ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
03-07-2566
ในยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) กระเป๋าสตางค์ของหลายคนเต็มไปด้วยบัตรพลาสติก และบัตรดิจิทัลหลากหลายรูปแบบจนบางครั้งอาจทำให้เกิดความสับสนในการใช้งาน โดยเฉพาะคำถามยอดฮิตที่ว่า บัตรเครดิตกับบัตรเดบิตต่างกันยังไง หรือ บัตรatmคืออะไร และยังจำเป็นต้องมีอยู่ไหมในยุคนี้ บทความนี้จะพาทุกคนไปเคลียร์ให้ชัดทุกประเด็น เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้บัตรแต่ละประเภทได้อย่างถูกต้อง ตรงกับไลฟ์สไตล์ และเกิดประโยชน์สูงสุดทางการเงิน
บัตรเครดิตคืออะไร?
บัตรเครดิต คือ บัตรที่สถาบันการเงินออกให้กับผู้ที่มีรายได้ประจำ หรือมีฐานะทางการเงินมั่นคง เพื่อใช้เป็นวงเงินอนุมัติล่วงหน้าในการซื้อสินค้า และบริการ เปรียบเสมือนการ "กู้เงินธนาคารมาจ่ายก่อน แล้วค่อยชำระคืนทีหลัง" โดยจะมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยตามที่กำหนด (ประมาณ 45 - 50 วัน) หากชำระเต็มจำนวนตรงเวลาจะไม่เสียดอกเบี้ยเลย
บัตรเดบิตคืออะไร?
บัตรเดบิตคือ บัตรการเงินที่ผูกติดอยู่กับบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน หรือออมทรัพย์ของเราในธนาคาร หลักการทำงานคือเมื่อเรานำบัตรนี้ไปรูดซื้อสินค้าช้อปปิ้ง หรือกดเงินสด ระบบจะทำการ "ตัดเงินจากบัญชีเงินฝากของเราทันทีในวินาทีนั้น" หากไม่มีเงินในบัญชีหรือเงินไม่พอ บัตรเดบิตก็จะไม่สามารถใช้งานได้
บัตรเอทีเอ็ม (ATM) คืออะไร?
บัตรatmคือ บัตรกดเงินสดขั้นพื้นฐานที่สุดซึ่งผูกไว้กับบัญชีเงินฝาก มีหน้าที่หลักเพียงแค่ใช้ทำธุรกรรมผ่านตู้ ATM เท่านั้น เช่น การกดเงินสด การโอนเงิน หรือการเช็กยอดเงินในบัญชี โดยในปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่ได้อัปเกรดบัตรประเภทนี้ให้กลายเป็นบัตรเดบิตเกือบทั้งหมดแล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรูดซื้อสินค้าได้ด้วย
บัตรแต่ละประเภทมีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?
ข้อดี และข้อเสียของบัตรเครดิตคืออะไร?
ข้อดี และข้อเสียของบัตรเดบิตคืออะไร?
ข้อดี และข้อเสียของบัตร ATM (เอทีเอ็ม) คืออะไร?
บัตรเครดิตมีวงเงิน ดอกเบี้ย และการชำระคืนอย่างไร?
วงเงินของบัตรเครดิตจะได้รับการอนุมัติจากธนาคารโดยพิจารณาจากฐานเงินเดือน (เช่น 1.5 - 5 เท่าของรายได้) การชำระคืนจะมาในรูปแบบใบแจ้งยอดทุกๆ เดือน ซึ่งลูกหนี้สามารถเลือกชำระได้ 3 แบบ คือ ชำระเต็มจำนวน (ฟรีดอกเบี้ย) ชำระขั้นต่ำ (เริ่มต้นที่ 5 -8% โดยจะโดนคิดดอกเบี้ยจากยอดทั้งหมด) หรือการแบ่งชำระเป็นรายงวด
บัตรเครดิตมีคะแนนสะสมและสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง?
นี่คือจุดเด่นที่ทำให้บัตรเครดิตเหนือกว่าบัตรประเภทอื่น ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรจะถูกเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม (Points) เพื่อนำไปแลกของรางวัล บัตรกำนัล หรือแลกเป็นส่วนลด ตลอดจนสิทธิ์ในการเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ (Lounge) ที่สนามบิน เครดิตเงินคืนเมื่อเติมน้ำมัน และประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ
การสมัครบัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม และบัตรเครดิต ต้องทำอย่างไร?
บัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม และบัตรเครดิต มีความปลอดภัยแตกต่างกันอย่างไร?
หากบัตรหาย หรือถูกขโมยควรทำอย่างไร?
สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีคือ "ตั้งสติและทำการอายัดบัตร" โดยคุณสามารถกดอายัดบัตรได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือตลอด 24 ชั่วโมง หรือโทรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า (Call Center) ของธนาคารโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำบัตรไปใช้งาน
ควรเลือกใช้บัตรประเภทไหนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และความต้องการ?
บัตรประเภทไหนสามารถใช้ในต่างประเทศได้บ้าง?
บัตรเครดิต และบัตรเดบิตสามารถนำไปใช้ในต่างประเทศได้ทั่วโลก โดยสังเกตสัญลักษณ์สากลบนหน้าบัตร เช่น VISA, MasterCard หรือ JCB อย่างไรก็ตาม การนำไปรูดใช้ต่างแดนจะมีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ (ไม่เกิน 2.5% ของยอดใช้จ่าย) หรือในปัจจุบันคุณสามารถเลือกใช้ "บัตรเดบิตสำหรับเดินทาง (Travel Card)" เพื่อแลกเงินเรทถูกเก็บไว้รูดใช้จ่ายได้เช่นกัน
เลือกบัตรที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายกับ SCB
เมื่อได้ทราบข้อแตกต่างแล้วว่า บัตรเครดิตกับบัตรเดบิตต่างกันยังไง และเข้าใจหน้าที่ของบัตรการเงินแต่ละประเภทแล้ว สิ่งสำคัญคือการเลือกบัตรจากสถาบันการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย และให้สิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าสูงสุดแก่คุณ
SCB พร้อมตอบสนองทุกความต้องการทางการเงินของคุณด้วยผลิตภัณฑ์บัตรที่หลากหลาย ยกระดับความสะดวกสบายในการใช้จ่ายของคุณให้สมบูรณ์แบบวันนี้ และศึกษาข้อมูลพร้อมสมัครบัตรที่เหมาะกับคุณได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายขับเคลื่อนความสุขของคุณได้อย่างเต็มที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตกับบัตรเดบิตต่างกันยังไง
Q: สมัครบัตรเดบิตของ SCB มาใช้งาน สามารถนำไปใช้รูดผ่อนสินค้า 0% เหมือนบัตรเครดิตได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ เนื่องจากบัตรเดบิตคือบัตรที่ตัดเงินสดโดยตรงจากบัญชีเงินฝากทันทีเมื่อทำรายการ จึงไม่มีระบบวงเงินสินเชื่อล่วงหน้าสำหรับการแบ่งชำระเป็นงวดๆ แบบ 0% เหมือนบัตรเครดิต อย่างไรก็ตาม บัตรเดบิตสามารถนำไปใช้ซื้อสินค้าแบบจ่ายเต็มจำนวนบนเว็บไซต์ออนไลน์หรือรูดที่หน้าร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ VISA/MasterCard ได้ทั่วโลกตามปกติ
Q: ค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรเดบิต และบัตร ATM หากเราไม่ได้ใช้งานเลย และไม่มีเงินในบัญชีให้ตัด ธนาคารจะทวงหนี้ย้อนหลังไหม?
A: หากบัญชีเงินฝากไม่มีเงินคงเหลือให้ระบบหักค่าธรรมเนียมรายปีอัตโนมัติ ตัวบัตรเดบิต หรือบัตร ATM ใบนั้นจะถูก ระงับการใช้งานชั่วคราว โดยอัตโนมัติ และในทางปฏิบัติธนาคารจะไม่มีการส่งหนังสือทวงหนี้ย้อนหลังเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ แต่หากในอนาคตคุณมีการฝากเงินก้อนใหม่เข้าไปในบัญชี ระบบของธนาคารอาจจะทำการตัดยอดค่าธรรมเนียมที่ค้างอยู่โดยอัตโนมัติเพื่อเปิดใช้งานบัตรให้สิทธิ์กลับมาใช้ได้อีกครั้ง
Q: การใช้บัตรเครดิตรูดซื้อของออนไลน์ มีความปลอดภัยมากกว่า หรือเสี่ยงมากกว่าการใช้บัตรเดบิตอย่างไร?
A: ในแง่ความปลอดภัยในการทำรายการออนไลน์ บัตรเครดิตมีความได้เปรียบ และปลอดภัยต่อเงินในกระเป๋ามากกว่า เนื่องจากหากเกิดกรณีถูกมิจฉาชีพแฮกข้อมูลบัตรเครดิตไปรูดซื้อของ ยอดเงินนั้นจะเป็นเพียง "ตัวเลขหนี้สินล่วงหน้า" คุณสามารถแจ้งปฏิเสธรายการเพื่อขอตรวจสอบได้โดยที่เงินสดจริงยังอยู่ในบัญชี แต่หากเป็นบัตรเดบิต มิจฉาชีพจะดูด "เงินสดจริงๆ" ออกจากบัญชีเงินฝากของคุณทันที ซึ่งกระบวนการตรวจสอบ และดึงเงินสดคืนจะใช้เวลานาน และส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของคุณโดยตรง
แหล่งอ้างอิง: www.sofi.com, www.consumer.gov