ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
08-04-2563
หากเอ่ยถึงคำว่า 'รีไฟแนนซ์' (Refinance) ทุกคนคงเข้าใจดีว่า รีไฟแนนซ์คือการขอสินเชื่อก้อนใหม่มาโปะสินเชื่อก้อนเก่า เพื่อลดดอกเบี้ยให้ต่ำลงและระยะเวลาผ่อนชำระลดลงด้วย
โดยสังเกตได้ว่าเวลาขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ในช่วงปีแรกๆ เช่น 1-3 ปีแรก สถาบันการเงินจะเสนอโปรโมชันด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำแบบคงที่ แต่หลังหมดโปรโมชัน ผู้ขอกู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัวซึ่งมักสูงขึ้น นี่จึงเป็นจุดที่หลายคนเริ่มคิดถึงการรีไฟแนนซ์รถยนต์หรือสินเชื่ออื่นๆ
รีไฟแนนซ์รถยนต์คืออะไร?
รีไฟแนนซ์รถ คือการขอสินเชื่อใหม่ เพื่อปิดยอดหนี้รถยนต์เดิม โดยมักทำเพื่อลดอัตราดอกเบี้ย, ลดค่างวดต่อเดือนให้เบาลง, หรือเพื่อขยายระยะเวลาผ่อนชำระให้นานขึ้น การรีไฟแนนซ์รถยนต์ทำได้ทั้งขอสินเชื่อก้อนใหม่จากสถาบันการเงินเดิม หรือขอจากสถาบันการเงินแห่งใหม่มาจ่ายเงินกู้ก้อนเดิม เช่น ปี 2565 ขอสินเชื่อกับสถาบัน A และปี 2568 ต้องการรีไฟแนนซ์ สามารถเลือกได้ว่าจะรีไฟแนนซ์กับสถาบัน A เดิม หรือย้ายไปสถาบัน B ที่ให้เงื่อนไขดีกว่า
รีไฟแนนซ์รถยนต์มีข้อดีอย่างไร?
การรีไฟแนนซ์รถยนต์ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนเจ้าหนี้ แต่มีประโยชน์ที่จับต้องได้หลายด้าน:
รีไฟแนนซ์รถยนต์มีข้อเสียหรือความเสี่ยงอะไรบ้าง?
แม้การรีไฟแนนซ์รถยนต์จะมีข้อดีมาก แต่ก็มีความเสี่ยงและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจ:
รีไฟแนนซ์รถยนต์เหมาะกับใคร?
การรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี คำตอบขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปเหมาะสำหรับ:
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์มีอะไรบ้าง?
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์มีลำดับดังนี้:
คุณสมบัติของผู้ขอรีไฟแนนซ์รถยนต์มีอะไรบ้าง?
สถาบันการเงินแต่ละแห่งอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี มีดังนี้:
เอกสารที่ใช้ในการรีไฟแนนซ์รถยนต์มีอะไรบ้าง?
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการรีไฟแนนซ์รถยนต์มีดังนี้:
เอกสารส่วนตัว:
เอกสารเกี่ยวกับรถและสินเชื่อเดิม:
รถยนต์แบบไหนที่สามารถนำไปรีไฟแนนซ์ได้?
ไม่ใช่รถทุกคันที่จะรีไฟแนนซ์รถยนต์ได้ สถาบันการเงินส่วนใหญ่มีเงื่อนไขดังนี้:
ควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์?
ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี ควรวิเคราะห์ความคุ้มค่าอย่างรอบคอบตามขั้นตอนต่อไปนี้:
แน่นอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์ทำเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด นั่นคือต้นทุนอัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงมากที่สุด หากวิเคราะห์แล้วคุ้มค่าก็ต้องทำ แต่ถ้าไม่คุ้มค่าและเสียเวลาก็ใช้สินเชื่อเดิมต่อไป
รีไฟแนนซ์รถยนต์กับจำนำทะเบียนรถยนต์แตกต่างกันอย่างไร?
ด้าน | รีไฟแนนซ์รถยนต์ | จำนำทะเบียนรถยนต์ |
วัตถุประสงค์ | ปรับโครงสร้างสินเชื่อเดิม หรือขอวงเงินเพิ่มโดยใช้รถเป็นหลักประกัน | กู้เงินโดยใช้ทะเบียนรถเป็นหลักประกัน |
การใช้รถ | ยังขับรถได้ตามปกติ | ยังขับรถได้ตามปกติ |
อัตราดอกเบี้ย | ต่ำกว่า มักอยู่ในระบบสถาบันการเงิน | สูงกว่า อาจอยู่นอกระบบหรือในระบบ |
ความปลอดภัย | อยู่ในระบบ มีกฎหมายคุ้มครอง | อาจมีความเสี่ยงหากผู้ให้บริการไม่ได้รับใบอนุญาต |
วงเงิน | ขึ้นกับมูลค่ารถและประวัติเครดิต | ขึ้นกับมูลค่าทะเบียนรถ |
อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์รถยนต์คิดอย่างไร?
อัตราดอกเบี้ยสำหรับการรีไฟแนนซ์รถยนต์จะแตกต่างกันไปตามแต่ละสถาบันการเงิน โดยปัจจัยที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยมีดังนี้:
โดยทั่วไปดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์รถยนต์อยู่ในช่วงประมาณ 3-7% ต่อปีสำหรับสถาบันการเงินในระบบ ทั้งนี้ควรตรวจสอบและเปรียบเทียบจากแต่ละสถาบันโดยตรง
ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์รถยนต์มีอะไรบ้าง?
ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในการรีไฟแนนซ์รถยนต์ประกอบด้วย:
ดังนั้นก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี ควรรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทั้งหมดมาเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้
รีไฟแนนซ์รถยนต์ช่วยให้ได้เงินก้อนไปใช้จ่ายได้จริงหรือไม่?
ได้จริง ในกรณีที่มูลค่าปัจจุบันของรถสูงกว่ายอดหนี้คงเหลือ สถาบันการเงินอาจอนุมัติวงเงินสูงกว่ายอดหนี้เดิม โดยส่วนต่างนั้นจะจ่ายตรงให้ผู้กู้ เช่น:
มูลค่ารถปัจจุบัน 500,000 บาท, ยอดหนี้คงเหลือ 300,000 บาท อาจได้วงเงินรีไฟแนนซ์ 400,000 บาท และได้รับเงินก้อน 100,000 บาทไปใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม การรับเงินก้อนส่วนนี้ทำให้ยอดหนี้สูงขึ้น ค่างวดต่อเดือนก็สูงขึ้นหรือระยะเวลาผ่อนยาวขึ้นตามไปด้วย ควรประเมินความสามารถในการผ่อนชำระก่อนตัดสินใจ
รีไฟแนนซ์รถยนต์ช่วยลดภาระผ่อนต่อเดือนได้อย่างไร?
การรีไฟแนนซ์รถยนต์ลดภาระผ่อนต่อเดือนได้ 2 วิธีหลัก:
ตัวอย่างเช่น: ยอดหนี้คงเหลือ 300,000 บาท ดอกเบี้ยเดิม 7% ระยะเวลา 3 ปี หากรีไฟแนนซ์ที่ดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 5 ปี ค่างวดต่อเดือนจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ควรใช้เครื่องมือคำนวณของสถาบันการเงินเพื่อเปรียบเทียบตัวเลขที่แม่นยำ
หากรีไฟแนนซ์ไม่ผ่านต้องทำอย่างไร?
หากยื่นขอรีไฟแนนซ์รถยนต์แล้วไม่ผ่านการอนุมัติ มีสาเหตุและทางออกดังนี้:
สาเหตุที่รีไฟแนนซ์ไม่ผ่านที่พบบ่อย:
สิ่งที่ควรทำ:
ควรรีไฟแนนซ์รถยนต์ตอนไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด?
จังหวะที่เหมาะสมในการรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี มีดังนี้:
สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องคำนวณตัวเลขให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ หากดอกเบี้ยที่ประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์อย่างชัดเจน ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะดำเนินการ
รีไฟแนนซ์รถยนต์คุ้มหรือไม่? ต้องคำนวณก่อนตัดสินใจ
ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี ในเบื้องต้นต้องเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายตลอดอายุสินเชื่อเดิมกับสินเชื่อใหม่ว่าอันไหนต่ำกว่า ดูจำนวนเงินผ่อนต่องวด ระยะเวลาผ่อน รวมถึงตรวจสอบค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการไถ่ถอนสินเชื่อเดิมอย่างละเอียด
จากนั้นนำค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาเปรียบเทียบกับจำนวนดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้ ถ้าคุ้มค่าก็ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์ตามขั้นตอน อาจลองยื่นเอกสารกับสถาบันการเงิน 3-4 แห่ง แล้วเลือกที่ให้วงเงินสูงสุดภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด แต่ถ้าวิเคราะห์แล้วไม่คุ้มค่าและเสียเวลา ก็ใช้สินเชื่อเดิมต่อไป
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์
Q1: รถที่ยังผ่อนไม่หมด สามารถนำไปรีไฟแนนซ์รถยนต์ได้ไหม?
ได้ รถที่ยังผ่อนอยู่สามารถนำมารีไฟแนนซ์รถยนต์ได้ โดยสถาบันการเงินใหม่จะโอนเงินไปชำระยอดหนี้คงเหลือกับสถาบันเดิม และรับโอนเล่มทะเบียนรถมาเป็นหลักประกันแทน ผู้กู้จะผ่อนชำระกับสถาบันใหม่ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ ซึ่งมักมีดอกเบี้ยต่ำกว่าและอาจได้วงเงินเพิ่มด้วย
Q2: รีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดีที่สุด ควรเลือกอย่างไร?
คำตอบของรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ไหนดี ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป แต่หลักการเลือกคือ: เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย APR (Annual Percentage Rate) ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยหน้าตั๋ว, ตรวจสอบค่าธรรมเนียมทั้งหมด, ดูความยืดหยุ่นของเงื่อนไขการผ่อนชำระ และตรวจสอบชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน แนะนำให้เปรียบเทียบอย่างน้อย 3-4 แห่งก่อนตัดสินใจ
Q3: รีไฟแนนซ์รถยนต์กี่ครั้งได้บ้าง?
โดยทั่วไปไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนครั้งในการรีไฟแนนซ์รถยนต์ อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ การรีไฟแนนซ์บ่อยครั้งเกินไปอาจส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิต และค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์แต่ละครั้งอาจทำให้ไม่คุ้มค่า ควรรีไฟแนนซ์เมื่อตัวเลขบ่งชี้ชัดเจนว่าคุ้มค่าจริงๆ และควรเว้นระยะอย่างน้อย 1-2 ปีระหว่างการรีไฟแนนซ์แต่ละครั้ง
แหล่งอ้างอิง: https://www.investopedia.com/terms/r/refinance.asp
แหล่งอ้างอิง: https://www.nerdwallet.com/article/loans/auto-loans/auto-refinance