ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
06-09-2564
Emerging Market หรือ EM คือ ระบบเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ หรือก่อนหน้าเรียกว่า ตลาดกำลังพัฒนา ซึ่งจะตรงกันข้ามกับ ตลาดพัฒนาแล้ว หรือ Developed Market (DM)
กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่นั้น ถูกนักวิเคราะห์และนักลงทุนแบ่งออกตามภูมิภาค 3 โซน ได้แก่ ประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย เช่น ไทย เกาหลีใต้ จีน อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย และปากีสถาน, ประเทศแถบละตินอเมริกา เช่น บราซิล ชิลี เม็กซิโก และเปรู และประเทศแถบยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง เช่น โปแลนด์ รัสเซีย อียิปต์ และแอฟริกาใต้
ในบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งหมด มี 4 ประเทศที่ถูกจับตาว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ได้แก่ บราซิล (Brazil) รัสเซีย (Russia) อินเดีย (India) และจีน (China) รู้จักกันในชื่อย่อ "BRIC"
ความน่าสนใจในการลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market)
จุดเด่นของการลงทุนใน Emerging Market คือ ประเทศเหล่านี้มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้ว โดยประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ มีอัตราการเติบโต GDP ราว 2–3% ต่อปี ขณะที่ประเทศเกิดใหม่เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยนั้น เพราะมีประชากรวัยทำงานสูง มีความต้องการซื้อและสร้างฐานะ
ความแตกต่างระหว่างตลาดเกิดใหม่และตลาดพัฒนาแล้ว วัดจากรายได้ประชาชาติ (GNI per capita) ประเทศพัฒนาแล้วจะมีรายได้เฉลี่ยต่อประชากรอยู่ที่ 10,066 USD ต่อปี ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อประชากรของไทยอยู่ที่ประมาณ 5,400 USD ต่อปี
นอกจากนี้ ตลาดเกิดใหม่ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่รองรับการพัฒนาได้ดี ได้แก่ หนี้สาธารณะในระดับต่ำ ขณะที่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ซึ่งต่างจากประเทศพัฒนาแล้วที่มักมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงกว่ามาก นอกจากนี้ หุ้นในตลาดเกิดใหม่ยังซื้อขายอยู่ในระดับ Valuation ที่ต่ำกว่าตลาดพัฒนาแล้วอย่างมีนัยสำคัญ โดย EM equities ซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าหุ้นสหรัฐฯ ราว 40% ซึ่งถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนระยะยาว
ลงทุนใน Emerging Market ทำได้อย่างไรบ้าง?
นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนใน emerging markets คือ ตลาดที่มีศักยภาพสูง ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
ในอดีต เศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่พึ่งพารายได้จากภาคการผลิตและการเกษตรเป็นหลัก แต่ปัจจุบันประเทศตลาดเกิดใหม่กลายเป็นที่ตั้งของบริษัทนวัตกรรมชั้นนำและเป็นกลุ่มที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนทั่วโลกสนใจเข้ามาลงทุนเพื่อเงินสํารองฉุกเฉินและเติบโตไปพร้อมกัน
ประเทศเกิดใหม่กลุ่มใดที่น่าจับตามองในขณะนี้?
ในบรรดาประเทศ Emerging Market ที่น่าสนใจในปัจจุบัน ได้แก่
ปัจจัยสำคัญใดที่หนุนการเติบโตของตลาดเกิดใหม่?
ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของ Emerging Market ได้แก่
ผลตอบแทนที่คาดหวังจากการลงทุนใน Emerging Market เป็นอย่างไร?
การลงทุนใน Emerging Market มักให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วในระยะยาว เนื่องจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า แต่ก็มาพร้อมกับความผันผวนที่สูงกว่าเช่นกัน
นักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจมักได้รับผลตอบแทนที่ดี เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ประเทศตลาดเกิดใหม่จะได้รับอานิสงส์อย่างมาก เนื่องจากการฟื้นตัวของ Supply Chain ทั่วโลกทำให้ความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศเหล่านี้เป็นผู้ผลิตและส่งออกรายสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่คาดหวังควรพิจารณาควบคู่กับความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงทางการเมือง และสภาพคล่องของตลาดในแต่ละประเทศ
การลงทุนใน Emerging Market เหมาะกับนักลงทุนประเภทใด?
emerging markets คือ แหล่งลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนที่มีลักษณะดังนี้
กลยุทธ์ลดความเสี่ยงในการลงทุนใน Emerging Market มีอะไรบ้าง?
ความเสี่ยงด้านการเมืองและเศรษฐกิจมีผลต่อตลาดเกิดใหม่อย่างไร?
ความเสี่ยงด้านการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล ความไม่สงบทางการเมือง หรือความตึงเครียดระหว่างประเทศ เช่น สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของประเทศตลาดเกิดใหม่ชะลอตัวลงได้ เพราะทั้งสองประเทศเป็นคู่ค้าสำคัญ
ข้อผิดพลาดที่นักลงทุนมักทำเมื่อลงทุนในตลาดเกิดใหม่คืออะไร?
สภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อตลาดเกิดใหม่อย่างไร?
ตลาดเกิดใหม่มีความอ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจโลกสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะการตัดสินใจนโยบายดอกเบี้ยของ Fed สหรัฐฯ เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวและ Fed เริ่มลด QE (QE Tapering) จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ Fund Flow ไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่กลับสู่ตลาดพัฒนาแล้ว
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนใน Emerging Market มีความสำคัญแค่ไหน?
ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่สุดของการลงทุนใน Emerging Market จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การแข็งค่าของดอลลาร์มักก่อให้เกิดวิกฤตการเงินในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะประเทศที่กู้ยืมเงินต่างประเทศจนเกินตัว คล้ายกับที่เกิดขึ้นกับไทยในปี 2540 สิ่งที่ใช้ระบุถึงความเสี่ยงวิกฤตคือ ระดับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งบ่งบอกถึงความต้องการกู้ยืมเงินนอกประเทศ
ข้อควรระวังในการลงทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่คืออะไร?
กล่าวโดยสรุป แม้การลงทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่จะมีความน่าสนใจ แต่ก็มีความเสี่ยงที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม ได้แก่
นักลงทุนที่สนใจ Emerging Markets ควรศึกษาปัจจัยพื้นฐานของแต่ละประเทศ กระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม และพิจารณาลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือ ETF เพื่อบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แหล่งอ้างอิง: personalinvesting.jpmorgan.com startus-insights.com
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตลาดเกิดใหม่
Q: Emerging Market คืออะไร และต่างจาก Developed Market อย่างไร?
A: Emerging Market คือระบบเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนา มีอัตราการเติบโต GDP สูงกว่าตลาดพัฒนาแล้ว แต่มีรายได้ต่อหัวต่ำกว่า โดยตลาดพัฒนาแล้วมีรายได้เฉลี่ยต่อประชากรสูงกว่า 10,066 USD ต่อปี ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างไทยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 5,400 USD ต่อปี
Q: นักลงทุนรายย่อยจะลงทุนใน Emerging Market ได้อย่างไร?
A: ช่องทางที่สะดวกที่สุดสำหรับนักลงทุนรายย่อยคือกองทุนรวม FIF ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดเกิดใหม่ หรือ ETF อย่าง iShares MSCI Emerging Markets (EEM) ซึ่งซื้อขายได้เหมือนหุ้น ให้การกระจายความเสี่ยงในหลายประเทศพร้อมกัน โดยไม่ต้องเลือกหุ้นรายตัว
Q: ทำไมการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐถึงกระทบ Emerging Market มาก?
A: เมื่อดอลลาร์แข็งค่า Fund Flow มักไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่กลับสู่ตลาดพัฒนาแล้ว ทำให้ค่าเงินของประเทศเกิดใหม่อ่อนตัว ต้นทุนการกู้ยืมเงินสกุลดอลลาร์สูงขึ้น และบางประเทศที่มีหนี้ต่างประเทศสูงอาจเผชิญวิกฤตการเงิน คล้ายกับที่เกิดขึ้นกับไทยในวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540