How to แก้หนี้อย่างมีความสุข และไม่กลับไปเป็นหนี้อีก

พอถึงจุดที่คนเป็นหนี้เริ่มหมุนเงินไม่ทัน ทางออกที่ควรมองหาคือการ ‘รวมหนี้’ จากหนี้ทุกแหล่งที่มีอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่คือ บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูง หรือบัตรกดเงินสด คราวนี้ก็ต้องมาตั้งต้นว่าทำอย่างไรดีถึงจะปลดหนี้ได้สำเร็จ ลองมาใช้วิธีนี้ช่วยแก้หนี้แบบที่ตลอดช่วงระยะเวลาที่เราต้องผ่อนชำระสินเชื่อ ยังมีความสุขในการดำเนินชีวิต และไม่กลับไปเป็นหนี้อีก
 

  1. ตั้งสติรวมหนี้ ดูว่าเรามีหนี้ทั้งหมดกี่แหล่ง ทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยเมื่อรวมยอดทุกรายการแล้ว เป็นเท่าไหร่

  2. แจกแจงรายจ่าย ในชีวิตประจำวันเราต้องจ่ายอะไรบ้าง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละเดือน เช่น
    • ค่าเช่าบ้าน/ผ่อนบ้าน
    • ค่าอาหาร
    • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์
    • ค่าผ่อนรถ หรือค่าเดินทางไปทำงาน
    • ค่าสังคม ซองงานบวช งานแต่งงาน งานเลี้ยงส่งเพื่อน เลี้ยงวันเกิด
    • ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย
    • เงินให้พ่อแม่ที่บ้าน
    • ค่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปดูหนัง ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า
    • เงินฉุกเฉิน สำหรับเหตุการณ์ไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น
    • ค่าภาษีเงินได้ ประกันสังคม และกองทุน Provident Fund

  3. ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระ รายได้ที่มีหักรายจ่ายทั้งหมด ดูว่าเหลือเท่าใด เเพราะอาจจะส่งผลให้เรากลับมาเป็นหนี้ได้อีก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เงินผ่อนชำระก็ไม่ควรเกิน 1 ใน 3 ของรายได้

  4. ธนาคารที่ใช่ กับดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อนชำระที่เหมาะกับเรา และโปรโมชั่นจากธนาคาร ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะอนุมัติสูงสุดที่ 5 เท่าของรายได้ โดยหลายคนคงลองยื่นขอสินเชื่อจากหลายๆ สถาบันการเงิน ไม่แปลกอะไรที่เราจะตามหาสิ่งที่ดีที่สุด และดูว่าที่ไหนได้รับการอนุมัติได้รวดเร็วที่สุด

 

ตัวอย่างกรณีที่สามารถขอสินเชื่อเพื่อปิดยอดหนี้ได้หมด

ยกตัวอย่าง นางสาวพอใจ มีรายได้ 40,000 บาท แต่เป็นหนี้บัตรเครดิต 4 ใบ รวมแล้ว 200,000 บาท ต้องการหาสินเชื่อมาปิดหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าการเป็นหนี้สินเชื่อ (ดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล) 

เมื่อนางสาวพอใจลองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด  10 ข้อแล้ว 

 

รายการค่าใช้จ่าย
บาท/เดือน
หมายเหตุ
1. ค่าที่อยู่อาศัย
- อาศัยบ้านพ่อแม่
2. ค่าอาหาร
7,000 รวมของพ่อแม่
3. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์
2,000  
4. ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าเดินทางไปทำงาน
5,000 รถไฟฟ้า + มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
5. ค่าสังคม ซองงานบวช งานแต่งงาน งานเลี้ยงส่งเพื่อน เลี้ยงวันเกิด
2,000  
6. ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย
500 มีประกันของบริษัทด้วย
7. เงินให้พ่อแม่ที่บ้าน
2,000  
8. ค่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปดูหนัง ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า
2,000  
9. เงินฉุกเฉิน สำหรับเหตุการณ์ไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น
3,000 เผื่อพ่อแม่ไม่สบาย
10. ค่าภาษีเงินได้ ประกันสังคม และกองทุน Provident Fund
5,000  
รวม 28,500  

แม้นางสาวพอใจจะมีรายได้ถึง 40,000 บาท แต่พอหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว จะมีเงินเหลือเพียง 11,500 บาทเท่านั้น  เพราะหากนางสาวพอใจต้องชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ 10% ก็จะเป็นเงิน 20,000บาท ดังนั้น นางสาวพอใจควรจะมองหาสินเชื่อที่ชำระไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท และใช้ระยะเวลาผ่อนชำระสินเชื่อเป็น 24 เดือน เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในแต่ละเดือน ชีวิตของนางสาวพอใจยังสามารถเดินต่อไปได้อย่างมีความสุข และจะไม่กลับมาเป็นหนี้อีก

อีกตัวอย่างนึงสำหรับกรณีที่ไม่สามารถขอสินเชื่อปิดยอดหนี้ได้หมด 100%

นายพอรู้ มีรายได้ 30,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิต 200,000 บาท จากบัตรเครดิต 2 ใบ ใบที่ 1 มีหนี้ 120,000 บาท   ใบที่ 2 มีหนี้   80,000 บาท รวมมีหนี้ 200,000 บาท  โดยนายพอรู้มีค่าใช้จ่ายดังนี้

 

รายการค่าใช้จ่าย
บาท/เดือน
หมายเหตุ
1. ค่าที่อยู่อาศัย
5,000 เช่าห้องอยู่กับเพื่อน
2. ค่าอาหาร
3,200 รวมของพ่อแม่
3. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์
800  
4. ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าเดินทางไปทำงาน
1,080 รถไฟฟ้า
5. ค่าสังคม ซองงานบวช งานแต่งงาน งานเลี้ยงส่งเพื่อน เลี้ยงวันเกิด
1,000  
6. ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย
500 มีประกันของบริษัทด้วย
7. เงินให้พ่อแม่ที่บ้าน
1,000  
8. ค่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปดูหนัง ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า
1,000  
9. เงินฉุกเฉิน สำหรับเหตุการณ์ไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น
1,000  
10. ค่าภาษีเงินได้ ประกันสังคม และกองทุน Provident Fund
3,000  
รวม 17,580  

เนื่องจากนายพอรู้ มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท จึงสามารถขอสินเชื่อได้ 150,000 บาท ทางธนาคารจึงแนะนำให้นายพอรู้ปิดหนี้บัตรเครดิต ใบที่ 1 ที่มียอดคงค้าง 120,000 บาท และเงินที่เหลืออีก 30,000 บาทนำไปชำระบัตรเครดิตใบที่ 2 เพื่อให้มียอดคงเหลือน้อยที่สุด คือ 50,000 บาท ซึ่งจะทำให้นายพอรู้ ต้องชำระขึ้นต่ำ 10% ที่ 5,000 บาท  ทำให้นายพอรู้จะยังพอเหลือส่วนต่างไว้เพื่อผ่อนสินเชื่อประมาณ 5,000 บาท ดังนั้น นายพอรู้อาจจะใช้ระยะเวลาผ่อนสินเชื่อ 4 ปี ตกเดือนละประมาณ 4,500 บาท เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการดำเนินชีวิต เพราะหากเลือกปิดหนี้ให้ไวที่สุด นายพอรู้ก็อาจจะกลับมาเป็นหนี้ได้อีก

การแก้หนี้ที่ดี อาจจะไม่ใช่การตั้งเป้าปลดหนี้ให้หมดเร็วที่สุด แต่เป็นการแก้หนี้ที่ยังให้ชีวิตเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและจะไม่กลับมาเป็นหนี้ซ้ำอีก หากไม่มั่นใจว่าเราควรจะเลือกทางไหน สามารถปรึกษาธนาคารเพื่อขอรับคำแนะนำได้ทุกเมื่อ

สนใจรวมหนี้ด้วยสินเชื่อส่วนบุคคล Speedy Loan พร้อมสมัครออนไลน์ได้ที่ https://www.scb.co.th/th/personal-banking/loans/personal-loans/speedy-loan.html

หรือดูรายละเอียดโปรโมชันคลิก  https://www.scb.co.th/th/personal-banking/promotions/loans/speedy-loan-all.html