ป่วยหนัก อุบัติเหตุ ฉุกเฉิน ไม่มีเงิน ไม่มีประกัน ทำไงดี

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เกิดขึ้นในได้เสมอ ในวันที่ไม่มีเงิน....

แล้วมันก็เกิดขึ้นกับฉัน ในบ่ายของวันทำงานที่เคร่งเครียด...คุณพ่อของฉันประสบอุบัติเหตุบนถนนสายธุรกิจแห่งหนึ่งในกรุงเทพ หน่วยกู้ชีพนำท่านมาส่งที่โรงพยาบาลเอกชนระดับหรูแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ  แว้บแรกที่ได้รับแจ้งว่าคุณพ่อได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ก็รู้สึกโล่งอกว่าท่านปลอดภัยดีและถึงมือหมอแล้ว แต่เมื่อตั้งสติได้มากขึ้นความเครียดก็แทรกเข้ามาแทนเพราะที่นั่นไม่ได้เป็นโรงพยาบาลที่คุณพ่อทำประกันสังคมไว้ และท่านก็ไม่ได้มีประกันสุขภาพใดๆ เพิ่มเติมโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นที่รู้กันว่าค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างสูง และบอกตามตรงว่าทั้งตัวฉันเองและครอบครัวเป็นคนรายได้น้อย แถมไม่มีเงินเก็บ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาส่วนเกินเพราะ พ.ร.บ.ประกันภัย ภาคบังคับ ก็จ่ายให้สูงสุดแค่ 3 หมื่นบาท ซ้ำร้ายขึ้นไปอีก คุณหมอตรวจพบว่าคุณพ่อเป็นโรคหัวใจต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานขึ้นอีก ตอนนั้นตัดสินใจทันทีว่าจะย้ายท่านไปโรงพยาบาลที่มีประกันสังคมอยู่ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะขอย้ายโรงพยาบาลวันนี้เลย เพราะแค่คืนแรกที่ผ่านมาค่าใช้จ่ายก็สาหัสมากแล้วสำหรับตัวฉัน แต่ปรากฏว่าโรงพยาบาลที่คุณพ่อมีประกันสังคมบอกว่าไม่พร้อมจะรับเข้ารักษาเพราะอุปกรณ์ไม่พร้อมและคุณหมอยังมีเคสอื่นๆ ที่ต้องดูแลค้างอยู่อีกเยอะ

ยังโชคดีที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้มีคุณธรรมและเข้าใจสถานการณ์ของครอบครัวเรา ผู้บริหารโรงพยาบาลบอกฉันว่า ไม่ย้ายก็ดีแล้ว เพราะคนป่วยยังอ่อนแอมาก การย้ายโรงพยาบาลตอนนี้ไม่เป็นผลดี และเรื่องเงินทองก็ไม่สำคัญเท่าชีวิตคน อย่ากังวลกับค่าใช้จ่ายมากเกินไป ฉันย้ำหลายครั้งว่าบ้านเราจนและไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่ารักษาที่นี่แน่นอน แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันว่าจะหาทางช่วยเหลืออย่างเต็มที่  คุณพ่อจึงต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ต่อ โดยทั้งหมอและพยาบาลทุกคนดูแลคุณพ่อเป็นอย่างดีทั้งที่รู้ว่าเราจน แต่ถึงอย่างนั้นฉันเองก็เครียดและคิดมากกับเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ตลอดเวลา  หลังจากคุณพ่อรักษาตัวที่นี่ได้ 5 วัน ทางโรงพยาบาลก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ และวินาทีที่ฉันกลัวที่สุดก็มาถึง เมื่อการเงินแจ้งว่าเอกสารเรียบร้อยแล้วติดต่อชำระเงินได้...เมื่อเห็นยอดเงินแทบอยากจะเป็นลม เกิดมายังไม่เคยจับเงินมากเท่านี้  ต้องบอกก่อนว่าทางโรงพยาบาลได้ลดราคาให้เราแล้ว แต่ยอดเงินจำนวนนั้นก็ยังสูงมากสำหรับพวกเราอยู่ดี และเงินที่พอมี รวมกับที่ญาติรวบรวมมาช่วยกันทั้งหมดยังไม่ถึงครึ่งของค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำไป  จึงเจรจากับโรงพยาบาลเพื่อขอจ่ายแค่ส่วนหนึ่งก่อน และจะพยายามหาเงินมาชำระส่วนที่เหลือทีหลัง ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ใจดีมาก ยอมผ่อนผันให้ตามคำขออย่างเข้าใจ 

กลับถึงบ้าน ญาติๆ ก็มาปรึกษากันว่าจะทำยังไงดี จะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาที่ค้างอยู่อีกหลักแสน บ้านที่ดิน หลักทรัพย์อะไรจะเอาไปค้ำประกันขอกู้เงินก็ไม่มี พวกเราเครียดคิดกันไม่ตก สักพักญาติคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าเคยเห็นโฆษณาของ SCB ที่มีเงินกู้ที่ให้วงเงินสูงเป็นหลักแสนหลักล้าน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อนุมัติง่าย แถมผ่อนชำระได้นานถึง 72 เดือน ดูแล้วน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวเราตอนนี้ ฉันถึงกับอุทานขึ้นมาด้วยความโล่งใจ เพราะจริงๆ ตัวเองก็รับเงินเดือนผ่านบัญชี SCB อยู่แล้ว ถึงเงินเดือนจะไม่มากนักแต่ก็น่าจะเพียงพอในการขอเงินกู้จำนวนนี้มาปลดหนี้กับโรงพยาบาล ญาติบอกต่อว่าเค้าอ่านเจอว่าสามารถสมัครผ่านแอปได้เลยไม่ต้องเสียเวลาไปสาขา จากที่ไม่เคยคิดจะใช้แอปเพราะคิดว่าไม่จำเป็นเพราะเงินน้อย ธุรกรรมอะไรก็ไม่ค่อยมี เลยต้องโหลด SCB EASY App มาใช้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ง่ายนิดเดียวแถมสะดวกมาก สามารถสมัครขอสินเชื่อ Speedy Loan ผ่าน SCB EASY App ได้เลย โดยเลือกผ่อนยาวๆ เท่าที่จ่ายแต่ละเดือนไหว แป๊บเดียวก็อนุมัติแล้ว ธนาคารโอนเงินก้อนเข้าบัญชีให้เลย แล้วค่อยเริ่มผ่อนชำระเดือนถัดไป ซึ่งนั่นก็ช่วยให้หายใจคล่องไปอีกเดือนหนึ่ง  ทุกปัญหามีทางออกเสมอ ฉันบอกกับตัวเองว่าถึงเราจะเจอเหตุการณ์ร้ายๆ แต่ยังโชคดีที่เจอโรงพยาบาลที่มีคุณธรรม และมีธนาคารที่มีผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาชีวิตที่ติดขัดได้ทันท่วงที