ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
24-01-2563
ในยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอาจไม่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งอีกต่อไป หลายคนเริ่มหันมาสนใจ 'หุ้นกู้' ทางเลือกการลงทุนที่มอบกระแสเงินสดสม่ำเสมอและดอกเบี้ยที่จูงใจ
แต่ก่อนจะตัดสินใจควักเงินในกระเป๋า บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่าหุ้นกู้คืออะไร มีลักษณะสำคัญที่ต้องสังเกตตรงไหน และความเสี่ยงอะไรบ้างที่คุณต้องรู้เพื่อปกป้องเงินทุนของคุณให้ปลอดภัย
หุ้นกู้คืออะไร? เจาะลึกทุกเรื่องที่นักลงทุนควรรู้ก่อนเริ่ม
หุ้นกู้ คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดย บริษัทเอกชน (หากออกโดยรัฐบาลจะเรียกว่าพันธบัตร) เพื่อระดมทุนไปใช้ในกิจการต่างๆ เช่น ขยายสาขา หรือซื้อเครื่องจักร โดยมีการกำหนดความสัมพันธ์ชัดเจน ดังนี้
3 องค์ประกอบสำคัญที่เป็น "สัญญาใจ" ของหุ้นกู้
เพื่อให้การลงทุนโปร่งใส หุ้นกู้ทุกฉบับจะต้องระบุรายละเอียดสำคัญ 3 ส่วน ซึ่งเปรียบเสมือนกติกาหลักที่จะบอกว่าคุณจะได้เงินคืนเท่าไหร่ และได้เมื่อไหร่ มาดูไปพร้อมกันเลยว่า 3 องค์ประกอบสำคัญ มีอะไรบ้าง
อยากลงทุนหุ้นกู้ต้องเริ่มตรงไหน? มัดรวมช่องทางและสูตรเลือกหุ้นกู้ให้เงินงอกเงย
พอมารู้จักหุ้นกู้มากขึ้น หลายคนคงเริ่มรู้สึกว่าการปล่อยให้เงินนอนนิ่งอยู่ในบัญชีออมทรัพย์เฉย ๆ นั้นน่าเสียดายโอกาสที่ควรจะได้จริงๆ การขยับมาลองลงทุนในหุ้นกู้จึงเป็นเหมือนการ "อัปเกรด" ให้เงินในกระเป๋าเริ่มขยันทำงานมากขึ้น วางระบบให้ความมั่นคงและปล่อยให้ผลลัพธ์ค่อย ๆ งอกเงยขึ้นมาเอง
แต่ถ้าใครยังแอบลังเลและมีคำถามในใจว่า "แล้วต้องไปซื้อที่ไหน?" หรือ "เราจะเหมาะกับทางสายนี้จริงไหม?" เพื่อให้คุณเจอคำตอบที่ใช่แบบไม่ต้องเดาเอง เราสรุปวิธีเริ่มต้นฉบับรัดกุมแต่เข้าใจง่ายมาให้แล้ว
เปรียบเทียบหุ้นกู้กับการลงทุนประเภทอื่น ประชันความคุ้ม แบบไหนที่ใช่สไตล์คุณ
ในการจัดพอร์ตการลงทุน การเข้าใจความแตกต่างของสินทรัพย์แต่ละประเภทเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าหุ้นกู้ยืนอยู่จุดไหนในมิติด้านผลตอบแทนและความเสี่ยง
ลองมาพิจารณาการเปรียบเทียบในแต่ละแง่มุม เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าการลงทุนรูปแบบใดที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของคุณมากที่สุด
ประเด็นสำคัญในการลงทุนหุ้นกู้ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
นอกเหนือจากเรื่องผลตอบแทนและช่องทางการซื้อแล้ว ยังมีรายละเอียดในเชิงปฏิบัติที่ส่งผลต่อผลประโยชน์ของคุณโดยตรง ซึ่งมีเรื่องสำคัญที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้
ทำความรู้จักประเภทหุ้นกู้ละสิทธิประโยชน์ที่นักลงทุนจะได้รับ
การเลือกหุ้นกู้ที่ "ใช่" ต้องเริ่มจากการเข้าใจก่อนว่าหุ้นกู้แต่ละประเภทมีเงื่อนไขและลำดับความสำคัญที่ต่างกันอย่างไร รวมถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับนั้นคุ้มค่ากับโจทย์การเงินของคุณมากน้อยแค่ไหน
รู้จักประเภทของหุ้นกู้ เลือกตามสไตล์การลงทุนที่ใช่คุณ
ในตลาดมีหุ้นกู้หลากหลายรูปแบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่ต่างกัน ดังนี้
ทำไมหุ้นกู้ถึงเป็นจิ๊กซอว์ที่น่าสนใจของพอร์ตการลงทุน?
การขยับจากเงินฝากมาสู่หุ้นกู้มอบสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้แผนการเงินแข็งแกร่งขึ้นในหลายมิติ
การจัดอันดับเครดิต (Credit Rating) และความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้
ก่อนจะตกลงปลงใจลงทุน สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินว่า "ลูกหนี้" ของเรามีความสามารถในการจ่ายคืนมากน้อยแค่ไหน และมีปัจจัยอะไรบ้างที่อาจทำให้แผนการเงินของเราสะดุด
ถอดรหัส Credit Rating ตัวช่วยประเมินความเสี่ยงก่อนลงทุน
การจัดอันดับเครดิตเปรียบเสมือน "เกรด" ของบริษัทที่ออกหุ้นกู้ ซึ่งจัดทำโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อช่วยให้นักลงทุนมองเห็นโอกาสในการได้รับเงินคืนชัดเจนขึ้น:
ความเสี่ยง 3 ด้านที่ต้องเตรียมรับมือก่อนเลือกลงทุน
แม้หุ้นกู้จะดูมั่นคงกว่าหุ้นสามัญ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงพื้นฐานที่เราต้องทำความเข้าใจถึง 3 ประเด็น ดังนี้
การลงทุนใน “หุ้นกู้” คือทางเลือกอัปเกรดผลตอบแทนที่ชาญฉลาด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการมองหาดอกเบี้ยที่สูงที่สุด แต่คือการเลือกประเภทหุ้นกู้ให้ตอบโจทย์และตรวจสอบอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) อย่างถี่ถ้วน
หากคัดสรรหุ้นกู้คุณภาพดีเข้าพอร์ตได้อย่างเหมาะสม การเป็น "เจ้าหนี้" ในบริษัทที่มั่นคงจะเปลี่ยนเงินออมให้กลายเป็นเครื่องจักรสร้างรายได้ที่แข็งแรง พร้อมขับเคลื่อนความมั่งคั่งให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหุ้นกู้
หุ้นกู้เหมาะกับคนวัยไหน และควรมีสัดส่วนเท่าไหร่ในพอร์ตการลงทุน?
หุ้นกู้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตได้ทุกช่วงวัย แต่สัดส่วนที่เหมาะสมจะแตกต่างกันตามอายุและเป้าหมาย
วัยเริ่มทำงาน (20-35 ปี) ควรจัดสรรให้หุ้นกู้อยู่ราว 10-20% ของพอร์ต เนื่องจากยังมีเวลาในการลงทุนอีกยาว ควรเน้นสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตสูงอย่างหุ้นเป็นหลัก และใช้หุ้นกู้เป็นตัวสร้างเสถียรภาพเล็กน้อย
วัยกลางคน (35-50 ปี) สัดส่วนหุ้นกู้ควรเพิ่มขึ้นเป็น 30-40% เพื่อเริ่มลดความผันผวนของพอร์ตและสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอมากขึ้น
วัยใกล้เกษียณและหลังเกษียณ (50 ปีขึ้นไป) หุ้นกู้ควรเป็นสัดส่วนหลักของพอร์ตราว 50-70% เพราะในช่วงนี้ต้องการความมั่นคงของเงินต้นและรายได้ประจำจากดอกเบี้ยมากกว่าการเติบโตของราคา
กฎง่าย ๆ ที่นักลงทุนหลายคนใช้คือ "สัดส่วนตราสารหนี้ ≈ อายุของคุณ" เช่น อายุ 40 ปี ก็ถือตราสารหนี้ (รวมหุ้นกู้) ประมาณ 40% แต่ไม่ใช่สูตรตายตัว ต้องปรับตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนด้วย
หุ้นกู้กับกองทุนรวมตราสารหนี้ ต่างกันอย่างไร มือใหม่ควรเริ่มจากแบบไหน?
ทั้งสองเป็นการลงทุนในตราสารหนี้เหมือนกัน แต่วิธีการและความเหมาะสมต่างกัน
ซื้อหุ้นกู้โดยตรง คุณเลือกบริษัทลูกหนี้เอง รู้แน่นอนว่าจะได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ และเงินต้นจะคืนเมื่อไหร่ ข้อดีคือผลตอบแทนมักสูงกว่าเพราะไม่มีค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ แต่ต้องใช้เงินลงทุนก้อนใหญ่ (50,000 - 100,000 บาทขึ้นไป) และความเสี่ยงกระจุกตัวอยู่ที่บริษัทเดียวหรือไม่กี่บริษัท
กองทุนรวมตราสารหนี้ มีผู้จัดการกองทุนคอยคัดเลือกหุ้นกู้และตราสารหนี้หลายรุ่นมารวมกัน ทำให้ได้การกระจายความเสี่ยงอัตโนมัติ เริ่มต้นได้ด้วยเงินน้อย (500 - 1,000 บาท) และมีสภาพคล่องสูงเพราะขายคืนได้ทุกวันทำการ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ และผลตอบแทนอาจไม่แน่นอนเท่าการถือหุ้นกู้จนครบกำหนด
สำหรับมือใหม่ กองทุนรวมตราสารหนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมกว่า เพราะใช้เงินน้อย ความเสี่ยงกระจายตัว และไม่ต้องมีความรู้ในการวิเคราะห์เครดิตด้วยตัวเอง เมื่อมีประสบการณ์และเงินทุนมากขึ้นจึงค่อยขยับมาซื้อหุ้นกู้โดยตรง
หุ้นกู้ดิจิทัล (Digital Bond) คืออะไร ต่างจากหุ้นกู้ปกติอย่างไร?
หุ้นกู้ดิจิทัลเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าถึงการลงทุนในหุ้นกู้ได้ง่ายขึ้น โดยมีหลักการเดียวกับหุ้นกู้แบบดั้งเดิมทุกประการ คือบริษัทเอกชนออกตราสารหนี้เพื่อระดมทุน มีดอกเบี้ยคงที่ และมีกำหนดไถ่ถอนชัดเจน
จุดที่แตกต่างคือ กระบวนการออกและจัดการ ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการบันทึกข้อมูลการถือครอง ทำให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ง่าย ที่สำคัญคือ จำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำต่ำกว่ามาก บางรุ่นเริ่มต้นเพียง 1,000 - 10,000 บาท เทียบกับหุ้นกู้ปกติที่มักเริ่มที่ 50,000 - 100,000 บาท
ช่องทางหลักที่คนไทยสามารถซื้อหุ้นกู้ดิจิทัลได้คือผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งถูกกำกับดูแลภายใต้กฎหมายเดียวกับหุ้นกู้ทั่วไป จึงมีความปลอดภัยในเชิงกฎระเบียบเท่าเทียมกัน
หุ้นกู้ดิจิทัลเหมาะกับมือใหม่ที่อยากทดลองลงทุนในหุ้นกู้ด้วยเงินจำนวนไม่มากก่อน เพื่อเรียนรู้กลไกและสร้างประสบการณ์