหวังลมๆ แล้งๆ ว่าราคาจะฟื้นตัวสักวัน
สรุปแล้ว การไม่ "ติดดอย" ไม่ได้เริ่มจากการหาทางออกหลังจากติดดอยแล้ว แต่เริ่มจากการวางแผนที่ดีก่อนซื้อ ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล การตั้ง Stop Loss และการเลือกหุ้นที่ดีในราคาที่เหมาะสม ดังที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ กล่าวว่า วิธีการลดความเสี่ยงในการลงทุนที่ดีคือการหาข้อมูลสนับสนุน หมั่นศึกษา ไตร่ตรองวิเคราะห์ให้มั่นใจ ไม่ใช่การเดา
แหล่งอ้างอิง: investopedia.com — Loss Aversion investopedia.com — Stop-Loss Order
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดดอย
Q: ติดดอยคืออะไร และต่างจากการขาดทุนทั่วไปอย่างไร?
A: ติดดอยคือการถือหุ้นที่ซื้อมาในราคาสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน โดยไม่ยอมขายแม้จะขาดทุน เพราะหวังว่าราคาจะกลับขึ้นมา ต่างจากการขาดทุนทั่วไปตรงที่ผู้ติดดอยยังถือหุ้นไว้ (Unrealized Loss) ไม่ได้ขายออกไป ทำให้เงินถูกล็อกและเสียโอกาสลงทุนสิ่งอื่น
Q: หุ้นติดดอยควรถัวเฉลี่ย (DCA) หรือตัดขาดทุน (Cut Loss) ดีกว่า?
A: ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทเป็นหลัก หากบริษัทยังแข็งแกร่งและราคาลดเพราะตลาดชั่วคราว การ DCA อาจคุ้มค่า แต่หากบริษัทมีปัญหาพื้นฐาน ควร Cut Loss ก่อนขาดทุนมากกว่านี้ หลักคิดง่ายๆ คือถามตัวเองว่า "ถ้าไม่มีหุ้นตัวนี้ คุณจะซื้อใหม่ในราคาปัจจุบันไหม?" ถ้าไม่ใช่ ควรพิจารณาขายออก
Q: จะตั้ง Stop Loss อย่างไรให้เหมาะสม?
A: วิธีที่ง่ายและใช้ได้จริงคือ กำหนด % การขาดทุนสูงสุดที่รับได้ก่อนซื้อ เช่น 5–10% แล้วคูณกับราคาซื้อ ตัวอย่างเช่น ซื้อที่ 10 บาท ตั้ง Stop Loss 5% หมายถึงต้องขายทันทีที่ราคาลงมาที่ 9.50 บาท โดยไม่มีการยกเว้น วินัยในการปฏิบัติตามจุด Stop Loss คือหัวใจสำคัญของการไม่ติดดอย
เริ่มต้นการลงทุนแบบง่ายๆ ในกองทุนหุ้นไทยที่กำลังได้รับความนิยม