Chemico Group: กลยุทธ์สู่ผู้นำเคมีภัณฑ์ & ความงามระดับภูมิภาค

Chemico Group ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์คุณภาพสูง สำหรับส่วนประกอบในสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน อาหารและอาหารเสริม สารแต่งรส/กลิ่น เครื่องมือและอุปกรณ์ด้านสุขภาพความงาม และเครื่องมือที่ใช้ในห้องแล็บ บริการทดสอบในห้องแล็บ มาพูดคุยกับ คุณประสพ พลากรกิตติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคมีโก้ อินเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ถึงเส้นทางการนำ Chemico Group ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับภูมิภาค


โจทย์ยากของตลาดต่างแดน


จากจุดเริ่มต้นของ Chemico Group ในปี 1994 ที่สามารถประสบความสำเร็จในประเทศอย่างรวดเร็วภายใน 5 ปีจากวิสัยทัศน์ของคุณประสพที่วิเคราะห์ตีโจทย์ตลาดอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ สร้างทีมงานขายคุณภาพที่ต้องมีความรู้ทางเคมีเป็นพื้นฐานเพราะจะได้ดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  นำไปสู่ความคิดที่จะนำ Chemico Group ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศที่มีโอกาสทางธุรกิจ มากกว่าตลาดในประเทศ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ความรู้ Know-how เรื่องเคมีภัณฑ์ของผู้ผลิตในประเทศยังไม่ดีเมื่อเทียบกับประเทศไทยที่ก้าวหน้ากว่ามาก ประกอบกับศักยภาพของตลาด เช่นจำนวนประชากร กำลังซื้อจำนวนมาก อย่างอินโดนีเซีย 274 ล้านคน ฟิลิปปินส์ 109 ล้านคน เวียดนาม 97 ล้านคน เป็นต้น

คุณประสพเล่าถึงการบุกเบิกธุรกิจในต่างประเทศเป็น 2 ช่วงด้วยกัน ได้แก่ ช่วงแรกระหว่างปี 2000-2001 โดยไปพร้อมกันทีเดียว 4 ประเทศทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และมาเลเซีย แม้ขณะนั้นภาพรวมตลาดยังไม่ค่อยดีเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่คุณประสพกลับมองว่าเป็นโอกาสที่จะเข้าไปในขณะที่คนอื่นไม่กล้าเข้า อย่างไรก็ดี โจทย์ยากของการทำตลาดต่างประเทศกลับไม่ใช่เรื่องการพัฒนาตลาด แต่เป็นเรื่องกฎข้อบังคับในประเทศปลายทางที่จำกัดการลงทุนจากต่างชาติ ที่กำหนดให้ธุรกิจจากต่างชาติไม่สามารถลงทุนได้เองทั้งหมด “เราจำเป็นต้องร่วมทุนกับบริษัท Local Partner แต่กลายเป็นว่า Local Partner ทุกที่มีปัญหาหมด ทำให้ตอนนั้นเราไม่สามารถพัฒนาตลาดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้ถือหุ้นใหม่ในเวลาต่อมา คุณประสพกล่าว

chemico-group-01

ก้าวเป็นผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ความงามระดับภูมิภาค


แม้ว่าจะในช่วงแรกไม่ประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ แต่คุณประสพก็ไม่ล้มเลิกความต้องการให้ Chemico Group เติบโตสู่ระดับภูมิภาค โอกาสครั้งใหม่มาถึงเมื่อประเทศต่างๆ เริ่มปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเกี่ยวกับการลงทุนจากต่างชาติ เช่นในปี 2012 ที่ประเทศเวียดนามผ่อนปรนเงื่อนไขต้อนรับนักลงทุนต่างชาติในรูปแบบของ Foreign Investment เต็มรูปแบบ Chemico Group จึงได้กลับเข้าไปลงทุนอย่างเต็มตัวในเวียดนามอีกครั้ง โดยในตอนแรกเป็นบริษัทร่วมทุนกับทางพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นในสัดส่วน 50:50 แต่ภายหลังเกิดความคิดเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการบริหารงาน  ในปี 2017 จึงตัดสินใจร่วมกันโดยทำการปิดบริษัทเก่าและเปิดบริษัทใหม่ในนามของ Chemico Vietnam Co., Ltd. โดย Chemico Group ถือหุ้น 100%


ด้วยปัจจัยเรื่องกฎหมายที่เปิดมากขึ้นและอำนาจการบริหารโดย Chemico Group ในไทยอย่างเต็มที่ นอกจากตลาดเวียดนามแล้ว Chemico Group ก็ประสบความสำเร็จในตลาดอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย รวมถึงเมียนมาร์ อินเดีย และรัสเซีย ที่เพิ่งไปเปิดตลาดเมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน Chemico Group มีสำนักงาน 9 แห่ง ใน 8 ประเทศ โดยที่อินโดนีเซียมีออฟฟิศ 2 แห่ง คือที่จาการ์ต้าและสุราบายา 

ชูจุดแข็ง Health & Beauty Specialist


อีกหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของ Chemico Group คือกลยุทธ์สร้างจุดเด่นทางการตลาด ให้ความสำคัญกับการมีห้องแล็บคุณภาพพร้อมด้วยนักปฏิบัติการสนับสนุนธุรกิจของลูกค้า เช่นการทำสูตรผลิตภัณฑ์ ตรวจสอบสินค้า ให้คำปรึกษาลูกค้า ฯลฯ ซึ่งผู้เล่นอื่นในแวดวงธุรกิจเคมีภัณฑ์ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับห้องแล็บ แต่คุณประสพให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะการมีห้องแล็บอย่างจริงจังเป็นการสร้างคุณค่าให้บริษัทมากกว่าเป็นแค่ธุรกิจซื้อมาขายไป และเป็นจุดแข็งที่ทำให้ลูกค้าเลือกทำธุรกิจกับ Chemico Group ปัจจุบันสำนักงาน Chemico Group ในเกือบทุกประเทศยกเว้นรัสเซีย มีห้องแล็บเป็นของตัวเอง พร้อมนักปฏิบัติการรวมกว่า 72 คน  ที่สำคัญ Chemico Group ได้ชูความเป็นผู้นำด้าน Health & Beauty โดยสร้าง Chemical Asia Health and Beauty Center (CAHB) ใช้พื้นที่ 3,000 ตรม. โดยก่อตั้งเป็นศูนย์เทคโนโลยีความงามและสุขภาพแห่งเอเซียขึ้นมา มีผู้เชี่ยวชาญพัฒนาคิดค้นสูตรสินค้า และจัดอบรมให้ความรู้เพื่อสนับสนุนลูกค้าอย่างครบวงจร 


พัฒนาตัวเองให้พร้อมรอโอกาสเปิด


ในช่วงการระบาดไวรัสโควิดที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจในวงกว้าง สำหรับธุรกิจ Chemico Group ด้วยความที่ผลิตภัณฑ์เคมีต่างๆ ที่เป็นสินค้าที่มีลักษณะพิเศษ (Specialty Product) จึงเป็นสินค้าที่มีความต้องการอยู่ค่อนข้างสูง และแม้ในสินค้าในกลุ่ม Beauty จะลดลงเนื่องจากคู่ค้าส่งออกสินค้าไปยังทวีปยุโรปไม่ได้ รวมถึงสินค้ากลุ่ม Beauty Instrument ที่ใช้ในธุรกิจคลินิกเสริมความงาม ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ แต่สินค้ากลุ่มอาหารและอาหารเสริมเติบโตขึ้น ส่งผลในภาพรวมยอดขายลดลงเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ในช่วงล็อกดาวน์ที่ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องหยุดชะงัก แต่ทาง Chemico Group ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า แต่ใช้โอกาสนี้ทุ่มเทกับส่วนงาน R&D ให้ดีขึ้น “เราได้วิจัยพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ความงามเครื่องสำอางใหม่ๆ กว่า 3,000 สูตร เตรียมไว้ให้การสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่ พร้อมจะลุยทำตลาดหลังหมดโควิด” คุณประสพกล่าว และสำหรับแผนธุรกิจในอนาคต Chemico Group มีแผนพัฒนาช่องทาง e-Commerce มากขึ้น เพิ่มเติมจากที่ติดต่อสื่อสาร ให้ข้อมูลต่างๆ กับลูกค้าทาง Social Media ทั้ง Facebook, Youtube และ LINE@ อีกด้วย

การสนับสนุนการเงินจากพันธมิตรธุรกิจ

จากที่ Chemico Group มีเงินทุนจำกัด การขยายสู่ตลาดต่างประเทศจึงต้องได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงิน ธุรกิจ Chemico Vietnam Co., Ltd (CMV) ในเวียดนามใช้บริการของ SCB สาขาโฮจิมินต์ซิตี้ เวียดนามทั้งในส่วนของวงเงินหมุนเวียนและการซื้ออัตราแลกเปลี่ยนป้องกันความเสี่ยงค่าเงินผันผวน และต้องการการสนับสนุนที่มากยิ่งขึ้นจากธนาคาร ไม่เฉพาะแต่ในเวียดนาม แต่รวมไปถึงธุรกิจ Chemico Group ในประเทศที่ SCB มีสาขาตั้งอยู่ด้วย


ลูกค้าที่สนใจประกอบธุรกิจใน CLMV หรือประเทศเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Great Mekong Subregion: GMS) ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ธนาคารไทยพาณิชย์มีสาขาต่างประเทศที่พร้อมจะดูแลและให้บริการ สนใจติดต่อได้     
- ที่นี่