ปัจจุบัน และความฝัน สมการที่ปรับเปลี่ยนได้

แด่คนที่ไม่เคยมีความฝัน......

ความฝันของคุณคืออะไร  ฝันให้ไกลไปให้ถึง  เป้าหมายในอีก 3 ปี 5 ปี ข้างหน้าคืออะไร—ต้องคิดใหญ่ ฝันใหญ่ ตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต..  หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับประโยคเหล่านี้ และมันก็เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝัง เป็นสิ่งที่ใช้สอน ใช้ในการ motivate กันมายาวนาน ทั้งในรั้วสถาบันการศึกษา บริษัทใหญ่ น้อย  แม้กระทั่งการพร่ำสอนกันในครอบครัว ว่าการมีความฝันและการตั้งเป้าหมาย เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ...เราก็เป็นหนึ่งในอินฟินิตี้ของคนที่เชื่อในสิ่งนี้…..จนกระทั่งนั่งดูรายการทีวีญี่ปุ่นรายการหนึ่ง ทำให้เริ่มตั้งคำถามว่า “แล้วคนที่ไม่มีฝัน ไม่มีเป้าหมาย จะประสบความสำเร็จได้หรือ?”


รายการ “The Professionals” รายการสัญชาติญี่ปุ่น ช่อง NHK WORLD ที่ดูทุกตอน ดีทุกตอน  ได้คิดต่อ กระตุ้นต่อมคิดบวกทุกครั้ง  Professionals เป็นรายการ Documentary ที่นำเรื่องราวของคนที่เรียกว่าเป็น “เบอร์หนึ่ง” เป็นตัวแม่ ตัวพ่อ ในแต่ละอาชีพ แต่ละสายงานในญี่ปุ่น ไล่ไปตั้งแต่นายแบงก์ใหญ่โต  นักธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม นักแสดงคาบูกิ  ช่างทาแลคเกอร์  ไปจนพ่อค้าขายปลา เรียกว่าหลากหลายสาขาอาชีพไม่จำกัดว่าต้องเป็นอาชีพไฮโซโก้หรู ที่ประทับใจมากคือวิธีการเล่าเรื่องที่ลึก ทำให้เห็นวิธีการทำงาน วิธีการคิด การแก้ปัญหาและที่สำคัญคือความมุ่งมั่น passion ที่เจิดจรัสในการทำงานทุกเม็ด  โดยจะตามบันทึกภาพการทำงานจริง ลูกค้าจริง ลูกน้องจริง สถานการณ์จริง ปัญหาจริง โปรเจคจริงที่เหล่า Professional ต้องทำให้สำเร็จด้วยผลงานระดับ SUPER A+++  รวมทั้งมีการ flashback กลับไปดูที่มาที่ไปของชีวิต ประสบการณ์ที่หล่อหลอมก่อนที่จะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จกลายเป็นตัวแม่ ตัวพ่อในสายงานอย่างในปัจจุบัน

มีตอนหนึ่งที่ดูแล้วสะดุด มีหลายประโยคที่โดน ดูเสร็จแล้วเอากลับมาคิดต่อ เพราะมันมีความย้อนแย้งระหว่างความเชื่อเรื่อง ความฝัน การตั้งเป้าหมายกับความสำเร็จ  ”Walk in the Center of Sunny Street: Yoko Shibata, Brand Producer” เป็นตอนที่บอกเล่าถึงความเป็น “มืออาชีพ” ของโยโกะ ชิบาตะ นักสร้างแบรนด์ตัวแม่ เจ้าของบริษัท Yoko Shibata office บริษัทขนาดย่อมในชิบูย่า โตเกียว ที่ให้บริการและเป็นที่ปรึกษาด้านการทำแบรนด์ ไล่ไปตั้งแต่ Corporate Branding, Product Development, Retail Store Design  โดยได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชื่อดังในญี่ปุ่นมากมาย หลากหลายสาขา


“จินตนาการ” เป็นหนึ่งใน keyword ที่ชิบาตะเน้นย้ำในการทำงานของเธอ โปรเจคใหญ่ครั้งหนึ่งคือการ Redesign    คอฟฟี่ช็อปทุกสาขาของแบรนด์คอฟฟี่ช็อปแบรนด์หนึ่งในญี่ปุ่น เธอบอกกับลูกน้องของเธอที่มอบหมายให้ดูแลโปรเจคนี้ว่า เพราะงานที่เราทำเราต้องสร้างสิ่งใหม่ ประสบการณ์ใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น ยังไม่มีใครทำ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้”จินตนาการ”  จินตนาการว่าถ้าเราเป็นลูกค้าเราจะรู้สึกยังไง เราจะเห็นอะไร เราจะชอบมั้ย เราต้องเห็นภาพที่ชัดเจน และนำเสนอภาพนั้นได้ชัดเจนในเวลาที่เราต้องขายไอเดียให้กับลูกค้า (ผู้ว่าจ้าง) ลูกน้องของเธอต้องไปนั่งสังเกตที่คอฟฟี่ช็อปทั้งหน้าร้านและหลังร้าน ร่วมเดือน เสนอไอเดียกลับไปกลับมา จนสุดท้ายได้ดีไซน์ ฟังก์ชั่นและเหตุผลที่ชิบาตะยอมซื้อและพัฒนาลงในรายละเอียดเพื่อเสนอลูกค้าซึ่งกว่าเธอจะยอมให้ผ่านก็มีการปรับเปลี่ยนกันหลายรอบจนได้ไอเดียที่คิดว่าตอบโจทย์ที่สุดในทุกด้าน  ชิบาตะให้ลูกน้องพรีเซ็นต์งานสำคัญชิ้นนี้กับลูกค้าเอง เธอบอกกับลูกน้องว่า ต้องมั่นใจในไอเดียที่เสนอ ถ้าเราไม่มั่นใจลูกค้าก็จะไม่มั่นใจ ชิบาตะบอกกับรายการว่าเธออยากสนับสนุนให้ลูกน้องที่มีศักยภาพได้เติบโต โดยการมอบหมายโปรเจคสำคัญให้รับผิดชอบเองตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเธอทำหน้าที่เป็นแค่พี่เลี้ยงคอยให้คำปรึกษา


ชิบาตะเป็นคนที่ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น การรับโทรศัพท์ของลูกน้อง ไปจนถึงพรีเซนเทชั่นทุกชิ้นที่จะนำเสนอลูกค้า โดยเธอจะตรวจเองอย่างละเอียดทุกคำ ไม่มีอะไรเล็กน้อยเกินกว่าที่เธอยอมปล่อยผ่าน จนมีหลายครั้งที่เธอนั่งทำงานเกือบเช้าของวันรุ่งขึ้นที่ต้องไปนำเสนอลูกค้า แต่เมื่อปรากฏตัวตัวหน้าลูกค้าเธอยังดูสวยสดใส และมีพลัง ไม่มีร่องรอยของความอิดโรยให้ลูกค้าได้เห็น  ตอนที่นั่งดูก็คิดในใจว่าเธอคงโสดแน่นอน ทำงานหนักขนาดนี้ แต่ความจริงคือชิบาตะมีครอบครัวและเป็นคุณแม่ลูกสอง! 


เธอเล่าว่าสมัยที่เธอเริ่มทำงานใหม่ๆ ทำงานเป็นเลขา เธอได้รับการยอมรับจากทั้งเจ้านายและเพื่อนร่วมงานในความทุ่มเท ใส่ใจในทุกรายละเอียดในงานที่รับผิดชอบ แม้กระทั่งงานเล็กๆ อย่างการซื้อของขวัญให้ลูกค้า เธอเล่าว่าเธออยากให้ผู้รับมีความสุขกับของที่ได้ จะใช้จินตนาการว่าผู้รับเหมาะกับของแบบไหน จะรู้สึกยังไงเมื่อได้เห็นและได้ใช้ของขวัญชิ้นนั้น..เธอเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม จนในที่สุดหัวหน้าของเธอบอกว่าศักยภาพของเธอทำได้มากกว่าสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวันกับงานเลขา และให้เธอย้ายไปดูงาน Product Development ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้มาก่อน แต่เธอก็ไม่ลังเลที่จะรับโอกาสนั้นและคิดว่างานทุกอย่างสามารถเรียนรู้ได้ และตั้งใจ ทุ่มเททำงานที่ได้รับมอบหมายแต่ละชิ้นให้ดีที่สุด จนประสบการณ์ทั้งหมดนำมาซึ่งตัวเธอในทุกวันนี้ในฐานะ Brand Producer แถวหน้าของญี่ปุ่น!


ไคลแม็กซ์ของรายการ Professionals อยู่ที่คำถามที่ว่า “มืออาชีพ” คืออะไร What is a professional? แล้วมืออาชีพระดับตัวท็อปแต่ละคนจะเขียนนิยามของคำว่ามืออาชีพในมุมมองของตัวเองลงบนกระดาษ  ชิบาตะเจ้าแม่ Branding เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลเป็นไทยได้ว่า “โฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า” เธอเล่าต่อไปว่า ตั้งแต่เด็กมาเธอเป็นคนที่ไม่มีฝัน ไม่เคยฝันว่าตัวเองอยากเป็นอะไร จะทำอะไร ไม่ได้มีเป้าหมายอะไรในระยะยาว แต่สิ่งที่เป็นตัวเธอคือการทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด ทุกงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ว่างานนั้นคืออะไร จะยากจะง่ายก็ทุ่มเท ทำงานหนัก ใส่ใจในรายละเอียดโดยไม่ compromise  เพราะต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แล้วก็ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ กับงานใหม่ๆ ที่เข้ามา .....ใครจะเชื่อว่านักสร้างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะเป็นคนที่ไม่มี “ฝัน” แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่ามันเป็นไปได้จริง


ทำให้นึกถึงแก่นของพุทธศาสนาที่ว่า “ให้อยู่กับปัจจุบัน”  ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำตรงนี้ให้เต็มที่ เพราะปัจจุบันเป็นตัวชี้วัดอนาคต!ไม่มีความฝันที่ล่องลอยในระยะยาว แต่เต็มไปด้วยจินตนาการเพื่อออกแบบงานที่อยู่ตรงหน้า โดยมีความสุขของลูกค้าเป็นแกนกลางในการสร้างนวัตกรรม-- น่าจะเป็นการอธิบายวิธีการทำงานในแบบของ โยโกะ ชิบาตะ ไว้ได้ในประโยคสั้นๆ หนทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว จะมีฝันก็ได้ จะไม่มีฝันก็ไม่ผิด แล้วแต่จริตของแต่ละคน แต่สิ่งที่ Professional ทุกคนมีคือ ความตั้งใจ ความทุกเทกับงานที่อยู่ในมือ ฝันอาจจะไม่ไกล แต่ความสำเร็จที่น่าภูมิใจมาได้เช่นกัน


น่าเสียดายที่ The Professions ไม่มี video on demand ที่สามารถดูย้อนหลังได้ แต่สำหรับใครที่อยากดูรายการโทรทัศน์ดีๆ ที่ละเมียดละไมในการผลิต ดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจ ให้แง่คิดรายการนี้เป็นอีกรายการที่อยากแนะนำ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/tv/professionals/20190210/4003106/

 

 

ภาพจาก

https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/tv/professionals/20181216/4003104/