ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
05-01-2569
ในยุคที่หลายคนมองหาที่พึ่งทางใจเพื่อเสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจ หนึ่งในเทพเจ้าที่ได้รับความนิยมและมีผู้คนหลั่งไหลไปสักการะอย่างไม่ขาดสายก็คือ "ท้าวเวสสุวรรณ" เทพผู้เป็นอธิบดีแห่งอสูรและยักษ์ทั้งปวง รวมถึงเป็นผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ หากคุณกำลังมองหาพิกัด วัดท้าวเวสสุวรรณ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อไปกราบไหว้ขอพรให้ชีวิตราบรื่น การเงินหลั่งไหล และเสริมความเฮงตลอดปี 2569 บทความนี้รวบรวมข้อมูลแบบครบถ้วนมาให้คุณแล้ว
ท้าวเวสสุวรรณคือใคร?
ตามความเชื่อในทางพระพุทธศาสนาและพราหมณ์-ฮินดู ท้าวเวสสุวรรณ (หรือท้าวกุเวร) คือหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ในทิศเหนือ ทรงเป็นราชาแห่งยักษ์และอสูร รวมถึงภูตผีปีศาจทั้งปวง มีลักษณะเด่นที่เราคุ้นตาคือรูปจำลององค์ยักษ์ถือกระบองยาวอยู่ตรงกลางระหว่างขา หรือในบางตำราก็ปรากฏในร่างของมนุษย์ที่เป็นมหาเศรษฐี
ทำไมท้าวเวสสุวรรณจึงถูกยกย่องว่าเป็นเทพแห่งความร่ำรวย?
นอกจากหน้าที่ในการปกป้องโลกมนุษย์จากสิ่งลี้ลับและสิ่งอัปมงคลแล้ว ท่านยังดำรงตำแหน่งเป็น "ธนบดี" หรือผู้เป็นใหญ่ในทรัพย์สินเงินทองทั่วทั้งปฐพี เป็นผู้ดูแลขุมทรัพย์ของแผ่นดินตามตำนานโบราณ ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงนิยมเดินทางไปกราบไหว้เพื่อขอพรเรื่องโชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง การลงทุน และการขอให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง จนทำให้วัดท้าวเวสสุวรรณกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของสายมูที่ต้องการความมั่งคั่ง
ไหว้ท้าวเวสสุวรรณต้องเตรียมอะไรบ้าง?
การเตรียมเครื่องสักการะเพื่อไปบูชา ณ วัดท้าวเวสสุวรรณ หรือไหว้ที่บ้าน มีสิ่งของหลักๆ ที่สื่อถึงพลังและโชคลาภดังนี้:
ขั้นตอนการไหว้ท้าวเวสสุวรรณเป็นอย่างไร?
เพื่อให้การขอพรสัมฤทธิ์ผล ควรปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนดังนี้:
คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณคืออะไร?
สวดนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยคาถาไหว้ท้าวเวสสุวรรณฉบับเต็มดังนี้: (นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ)
อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะพันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ
คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ (แบบย่อ) มีอะไรบ้าง?
สำหรับเวลาที่เดินทาง หรือต้องการสวดภาวนาในใจระหว่างวัน สามารถใช้คาถาไหว้ท้าวเวสสุวรรณแบบย่อได้ดังนี้:
"เวส สะ พุ สะ" (สวด 9 จบ)
ไหว้ท้าวเวสสุวรรณวันไหนถึงจะดีที่สุด?
ในความเป็นจริงแล้วสามารถไปกราบไหว้ได้ทุกวันตามความสะดวก แต่หากต้องการวันที่มีกำลังวันและเป็นสิริมงคลตามความเชื่อโบราณ แนะนำให้ไหว้ใน "วันเกิดของตนเอง", "วันพระ", หรือ "วันขึ้น 15 ค่ำ" และช่วงเวลาที่นิยมมากคือช่วงค่ำ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นเวลาที่มิติต่างๆ เปิดออกและองค์เทพยักษ์มีกำลังมากที่สุด
รวม 9 วัดดัง ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ ให้เฮงตลอดปี
1. วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร คนทั่วไปมักเรียกสั้นๆ ว่า วัดสุทัศน์ สร้างขึ้นในต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปีพ.ศ.2350 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างวัดขึ้นในพื้นที่พระนครชั้นใน และพระราชทานนามว่า วัดมหาสุทธาวาส ทรงโปรดให้สร้างพระวิหารเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลก่อนจะแล้วเสร็จ (จำหลัก คือการแกะสลักภาพให้เป็นลวดลาย) จนในที่สุด วัดก็สร้างเสร็จใน ปีพ.ศ.2390 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดสุทัศน์เทพวราราม" ดังที่ปรากฎในจดหมายเหตุ ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า "พระศรีศากยมุนี", "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" และ "พระพุทธเสรฏฐมุนี"
ท้าวเวสสุวรรณแห่งวัดสุทัศน์นั้น มีที่มาจากสมัยปีพ.ศ.2493 เจ้าคุณพระมงคลราชมุนี ซึ่งเป็นศิษย์เอกของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ มีตำนานเล่าว่าวัดสุทัศน์ ได้จัดสร้างขึ้นครั้งแรก เพื่อเป็นเครื่องรางปกป้องผู้คนจากภูตผีปีศาจที่มารบกวนขณะที่ไปบูรณะวัดในป่าห่างไกลแห่งหนึ่ง ต่อมาเมื่อปีพ.ศ.2562 ทางวัดได้ทำการหล่อท้าวเวสสุวรรณองค์ใหญ่สำหรับกราบไหว้ ประดิษฐานบริเวณหน้าพระอุโบสถ
ที่ตั้ง 146 ถ. บำรุงเมือง แขวง วัดราชบพิตร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
Google map: https://goo.gl/maps/Uw2QtzkPeSFaq7Js9
2. วัดประดิษฐาราม
วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย อายุเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2293 หรือเกือบ 300 ปีมาแล้ว แต่เดิมทีนั้นกุฏิพระของวัดแห่งนี้เป็นฝาไม้ขัดแตะ เมื่อชาวมอญเริ่มมาตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ ก็ได้ช่วยกันทำนุบำรุงจนในที่สุดก็กลายเป็นวัดของชุมชนมอญ โดยเจ้าอาวาสท่านแรกคือหลวงพ่อเกษร และเจ้าอาวาสองค์ต่อมาคือ หลวงปู่โต ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสชาวมอญ ที่ชาวบ้านนิมนต์ท่านมาจากบ้านบางปลา จังหวัดสมุทรสาคร ในช่วงสมัยต้นรัชกาลที่ 5 และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ในการปลงศพหลวงปู่โต ทางฝ่ายราชการได้ส่งนายช่างสิบหมู่เข้ามาเพื่อสร้างเมรุ และจุดลูกหนูในงานด้วย และต่อมาทางวัดก็ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521
สำหรับท้าวเวสสุวรรณที่วัดแห่งนี้ มีขนาดสูง 4.5 เมตร และได้ทำพิธีบวงสรวง เบิกเนตรไปเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2565 นอกจากจะมีท้าวเวสสุวรรณแล้ว ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญคือ พระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ที่ประดิษฐานอยู่ในวิหารพระนอน และเจดีย์คู่ทรงมอญให้สักการะอีกด้วย
ที่ตั้ง เลขที่ 33 อิสรภาพ 17 แขวง หิรัญรูจี เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600
Google map : https://goo.gl/maps/WPC4DoDyA2REvxS86
3. วัดหัวกระบือ
เดิมทีเรียกว่าวัดศีรษะกระบือ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อใด หากพิจารณาจากโบราณวัตถุ และเอกสารด้านโบราณคดี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวช่วงปลายของกรุงศรีอยุธยา เช่น โคลงนิราศต่างๆ อาทิ โคลงนิราศนรินทร์ โดยนายนรินทร์ ราชการมหาดเล็กที่แต่งหนังสือโคลงเล่มหนึ่งกล่าวถึงหัวกระบือ เมื่อคราวตามเสด็จสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ เมื่อปีพ.ศ. 2352 และยังมีนิราศเมืองเพชรของสุนทรภู่ที่กล่าวถึงศีรษะกระบือไว้เช่นกัน โดยสรุปแล้วที่มาของหัวกระบือนั้น น่าจะสอดคล้องกับรามเกียรติ์ ตอนปราบทรพี ที่พาลีตัดหัวทรพี (ควาย) ขว้างไปตรงที่ย่านหัวกระบือ แต่ตำนานการสร้างวัดนั้น บันทึกจากคำบอกเล่าของชาววัด และชาวบ้าน มีสาระสำคัญเกี่ยวกับขุนช้างขุนแผน โดยสมเด็จพระพันวษาโปรดประพาสป่าล่าควายป่า และควายป่าถูกขุนไกรซึ่งเป็นบิดาของขุนแผนฆ่าเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระพันวษาจึงโปรดให้สร้างวัดขึ้น แล้วตั้งชื่อว่าวัดหัวกระบือ
นอกจากนั้นยังมีหลักฐานอ้างอิง เช่น ซากศิลปกรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ที่วัด มีบันทึกในหนังสือชุดจิตรกรรมฝาผนังประเทศไทยเรื่อง “จิตรกรรมสมัยอยุธยาจากสมุดข่อย” โดยปรากฎหลักฐานโบราณคดีที่ยังเหลือพอจะกำหนดอายุของวัดได้ มีเพียงเสมา เจดีย์ และสมุดข่อย
· เสมา เป็นหินทรายสีแดง มีขนาดเล็กอย่างเสมาในตระกูลอัมพวา ซึ่งเป็นใบเสมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย
· เจดีย์ เป็นเจดีย์คู่ด้านหน้าโบสถ์ แข้งสิงห์มีลักษณะยาวซึ่งเป็นศิลปะในสมัยอยุธยา
· สมุดข่อย มีจารึกบอกศักราชว่าจารขึ้นในปี พ.ศ.2286 ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งสุดท้ายประมาณ 24 ปี ทั้งเส้นสาย และการวางองค์ประกอบภาพ สันนิษฐานได้ว่าเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย
สำหรับวัดหัวกระบือนั้น มีพระคาถาบูชา ท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งประพันธ์โดย พระครูวิบูลพัฒนกิตติ์ ดร. โดยมีบทคือ
“บูชาท้าวเวสสุวรรณ ค้าขายร่ำรวย ป้องกันภูตผีปีศาจ แคล้วคลาดปลอดภัย ฯ”
และภายในวัดหัวกระบือสวนสวรรค์ลานบุญที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์, พระพิฆเณศวร องค์มหาเทพ มหาเทวี, และปู่ฤๅษีร้อยแปด ครอบเศียรเสริมบารมี
ที่ตั้ง 77 ซ. เทียนทะเล 19 แขวง ท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
Google map: https://goo.gl/maps/u8CohG9hUMeP51Gt7
4. วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง
จากสำนักสงฆ์กลางทุ่งนาที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีพระสงฆ์จำพรรษามากขึ้นก็พัฒนาเป็นวัด มีนามว่า วัดสระแก โดยมีพระครูปรีชาเฉลิม หรือ หลวงปู่แฉ่งแห่งวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร เป็นผู้ริเริ่ม และได้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคที่ดินเพื่อขยายบริเวณ ต่อมาก็ได้รับการอนุญาตให้สร้างขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2435 เมื่อหลวงปู่แฉ่ง มรณภาพ ก็ได้หลวงพ่อฉ่ำมาเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดต่อ ภายหลังได้มีช่วงที่วัดเว้นว่างจากพระสงฆ์ ชาวบ้านกลัวว่าจะกลายเป็นวัดร้าง จึงได้ไปนิมนต์พระอธิการพยุง จากวัดกำแพง มาเป็นเจ้าอาวาสต่อ เมื่อปี พ.ศ.2491 เริ่มทำการปฏิสังขรณ์ และพัฒนาเรื่อยมา นายบัว ฉุนเฉียว ได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมให้ เพื่อเป็นเกียรติแก่นายบัว ทางวัดจึงได้ทำการเปลี่ยนชื่อเป็น วัดบัวขวัญ
ต่อมาวัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2506 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2551 นอกจากการพัฒนาวัดในด้านต่างๆ แล้ว วัดแห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาด้วย จึงได้มีการก่อตั้งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีประจำจังหวัดนนทบุรีแห่งที่ 1 รวมถึงสนับสนุนการศึกษา โดยการสอนธรรมศึกษาในโรงเรียน และยังเป็นศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนสำหรับระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลายอีกด้วย
สำหรับวัดบัวขวัญ มีความพิเศษคือ ที่นี่มีรูปปั้นท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 องค์ให้บูชาสักการะ คือ ท้าวธตรฐ ที่เด่นด้านการทำงาน ศิลปะการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปะการแสดง, ท้าววิรุฬหก ที่เด่นด้านการทำงาน ความก้าวหน้า โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นข้าราชการ, ท้าววิรูปักษ์ เด่นด้าน ความเป็นที่รักแก่มนุษย์ และเทวดา แคล้วจากภัยอันตราย และให้ความมั่งคั่งด้านทรัพย์สินเงินทอง โดยเฉพาะกับผู้ที่ทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ และองค์สุดท้าย ท้าวเวสสุวรรณ เด่นด้านการให้พ้นเคราะห์ ปกป้องจากอันตราย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ผู้ที่ทำงานด้านสุขภาพ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศ
ที่ตั้ง 1 หมู่ที่ 9 ซอย งามวงศ์วาน 23 บางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000
Google map: https://goo.gl/maps/65yTRr2dATjdFJpr5
5. วัดไทรใหญ่
วัดเก่าแก่ประจำอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2410 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเดิมมีชื่อเรียกว่า วัดมหานิโครธาราม ที่แปลว่า ต้นไทรใหญ่ ซึ่งชาวบ้านมักติดปากเรียกว่าวัดไทรใหญ่เสมอมาเพราะว่าเรียกง่ายกว่าจนในที่สุดก็ได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น วัดไทรใหญ่ และต่อมา ด้วยจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของนางเง็ก จึงได้ถวายที่ดินเป็นที่ธรณีสงฆ์จำนวน 77 ไร่ 72 ตารางวา และนางผันได้ถวายเพิ่มอีก 15 ไร่ 96 ตารางวา จึงถือเป็นวัดที่มีพื้นกว้างขวางวัดนึง และวัดแห่งนี้ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2491 โดยพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498
ท้าวเวสสุวรรณ ณ วัดไทรใหญ่แห่งนี้ สร้างขึ้นโดยพระเดชพระคุณพระมงคลนนทเขต (อดีตเจ้าอาวาสวัดไทรใหญ่) เมื่อปีพ.ศ.2521 มีขนาดสูงประมาณ 1 เมตร แต่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ และขลังเป็นอย่างมาก เพราะเคยถูกโจรขโมยลักไปถึง 2 ครั้ง โดยในครั้งสุดท้าย หลวงพ่อพระมงคลนนทเขต (อดีตเจ้าอาวาสวัดไทรใหญ่) ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากท้าวเวสสุวรรณองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์จริง ก็ขอให้กลับมาวัดไทรใหญ่เหมือนเดิม ต่อมาหลวงพ่อได้ไปพบท้าวเวสสุวรรณองค์ดังกล่าวที่ร้านขายของเก่าแห่งนึง หลวงพ่อจึงได้บอกกับทางร้านว่า ท้าวเวสสุวรรณองค์นี้ถูกลักมาจากวัดไทรใหญ่ ทางร้านจึงได้สอบถามรายละเอียด หลวงพ่อจึงบอกลักษณะของท้าวเวสสุวรรณได้อย่างถูกต้อง ทางร้านจึงมอบคืนให้ พร้อมถวายเงินอีก 50,000 บาท โดยการส่งคืนในครั้งนั้น ใช้รถขนส่ง ชาวบ้านต่างพากันลุ้นสลากล็อตเตอร์รี่เป็นเลขท้าย 3 ตัวของรถคันดังกล่าว และทุกคนก็ได้รับโชคในครั้งนั้น จึงเป็นที่เล่าขานบอกกล่าวถึงความอัศจรรย์สืบมา
นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของท้าวเวสสุวรรณแล้ว ภายในวัดยังมีอาคารเสนาสนะที่สำคัญได้แก่ อุโบสถ ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 เป็นอาคารทรงไทย หลังคามุงกระเบื้อง ช่อฟ้าใบระกา หน้าบันปิดทอง ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระเจ้าสิบชาติ และเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยอู่ทอง ฝีมือช่างหลวงอีกด้วย
ที่ตั้ง 8917 ถนน บ้านกล้วย-ไทรน้อย ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย นนทบุรี 11150
Google map: https://goo.gl/maps/Z5gwzb49LAjvDATh8
6. วัดท่าอิฐ
วัดเก่าแก่อายุ 200 กว่าปี สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2316 เดิมทีนั้นเป็นวัดร้างบนที่ดอน ต่อมาได้ย้ายมาตั้งบริเวณใกล้แม่น้ำเพื่อความสะดวกในการเดินทาง โดยเลือกที่ตั้งแห่งใหม่ใกล้เจ้าพระยาแถวแม่น้ำอ้อมเกร็ด อยู่ตรงข้ามกับวัดศาลากุล ชื่อของวัดแห่งนี้มาจากชุมชมแถวนั้นประกอบอาชีพปั้นอิฐ และยังเป็นท่าน้ำขึ้นลง วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2525
วัดท่าอิฐแห่งนี้ มีองค์ท้าวเวสสุวรรณที่ไม่เหมือนวัดอื่น โดยแกะสลักขึ้นจากไม้ประดู่เลือด หรือไม้ประดู่แดงทั้งต้น ในปีพ.ศ.2551 ต่อมาในปีพ.ศ.2554 เกิดภัยน้ำท่วมใหญ่ แต่องค์ท้าวเวสสุวรรณกลับไม่ได้รับความเสียหาย และยังมีเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายด้วย
ภายในบริเวณวัดยังมีวิหารริมน้ำ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตนาลันทาทอง พระพุทธรูปปางปฐมเทศนาองค์ใหญ่ที่เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาด้วยเช่นกัน
ที่ตั้ง 1 หมู่ที่ 7 ซอย ท่าอิฐ ตำบล ท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120
Google map: https://goo.gl/maps/KkBLRhzRUhm83iVa8
7. วัดโบสถ์ (เมือง) หลวงปู่เทียน
วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะโดยชาวมอญที่อพยพมาจากหงสาวดี วัดแห่งนี้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ. 2167
ภายในวัดมีโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่สำคัญคือ พระอุโบสถที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2158 และวิหารรามัญเก่าแก่ อายุมากกว่า 400 ปี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2160 ด้วยรูปแบบการก่ออิฐถือปูน มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ที่บริเวณหน้าวิหารมีหอระฆังเก่าแก่จากยุคเดียวกันด้วย วิหารนี้เคยได้รับการบูรณะมาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อเปิดให้ประชาชนได้เข้ากราบสักการะ โดยพระประธานประจำวิหารแห่งนี้ คือ พระรามัญทรงเครื่อง หรือพระพุทธมหาจักรพรรดิ ที่คาดว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้คนต่างพากันมากราบไหว้สักการะขอพรจนเป็นผลสำเร็จ จึงได้มีการขนานนามว่า “หลวงพ่อสมปรารถนา” โดยในประเทศไทยมีพระรามัญทรงเครื่องเพียงแค่ 2 องค์ โดยอีกองค์ประดิษฐานอยู่ที่อยุธยา
นอกจากนี้ ในวัดยังมี มหาศาลาสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งประดิษฐานพระรูปจำลองของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ขนาด 3.5 เมตร มีความเชื่อว่าใครที่ได้ไปกราบไหว้ ก็จะชนะศัตรู ได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต และประสบแต่ความสุข ความเจริญ และสำหรับท้าวเวสสุวรรณที่วัดนี้ ได้ประดิษฐานให้คนมาบูชาขอพร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด โดยสามารถผูกผ้าตามจุดหมายขอพรได้
จุดสุดท้ายที่ห้ามพลาด คือ มณฑปพระครูบวรธรรมกิจ หรือหลวงปู่เทียนอดีตเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ ซึ่งท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพรักศรัทธาจากคนทั่วไป เพราะเป็นพระภิกษุที่เคร่งครัด มีเมตตา ในปีพ.ศ.2448 ซึ่งนับเป็นพรรษาที่ 9 ท่านก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโบสถ์รูปที่ 3 และได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เรื่อยมา ท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2509 สิริอายุ 90 ปี 70 พรรษา ที่มณฑปมีรูปจำลองของท่านให้กราบไหว้สักการะขอพร โดยมากจะมาขอพรเรื่องค้าขาย หรือการงาน
ที่อยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี 12000
Google map: https://goo.gl/maps/jmY3dhpqT4S4H3hN7
8.วัดโบสถ์ (สามโคก)
หลายคนอาจจะรู้จักวัดโบสถ์ (สามโคก) ในนาม วัดโบสถ์หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ที่สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2370 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 แน่นอนว่า จุดเด่นของวัดนั้นคือ รูปปั้นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ปางเทศนาธรรม มีความสูงถึง 28 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2549 โดยคุณวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ เป็นผู้จัดสร้างถวาย และบริเวณลานธรรมหลวงพ่อโต ก็สามารถเดินไปศาลาจัตุรมุขยอดมงกุฎได้ ภายในวัดยังประดิษฐานหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่, พระสีวลี และพระพุทธรูปสำคัญคือ หลวงพ่อเหลือ ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองปทุมธานี สร้างด้วยศิลาทราย โดยที่มาของชื่อคือ ในราวปี พ.ศ. 2507 มีโจรเข้ามาลักลอบตัดเศียรพระพุทธรูปภายในโบสถ์ เหลือแต่เพียงหลวงพ่อเหลือเท่านั้นที่ไม่โดนตัด ชาวบ้านจึงเรียกพระพุทธรูปนี้ว่า หลวงพ่อเหลือ และในวัดยังมีวังมัจฉาที่มีปลามากมาย
ท้าวเวสสุวรรณของวัดโบสถ์ ได้ทำพิธีเบิกเนตร เมื่อวันที่12 มิถุนายน 2565 โดยประชาชนทั่วไปมักมากราบไหว้ขอโชคลาภ
ที่ตั้ง 15 หมู่ที่ 1 ซอยบางกระบือ ซอย 6 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี 12160
Google map: https://goo.gl/maps/wH1evktvYqszEDd27
9. วัดสายไหม
วัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกายที่สร้างด้วยจิตศรัทธาของหม่อมราชวงศ์หญิงน้อย และหม่อมหลวงนุ่น ที่มอบที่ดินจำนวน 7 ไร่ 35 ตารางวาให้แก่วัดเมื่อปีพ.ศ. 2441 ผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2498 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2498 มีการเปิดสอนโรงเรียนพระปริยัติธรรม มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2482
ท้าวเวสสุวรรณที่วัดสายไหมแห่งนี้มีถึง 4 องค์ โดยองค์สีแดง เด่นด้านอำนาจ บารมี และการเงิน, องค์สีเขียว เด่นด้านการเก็บเงินที่หามาด้วยความสุจริต, องด์สีทอง เด่นด้านสุขภาพ และองค์สุดท้าย สีเงิน เด่นด้านโชคลาภ
และภายในวัดมีอุโบสถที่สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2508 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง หน้าตักกว้าง 3 ศอก และรูปหล่อพระอธิการญัติ อุตตโม อดีตเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2514 ทางวัดได้ทำการซื้อที่ดินเพื่อขยายขอบเขตออกไปอีก 7 ไร่ 12 ตารางวา นอกจากนี้ ที่วัดแห่งนี้ยังมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ให้ประชาชนที่ศรัทธาได้เข้ามาสักการะอีกด้วย
ที่อยู่ 37 หมู่ที่ 3 ถนนลำลูกกา ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130
Google map: https://goo.gl/maps/M4u8UyKv5S2wXX5o7
ท้าวเวสสุวรรณกับไฉ่ซิ่งเอี๊ย เป็นเทพองค์เดียวกันไหม?
ตามคติความเชื่อและการศึกษาทางศาสนศาสตร์ เชื่อว่า "เป็นเทพองค์เดียวกัน" แต่ต่างกันไปตามวัฒนธรรมและการเรียกขาน โดยในทางพุทธมหายานและวัฒนธรรมจีน ท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวรรณจะได้รับการเคารพบูชาในฐานะ "เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย" (เทพแห่งโชคลาภเงินทอง) นั่นเอง ดังนั้นไม่ว่าจะกราบไหว้ในรูปลักษณ์ใด จุดประสงค์หลักก็คือการระลึกถึงเทพผู้ประทานความมั่งคั่งเช่นเดียวกัน
มีข้อห้ามอะไรบ้างในการบูชาท้าวเวสสุวรรณ?
เพื่อให้ชีวิตได้รับแต่สิ่งดีๆ การบูชาท้าวเวสสุวรรณมีข้อห้ามสำคัญที่ไม่ควรละเมิดดังนี้:
บูชาท้าวเวสสุวรรณแล้ว ควรแก้บนอย่างไรให้ถูกต้อง?
หากสิ่งที่คุณอธิษฐานขอพรไว้ประสบความสำเร็จ ควรกลับมาแก้บนตามที่ได้กล่าวสัจจะไว้ โดยส่วนใหญ่นิยมแก้บนด้วยดอกกุหลาบสีแดง 99 ดอก หรือ 999 ดอก, ผลไม้มงคล, การทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ หรือการร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างศาสนสถานภายในวัดนั้นๆ เพื่อเป็นการต่อยอดบุญบารมี
ไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่บ้านได้หรือไม่?
สามารถทำได้ หากไม่สะดวกเดินทางไปยังวัดท้าวเวสสุวรรณ คุณสามารถตั้งบูชาท่านที่บ้านได้ โดยจัดตั้งโต๊ะบูชาให้ต่ำกว่าหิ้งพระประธานและพระสงฆ์ จากนั้นเตรียมน้ำเปล่า ดอกไม้แดง และสวดคาถาไหว้ท้าวเวสสุวรรณเป็นประจำทุกวันพระหรือวันพฤหัสบดีเพื่อความเป็นสิริมงคล
นอกจากเรื่องโชคลาภ ท้าวเวสสุวรรณให้พรเรื่องใดได้อีกบ้าง?
แม้คนส่วนใหญ่จะเน้นขอเรื่องเงินทอง แต่เนื่องจากท่านเป็นเจ้าแห่งอสูรและผู้คุ้มครองโลก ท่านจึงเด่นในเรื่องการให้พรด้าน "การปกป้องคุ้มครอง" ช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย เสนียดจัญไร คุณไสย และภูตผีปีศาจ รวมถึงช่วยเสริมอำนาจบารมี ความเจริญในตำแหน่งหน้าที่การงาน และการปกครองบริวารสำหรับผู้ที่เป็นหัวหน้างานหรือเจ้าของธุรกิจ
ควรเตรียมตัวเดินทางไปวัดไหว้ท้าวเวสสุวรรณอย่างไร?
เนื่องจากวัดหลายแห่งมีผู้คนเดินทางไปเป็นจำนวนมาก การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การทำบุญราบรื่น:
เวลาเปิด-ปิด และการเดินทางไปแต่ละวัดเป็นอย่างไร?
วัดส่วนใหญ่ในรายชื่อข้างต้นจะเปิดให้เข้าชมและสักการะตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 17.00 น. แต่สำหรับบางวัดที่มีองค์ท้าวเวสสุวรรณยอดนิยม (เช่น วัดสายไหม หรือ วัดบัวขวัญ) อาจมีการเปิดพื้นที่ลานบูชาให้กราบไหว้ได้จนถึงช่วงค่ำ (ประมาณ 20.00 น. - 21.00 น.) การเดินทางสามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเปิดแผนที่นำทางได้สะดวก หรือใช้บริการรถสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS/MRT ในเขตกรุงเทพฯ และต่อรถรับจ้างเข้าสู่วัด
ผู้หญิงมีประจำเดือนสามารถบูชาท้าวเวสสุวรรณได้หรือไม่?
สามารถบูชาได้ตามปกติ ความเชื่อที่ว่าผู้หญิงมีประจำเดือนห้ามเข้าวัดหรือห้ามไหว้เทพเป็นเพียงกุศโลบายโบราณในเรื่องความสะอาดเท่านั้น ในทางพุทธศาสนาและหลักการบูชาเทพ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "จิตใจที่บริสุทธิ์" และความตั้งใจจริง ร่างกายที่เป็นไปตามธรรมชาติไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำความดีหรือการสวดมนต์ขอพร
การบูชาท้าวเวสสุวรรณแบบวัตถุมงคล (เช่น พระเครื่อง) ควรทำอย่างไร?
หากคุณมีวัตถุมงคลขนาดพกพา เช่น เหรียญ รูปหล่อขนาดเล็ก หรือผ้ายันต์ แนะนำให้พกติดตัวไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม (เช่น แขวนคอ หรือใส่ในกระเป๋าเสื้อ) ก่อนออกจากบ้านให้ตั้งจิตระลึกถึงท่านและสวดคาถาไหว้ท้าวเวสสุวรรณแบบย่อ "เวส สะ พุ สะ" เพื่อขอให้ท่านช่วยคุ้มครองและประทานโชคลาภตลอดทั้งวัน
ควรจัดการกับของบูชาหลังเสร็จพิธีอย่างไร?
หากเป็นการไหว้ที่บ้าน เมื่อธูปและเทียนดับหมดแล้ว ให้ลาของไหว้ (ผลไม้และน้ำดื่ม) นำมารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคลภายในครอบครัว ส่วนดอกไม้หรือพวงมาลัยกุหลาบเมื่อเริ่มแห้งเหี่ยวให้นำไปทิ้งในที่ที่เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้เน่าเสียอยู่บนหิ้งบูชา
บูชาท้าวเวสสุวรรณบ่อยแค่ไหนถึงจะดี?
คุณสามารถสวดบทคาถาไหว้ท้าวเวสสุวรรณได้ เป็นประจำทุกวัน ก่อนนอนหรือก่อนเริ่มทำงาน เพื่อเป็นการเตือนสติให้เราตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม ส่วนการเดินทางไปทำบุญตามวัดท้าวเวสสุวรรณต่างๆ สามารถไปได้บ่อยตามความสะดวกใจ เช่น เดือนละครั้ง หรือในช่วงวันสำคัญต่างๆ เพื่อเป็นการเติมพลังใจให้กับตัวเอง
ท้าวเวสสุวรรณมีกี่ปาง แต่ละปางมีความหมายอย่างไร?
โดยทั่วไปที่พบเห็นในประเทศไทยจะแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ คือ:
วางแผนการเงินเสริมความมั่งคั่งกับ SCB
เมื่อได้เดินทางไปอิ่มบุญและเติมพลังใจด้วยการขอพรจากวัดท้าวเวสสุวรรณ เพื่อความเฮงและความร่ำรวยตลอดปี 2569 แล้ว สิ่งสำคัญควบคู่กันที่จะช่วยให้พรนั้นกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ก็คือ "การลงมือทำและการวางแผนการเงินที่ดี" เพราะความมั่งคั่งที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง
SCB พร้อมเป็นผู้ช่วยให้คุณเดินไปสู่เป้าหมายความร่ำรวยได้อย่างมั่นคง ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่ช่วยให้เงินออมของคุณเติบโตอย่างปลอดภัย, กองทุนรวมที่บริหารโดยมืออาชีพเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และแอปพลิเคชัน SCB EASY ที่ช่วยให้คุณจัดการทุกธุรกรรมทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็วทุกที่ทุกเวลา
ศึกษาข้อมูลการวางแผนการเงินเพิ่มเติมได้ที่ SCB เพื่อให้ทุกโอกาสและเงินทองที่หลั่งไหลเข้ามาถูกบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบูชาท้าวเวสสุวรรณ
ไปไหว้ท้าวเวสสุวรรณที่วัด ควรขอพรอะไรเป็นหลักถึงจะสัมฤทธิ์ผลเร็วที่สุด?
แนะนำให้ขอพรในเรื่องที่ชัดเจนและเป็นไปได้จริงเพียงเรื่องเดียวต่อการไหว้หนึ่งครั้ง เช่น ขอประทานพรให้ยอดขายธุรกิจในเดือนนี้เป็นไปตามเป้า หรือขอให้การเจรจาสัญญาจ้างงานราบรื่น และที่สำคัญต้องเป็นเรื่องที่สุจริต ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เนื่องจากท่านเป็นเทพผู้ทรงศีลและรักความยุติธรรม
หากต้องการบูชาท้าวเวสสุวรรณที่บ้าน แต่ไม่มีพื้นที่ตั้งโต๊ะบูชาแยกต่างหาก สามารถทำอย่างไรได้บ้าง?
หากมีพื้นที่จำกัด สามารถอัญเชิญวัตถุมงคลของท่าน (เช่น ผ้ายันต์ หรือรูปหล่อขนาดเล็ก) ประดิษฐานบนหิ้งพระรวมได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจัดวางให้อยู่ในระดับที่ "ต่ำกว่า" พระพุทธรูปประธานและพระสงฆ์เสมอ จากนั้นสามารถตั้งจิตสวดคาถาไหว้ท้าวเวสสุวรรณและระลึกถึงท่านเพื่อขอพรได้เช่นเดียวกัน
การสวดคาถาไหว้ท้าวเวสสุวรรณแบบย่อ "เวส สะ พุ สะ" มีพุทธคุณแตกต่างจากบทสวดฉบับเต็มอย่างไร?
ในทางความเชื่อ หัวใจคาถาแบบย่อ "เวส สะ พุ สะ" ถือเป็นคำย่อที่มีพุทธคุณเข้มขลังไม่ต่างจากบทเต็ม เนื่องจากเป็นการรวบรวมอักขระสำคัญที่สื่อถึงพระนามและบารมีของท่าน นิยมใช้สวดภาวนาเพื่อความรวดเร็วในเวลาเดินทาง หรือใช้บริกรรมคาถาในใจเพื่อขจัดความกลัว ป้องกันสิ่งลี้ลับ และเรียกโชคลาภในงดเวลาเร่งด่วน
แหล่งอ้างอิง: https://www.buddhanet.net, https://www.britannica.com