จ่ายเพื่อสุขภาพใครว่าไม่สำคัญ

 

บทความโดย
สุรกิจ พิทักษ์ภากร นักวางแผนการเงิน CFP®

ทุกท่านเห็นด้วยไหมว่า กระแสการรักสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมมากๆ สังเกตได้จากมีการจัดกิจกรรม Running เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ซึ่งถ้าเรามีสุขภาพที่แข็งแรง ก็อาจจะมีโอกาสเจ็บป่วยน้อยลง ทำให้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับคนที่เรารักได้อย่างที่ต้องการ ตรงกันข้ามหากเกิดการเจ็บป่วย แล้วถึงกับต้องรักษาในโรงพยาบาล สิ่งที่ต้องกังวลก็คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาเพราะปัจจุบันนี้ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลนั้นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี และหากใครที่เกิดเป็นโรคร้ายแรง ก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงมากๆ อีกด้วย ซึ่งถ้าใครมีการซื้อประกันสุขภาพไว้ ก็อาจจะพอลดความเดือดร้อนลงได้บ้าง


ดังนั้นผู้เขียนจึงอยากให้ทุกๆ ท่านสนใจกับการดูแลสุขภาพให้มากขึ้น ซึ่งหากต้องการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว ก็อาจจะต้องมีรายจ่ายในส่วนนี้บ้าง เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียค่าใช้จ่ายที่สูงในอนาคตก็เป็นได้

โดยรายจ่ายเพื่อสุขภาพนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่
 

  1.  รายจ่ายเพื่อดูแลสุขภาพตนเอง  รายจ่ายประเภทนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะเป็นรายจ่ายที่สามารถลดรายจ่ายที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในอนาคตได้ ซึ่งได้แก่ ค่าบริการเกี่ยวกับการออกกำลังกาย (ค่า Fitness) ค่าสมัครร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น สมัครแข่งขันวิ่ง รวมถึงค่าอาหารสุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารคลีน หรืออาหารเสริม ก็สามารถทำให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าท่านใดสามารถหาสถานที่ออกกำลังกายได้ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเงิน หรือมีการทานอาหารที่ครบหมู่ รายจ่ายเหล่านี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น

    นอกจากนั้น ยังมีรายจ่ายค่าตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งควรจะตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อดูว่าตัวเรามีแนวโน้ม หรือความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคใดในอนาคต ซึ่งจะทำให้เราตระหนักถึงสุขภาพตัวเองก่อน จะได้มีวิธีการดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม


  2. รายจ่ายเพื่อรับรองการรักษาพยาบาลในอนาคต  รายจ่ายประเภทนี้ดูเหมือนจะเป็นรายจ่ายที่อาจจะดูสูญเปล่า แต่ถ้าเป็นเรื่องวางแผนการเงินแล้ว ก็ถือเป็นรายจ่ายเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการเงินในอนาคตได้อย่างดี เพราะเราคงเคยได้ยินว่า ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารดีๆ ทุกมื้อ ก็ยังมีโอกาสเป็นโรคร้ายแรงได้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาทจึงควรจัดการเรื่องรายจ่ายเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต ซึ่งจะมีรายจ่ายที่หลากหลายที่ต้องเตรียม ได้แก่ ค่าเบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ซึ่งทำให้เกิดความสบายใจว่าหากต้องเกิดการเจ็บป่วยหรือโรคร้ายแรงแล้ว เราก็ยังมีบริษัทประกันมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้แทนตัวเรา ซึ่งหากเราทำวงเงินที่มากพอ ก็อาจจะช่วยปกป้องสถานะทางการเงินของครอบครัวให้ยังคงมั่นคงต่อไปในระยะยาวได้ แม้ว่าอาจจะต้องพบกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงมากๆ

    ดังนั้นรายจ่ายเกี่ยวกับเบี้ยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงก็คือการวางแผนรายจ่ายที่แน่นอน เพื่อรับรองค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลที่อาจจะไม่แน่นอนในอนาคตอีกด้วย ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเบี้ยประกันสุขภาพแล้ว ยังควรต้องมีการเตรียมค่าใช้จ่ายด้านศูนย์ดูแลสุขภาพผู้ป่วยอีกด้วย เพราะความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรเตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้เพียงพอ เพราะในอนาคต หากเราเองไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ก็ยังพอมีทางเลือกในการใช้บริการศูนย์ดูแลสุขภาพผู้ป่วย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งจ้างมาดูแลที่บ้าน หรือไปอยู่ที่ศูนย์นั้นเลยก็มี


ดังนั้น เรื่องการวางแผนที่เกี่ยวกับสุขภาพในอนาคต คือเรื่องสำคัญที่ทุกๆ คนต้องใส่ใจตั้งแต่วันนี้ และลงมือวางแผนเพื่อบริหารรายจ่ายทั้งสองประเภทได้อย่างเหมาะสม เพราะความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเราให้ความสำคัญกับการวางแผนค่าใช่จ่ายในส่วนนี้มากขึ้นเท่าไร โอกาสที่เราจะต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากๆ จนทำให้ฐานะการเงินของเราล้มเหลว ก็จะมีน้อยลง และจากนี้ไป อย่าลืมใส่ใจกับค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพกันนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย http://www.tfpa.or.th