5 เรื่องที่มนุษย์เงินเดือนรุ่นพี่อยากฝากถึงรุ่นน้อง

ข้อดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่อาชีพอื่นต้องอิจฉาก็คือการมีรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนทุกเดือน คนกลุ่มนี้จึงสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้ง่าย หลายคนติดกับดักของรายได้ที่มาสม่ำเสมอนี้จนลืมคิดไปว่า “ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ”  รู้ตัวอีกทีก็อาจสายเกินแก้


นี่คือสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนกล่าวว่า “หากย้อนเวลากลับไปได้ พวกเขาอยากจะทำสิ่งนี้มากที่สุด”


1.เงินเดือนได้มา หักเข้าบัญชีเงินออมไว้ทุกเดือน

คนมีรายได้ทุกคน มีสิทธิ์ที่จะมีเงินเก็บ ขอเพียงแค่ออมก่อน เหลือค่อยใช้ จะออมเดือนละเท่าไหร่ไม่ว่ากัน ขอเพียงตั้งเป้าหมายให้ได้ว่าอยากมีเงินเก็บเท่าไหร่ในแต่ละปี จะช่วยให้มองเห็นภาพและวางแผนเก็บเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งเงินก้อนนี้ควรแยกต่างหากจากบัญชีเงินเดือน ห้ามนำมาลงทุน หรือใช้จ่ายเรื่องทั่วๆ ไปเด็ดขาด ยกเว้นมีเหตุฉุกเฉิน ร้ายแรงจำเป็นจริงๆ เท่านั้น


ข้อแนะนำคือ ควรเก็บไว้ในบัญชีเงินฝากประจำ เพราะเงินฝากประเภทนี้ ถ้าเราไม่ถอนออกมาใช้ เงินในบัญชีจะทำหน้าที่ออกดอก ออกผล เป็นดอกเบี้ยทบต้นให้เราไปเรื่อยๆ ฝากวนไปแบบนี้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ เผลอแป๊บเดียวก็มีเงินเก็บเป็นกอบเป็นกำแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้การเปิดบัญชีเงินฝากประจำใช้เวลารวดเร็วมาก แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็เปิดบัญชีได้แล้ว ไม่ต้องเตรียมเอกสารให้ยุ่งยากด้วย


รายละเอียดเงินฝากประจำที่กล่าวมานี้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.scb.co.th/th/personal-banking/deposits/fixed-deposit-account/fixed-deposit-account.html


2.ให้พ่อแม่ใช้ทุกเดือนด้วยนะ มันสำคัญพอ ๆ กับข้อแรก

รู้เก็บ ก็ต้องรู้ใช้ด้วย ดังนั้นเงินส่วนที่เหลือจากเงินเก็บในข้อแรกก็คือเงินที่ควรให้กับพ่อแม่ หรือผู้มีพระคุณใกล้ตัว ข้อนี้ขอไม่อธิบายเยอะ เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคน ไม่เฉพาะมนุษย์เงินเดือน ย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความสำคัญของเงินก้อนนี้อยู่แล้ว ยิ่งให้ ยิ่งได้นะ จะบอกให้ :)

3. อยากมีบัตรเครดิต เลือกเอาที่เหมาะ แค่ใบเดียวก่อน ช่วยวางแผนการใช้จ่ายได้ดีกว่า

ด้วยความที่มีรายได้เข้ามาทุกเดือน การทำบัตรเครดิตจึงไม่ใช่เรื่องยากของมนุษย์เงินเดือน ไม่ต้องไปร้องขอทำบัตร ก็มีคนโทรมาติดต่อเชิญชวนให้ทำบัตรเครดิตไม่เว้นแต่ละวันด้วยซ้ำ ก็อยู่ที่ว่าการมีบัตรเครดิตจะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นหรือไม่ เช่นปกติเราต้องจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตทุกเดือน ถ้าจ่ายผ่านบัตรเครดิตแล้วได้คะแนนสะสม เงินคืน หรือส่วนลด ก็ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ได้เพิ่มมา 


สำหรับคนที่เงินเดือนน้อย หรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน ถ้าจะมีบัตรเครดิตใบแรกควรมองหาแบบที่ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ อย่างบัตรเครดิต SCB JCB PLATINUM เหมาะมากสำหรับคนอยากมีบัตรเครดิต สามารถสมัครผ่าน SCB EASY App ได้ทันที เนื่องจากบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีหากมียอดใช้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ดังนั้นการมีบัตรเครดิตที่ฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพแค่ใบเดียวก่อนจะบริหารจัดการได้ง่าย สะสมแต้มแลกสิทธิประโยชน์ได้เต็มๆ ไม่ต้องเฉลี่ยไปให้กับบัตรอื่นๆ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าใช้ครบตามเงื่อนไขหรือยัง ไม่ต้องมาค่อยจำว่าบัตรใบไหนจะครบกำหนดจ่ายเมื่อไหร่ 


รายละเอียดบัตรเครดิต SCB JCB PLATINUM ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ สามารถดูข้อมูลได้ที่ https://www.scb.co.th/th/personal-banking/cards/credit-cards/all-cards/scb-jcb-platinum.html

4. อย่าเอาเงินออมมาลงทุน แต่ให้ลงทุนด้วยเงินที่เหลือจากการออม

การทำงานเพื่อหวังพึ่งเงินเดือนอย่างเดียวคงไม่ดีนัก เราควรสร้างรายได้จากแหล่งอื่นด้วย ซึ่งการลงทุนเป็นอีกช่องทางการหารายได้ที่เรียกว่า “การใช้เงินไปทำงาน”


สำหรับมือใหม่หัดลงทุน อยากให้เริ่มลงทุนผ่านกองทุนรวมก่อน เพราะมีผู้ชี่ยวชาญอย่างผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่บริหารกองทุนให้  โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) สามารถนำไปลดหย่อนภาษีปลายปีได้ด้วย ใช้เงินประมาณ 1,000 – 5,000 บาท ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้แล้ว


ผู้ที่จะลงทุนต้องทำแบบประเมินความเสี่ยงก่อน จะได้พอรู้ว่าตัวเองน่าจะเหมาะกับการลงทุนแบบไหน แต่ละกองทุนจะมีระดับความเสี่ยงต่างกันไป ผู้ลงทุนจึงต้องศึกษาเงื่อนไขและนโยบายการลงทุนจากหนังสือชี้ชวนให้เข้าใจก่อนตัดสินใจเลือกกองทุน 


เดี๋ยวนี้การลงทุนสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดบัญชีกองทุนตามสถาบันการเงินต่างๆ ที่เราสนใจอีกแล้ว เพราะที่สาขา SCB มีบริการเปิดบัญชีลงทุนแบบทันใจภายใน 9 นาที ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถเปิดบัญชีลงทุนได้ทั้งหุ้น และกองทุนรวมเด่นๆ ของสถาบันการเงินต่างๆ ได้เลย สะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องกรอกเอกสาร ใครจะเปิดบัญชีแล้วเริ่มลงทุนเลย หรือเปิดไว้ก่อนแล้วรอจับจังหวะการซื้อ-ขายทีหลังผ่าน SCB EASY App ก็ได้เหมือนกัน


5. ทำงานเพื่อให้ได้งานที่มีคุณค่า จะได้ทั้งงานและเงิน

คนที่ทำงานเพื่อเงิน สุดท้ายก็จะได้แค่เงิน จะดีกว่ามั้ยถ้าทำงานแล้วได้มากกว่าเงิน ได้ประสบการณ์  ได้ความไว้เนื้อเชื่อใจ ได้ความรักจากเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ได้เรียนรู้วิธีการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญได้แสดงให้ใครๆ เห็นคุณค่าของเรา ซึ่งสิ่งนี้จะอยู่ติดตัวเราแม้จะไม่ได้ทำงานในบริษัทเดิมแล้วก็ตาม มันจะทำให้มีคนนึกถึง อยากมอบโอกาสดีๆ ให้อยู่เสมอ ดังนั้นจงทำงานเพื่อให้ได้งานที่มีคุณค่า แล้วเราจะได้ทั้งเงินและงานที่ตามมาด้วยความสำเร็จ


ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกคน ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง