สมการสร้างเงินล้านสไตล์มนุษย์เงินเดือน

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า “ถ้าอยากรวยต้องไปเป็นเถ้าแก่ เป็นเจ้าของธุรกิจอย่าไปเป็นลูกจ้าง” เพราะลูกจ้างทำงานไปกำไรก็ตกไปอยู่ที่เจ้าของธุรกิจ แน่นอนว่าการเป็นเถ้าแก่หรือเจ้าของธุรกิจถ้าหากดำเนินธุรกิจได้ดีมีผลกำไรก็จะตกไปถึงมือเจ้าของธุรกิจเป็นส่วนใหญ่  แต่สำหรับคนที่ไม่ได้มีธุรกิจและคาดว่าชีวิตนี้ยังคงต้องเป็นลูกจ้างหรือเป็นมนุษย์เงินเดือนแบบถาวร ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสร่ำรวย หากแต่รู้จักเก็บออม รู้จักลงทุน โอกาสที่จะปั้นเงินให้งอกเงยมีเงินเก็บเป็นหลักล้านไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ถ้าหากมนุษย์เงินเดือนอยากรวยแต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยมนุษย์เงินเดือนได้มีโอกาสจับเงินล้าน ขอแค่คุณกล้าที่จะลงมือทำ


1. เรียนรู้วิธีเก็บออมและลงทุน

มนุษย์เงินเดือนบางคนไม่รู้จักวิธีออมเงิน เพราะมักจะพูดว่ามีเงินเดือนแค่หลักหมื่นจะเก็บเงินเพื่อลงทุนได้อย่างไร แถมมีค่าใช้จ่ายจิปาถะจะเอาเงินจากที่ไหนมาเก็บ ในความเป็นจริงวิธีออมเงินที่ง่ายที่สุดคือ การหักเงินเดือน 10% ออกทุกเดือน เมื่อได้เงินก้อนก็ทยอยนำไปลงทุนผ่านการซื้อกองทุนรวม เช่น  SFF หรือ RMF ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือถ้าอยากลงทุนในหุ้นอาจจะใช้วิธีการซื้อหุ้นในจำนวนเงินที่เท่าๆ กันทุกเดือนหรือที่เรียกว่า DCA (Dollar cross average) เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงโดยไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการลงทุน  ทั้งนี้ก่อนลงทุนควรศึกษาหาความรู้ให้ดีเสียก่อนเพื่อจะได้สามารถเข้าใจและยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นได้


2. เก็บออมเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนที่มีวัตถุประสงค์เก็บออมเงินให้ลูกจ้างมีเงินใช้ตอนเกษียณและถือว่าเป็นสวัสดิการที่นายจ้างมีให้แก่ลูกจ้าง เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะมาจากลูกจ้างหรือสมาชิกที่ถูกหักเงินส่วนหนึ่งจากค่าจ้างเข้ากองทุนเป็นรายเดือนหรือที่เรียกว่า เงินสะสม  ส่วนนายจ้างจะจ่ายเงินอีกส่วนหนึ่งเข้ากองทุนเป็นประจำทุกเดือนหรือที่เรียกว่า เงินสมทบ  ทั้งนี้มนุษย์เงินเดือนจะได้รับเงินสมทบจากนายจ้างเป็นขั้นบันไดตามระยะเวลาที่ทำงาน  เช่น  ทำงาน 0-3 ปี  นายจ้างจะสมทบให้ 2% เป็นต้น ซึ่งนับเป็นวิธีการง่ายๆ ที่มนุษย์เงินเดือนจะได้รับเงินสมทบแบบฟรีๆ จากนายจ้าง แถมยังได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เรียกได้ว่า มีแต่ได้กับได้  ทั้งนี้ผลประโยชน์จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนที่ลูกจ้างหรือสมาชิกเลือกในแต่ละปีอีกด้วย 

money

3. ซื้อหุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์

หลายหน่วยงานได้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์สำหรับสมาชิกในองค์กรเดียวกันเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักการออมเงินและให้กู้ยืมเมื่อเกิดความจำเป็น โดยสมาชิกจะต้องซื้อหุ้นเป็นประจำทุกเดือน เมื่อสิ้นปีจะได้รับเงินปันผลค่าหุ้นให้แก่สมาชิก ซึ่งสหกรณ์ออมทรัพย์ส่วนใหญ่มักจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกมากกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบัน แถมยังไม่ต้องเสียภาษีเงินปันผลอีกด้วย และยิ่งซื้อหุ้นสหกรณ์เป็นประจำทุกเดือนจนกระทั่งเกษียณอายุ จะทำให้สมาชิกมีจำนวนหุ้นที่มากพอและจะได้รับเงินปันผลที่เป็นเงินก้อนใหญ่ สามารถนำมาใช้จ่ายในยามเกษียณได้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย


4. ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่จะเป็นการปล่อยเช่าคอนโดแนวเส้นรถไฟฟ้า ข้อดีของมนุษย์เงินเดือนคือมีเครดิตที่ดีเพราะมีรายได้เป็นหลักแหล่งสามารถนำสลิปเงินเดือนไปยื่นธนาคารเพื่อขอกู้สินเชื่อได้  โดยมนุษย์เงินเดือนบางรายใช้วิธีการผ่อนดาวน์ไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 – 2 ปี จากนั้นยื่นกู้เงิน 100% เพื่อซื้อคอนโดรวมค่าตกแต่ง แล้วทำการปล่อยเช่าโดยนำค่าเช่ามาช่วยผ่อนกับธนาคาร ทั้งนี้ก่อนที่จะลงทุนควรศึกษาวิธีการคัดเลือกอสังหาริมทรัพย์ให้ถ่องแท้เสียก่อน รวมถึงต้องพิจารณาอัตราผลตอนแทนที่ได้รับอีกด้วยว่าคุ้มค่าหรือไม่ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ นอกจากนี้หากจะขายคอนโดออกไปผู้ลงทุนยังได้ค่าส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจากมูลค่าของสินทรัพย์ที่ตามปกติค่าเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 5%  (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นๆ)

5. ลงทุนในทองคำ

มนุษย์เงินเดือนบางคนใช้เงินโบนัสในแต่ละปีลงทุนซื้อทองรูปพรรณหนึ่งสลึง ห้าสิบสตางค์แล้วค่อยๆ รวบรวมจนทองครบหนึ่งบาท หรือบางคนก็ซื้อทองคำแท่งเก็บสะสมแทนเพราะซื้อขายคล่องกว่าและไม่มีค่ากำเหน็จ  การลงทุนในทองคำจะได้ผลตอบแทนจากราคาทองที่ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้การสะสมทองยังเป็นการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากผลตอบแทนจากการลงทุนในทองคำมักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับการลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ ดังนั้นการมีทองคำสะสมไว้นับเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง


6. ลงทุนในตัวเอง

การลงทุนในตัวเองก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะปั้นเงินให้กับมนุษย์เงินเดือนได้ ยิ่งได้พัฒนาทักษะความรู้ให้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพของตัวเอง  รวมถึงพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาด โอกาสที่มนุษย์เงินเดือนจะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งหรืออัพเกรดเงินเดือนก็มีสูงยิ่งขึ้น  ยิ่งได้รับเงินเดือนสูงมากขึ้นก็จะมีเงินเหลือมากขึ้นเพื่อนำไปลงทุนต่อยอดเงินได้อีก  ฉะนั้นต้องหมั่นศึกษาและหาความรู้ใหม่ๆ ที่หลากหลายก็จะช่วยสร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับมนุษย์เงินเดือนได้เช่นกัน


เหนือสิ่งอื่นใดนอกจากจะรู้จักลงทุนตามที่กล่าวมาแล้วมนุษย์เงินเดือนต้องมีวินัยทางการเงิน รู้จักเก็บ รู้จักออม ไม่หลงระเริงไปกับความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่ทำให้เก็บเงินไม่อยู่และส่งผลให้ไม่รวยสักที หากเอาชนะใจตัวเองได้รับรองว่ามนุษย์เงินเดือนก็มีสิทธิรวยจับเงินล้านได้เหมือนกับเจ้าของธุรกิจเช่นกัน  สนใจลงทุน -SCB Easy Invest-