BUILK สตาร์ทอัพผู้ปฏิวัติธุรกิจก่อสร้างทั่วอาเซียน

การก่อสร้างเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ฟังดูแล้วห่างไกลกับธุรกิจสมัยใหม่อย่างสตาร์ทอัพอยู่พอสมควร แต่สำหรับคุณไผท ผดุงถิ่น ผู้ก่อตั้ง BUILK ONE Group สามารถเปลี่ยนแนวทางธุรกิจก่อสร้างที่เป็นมานานหลายสิบปีด้วยการใช้เทคโนโลยีบวกไอเดียสร้างสรรค์คิดค้นโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การควบคุมต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในจัดการโปรเจ็กต์ให้แก่ผู้รับเหมา ซึ่งความสำเร็จในการปฏิวัติธุรกิจก่อสร้างนี้ไม่ได้อยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังขยายไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนด้วย

builk-construction-1

Transformation is Journey

ในมุมมองของคุณไผท เป็นไปไม่ได้ที่ธุรกิจจะเปลี่ยนแปลงครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโลกของสตาร์ทอัพที่วิ่งซอยเท้าถี่ขึ้น เวลา 3  เดือนของสตาร์ทอัพเท่ากับ 1 ปีของธุรกิจ SME ทั่วไป ต้องมีการความตื่นตัวที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่มีใครมาบังคับให้เปลี่ยน แต่ผู้บริหารต้องรู้ด้วยตัวเอง ซึ่ง 3 สาเหตุหลักที่ต้องเปลี่ยนก็เพราะ 1) สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า 2) เพิ่มศักยภาพให้ทีมงาน (ด้วย AI/เทคโนโลยี) 3) พัฒนาต่อยอดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพราะอายุโมเดลธุรกิจเดิมสั้นลง


ที่สำคัญหัวใจสำคัญของการสตาร์ทอัพคือ Growth Mindset ที่มองความล้มเหลวเป็นโอกาสได้เติบโต การเปลี่ยนแปลงคือการได้ท้าทายตัวเอง เพราะเราอยู่โลกของปลาเร็วกินปลาช้า แม้เราจะคิดว่าปลาเล็กอย่างเราจะเร็วกว่าปลาใหญ่ แต่ความเป็นจริงแล้วโลกนี้มีปลาที่ทั้งเร็วและใหญ่ที่จะมากินทุกตัวหมด

Big Data ขุมทรัพย์ของโลกดิจิทัล

ด้วยการมาของยุคดิจิทัลที่แปลงข้อมูลทุกอย่างให้เชื่อมโยงกันด้วยพลังของเทคโนโลยี ทำให้ Big Data กลายขุมทรัพย์ใหม่จากองค์ประกอบ 4V ได้แก่

  • Volume : ปริมาณข้อมูลมากมายมหาศาล
  • Velocity : ความเร็วของข้อมูลที่สามารถ engage กับผู้คนได้แบบเรียลไทม์ เช่นข้อมูลบนโซเชียลมีเดียที่รู้ได้ว่าผู้คนทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ ผิดกับข้อมูลสำมะโนประชากรแบบอนาล็อกที่ยากที่จะใช้ engage กับผู้คนได้
  • Variety : ข้อมูลมีหลากหลายรูปแบบ ตัวหนังสือ ภาพ เสียง ฯลฯ
  • Veracity : ข้อมูลน่าเชื่อถือและสามารถใช้คาดการณ์ผลในอนาคตได้


ในมุมมองของคุณผดุง ธุรกิจสามารถนำ Big Data มาใช้ลดต้นทุน สามารถสร้างผลิตภัณฑ์/Business Model


ใหม่ๆ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันงานที่เกี่ยวกับข้อมูล คนในองค์กรใช้เวลา 80% ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้เวลา 20% ที่เหลือวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งมันไม่ควรเป็นเช่นนั้น คนเราควรจะใช้เวลา 80% วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ แล้วใช้เทคโนโลยีมาใช้ลดเวลาการทำงานเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นงานไม่เกิดผลผลิตทางเศรษฐกิจให้เหลือแค่ 20% ก็พอ นั่นคือเหตุผลว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กร สิ่งแรกที่ต้องทำคือ Digital Transformation โดยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่กลยุทธ์/วัฒนธรรมองค์กร ให้มีขั้นตอนการทำงานใหม่ๆ  ใช้เทคโนโลยีให้ถูกที่ถูกเวลา เน้นให้พนักงานลูกค้ามีส่วนร่วม โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นพื้นฐานการตัดสินใจ

เส้นทางหนึ่งทศวรรษของ BUILK ONE Group

BUILK ONE Group เปิดตัวเมื่อ 10 ปีที่แล้วนับเป็นสตาร์ทอัพรุ่นแรกๆ ของประเทศ จากแบ็คกราวน์การศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคโยธา ธุรกิจก่อสร้างจึงเป็นงานที่คุณไผทถนัดและคุ้นเคยซึ่งเขาก็มองว่าปัจจุบันเป็นจังหวะที่ดีของธุรกิจก่อสร้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีโปรเจ็กต์งานก่อสร้างเกิดขึ้นตลอดเวลา


อย่างไรก็ดี แต่ไหนแต่ไรมากระบวนการของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างถูกมองว่าทำงานด้อยประสิทธิภาพและความเสี่ยงสูงทางการเงิน ซึ่งมีที่มาจากข้อเสียของแต่ละองค์ประกอบในระบบซัพพลายเชน ตั้งแต่ บริษัทดีเวลลอปเปอร์  บริษัทรับเหมาก่อสร้าง ผู้รับเหมารายย่อย ผู้จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง จนถึงโรงงานผลิต  คุณไผทจึงใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์อย่าง ERP, SaaS ,Data Analytic และ Credit Score ในการแก้ไข Pain Point เหล่านี้ โดยแพล็ตฟอร์ม BUILK.com ที่เป็นโปรแกรมบริหารงานโปรเจ็กต์ก่อสร้างที่เปิดให้บริษัทผู้รับเหมามาใช้ได้ฟรี สามารถช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการรับเหมารายย่อยกว่า 25,000 รายที่มาใช้งานได้ถึง 2.6% ซึ่งสิ่งที่คุณผดุงได้จากแพล็ตฟอร์มนี้คือข้อมูลการก่อสร้างโครงการต่างๆ ทั่วประเทศ และได้นำมาพัฒนาต่อยอดสู่ YELLOW Smart Purchase ธุรกิจ B2B E-Commerce ขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์ โดยทำหน้าที่เป็นจัดซื้อกลางให้ผู้ประกอบการรับเหมาบนแพล็ตฟอร์ม โดยใช้ข้อได้เปรียบ Economy of Scale ต่อรองราคาโรงงานผลิตที่ดีกว่า

จาก BUILK.com คุณไผทได้ขยายไปสู่ JUBILI แพล็ตฟอร์มเชื่อมโยงร้านวัสดุก่อสร้างรายย่อย 80 ร้านใน 45 จังหวัดเพื่อจัดส่งสินค้าไปยังผู้รับเหมาที่ไซต์งานในราคาถูก นอกจากนั้นยังมี PLOY ระบบติดตามสถานการณ์ยื่นกู้อสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการใช้งานร่วมกันระหว่างดีเวลลอปเปอร์และธนาคารต่างๆ รวมถึง Kwanjai ระบบดูแลงานหลังการขาย/ช่วยจัดการระบบบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์หลายหมื่นแห่งทั่วประเทศ


แพล็ตฟอร์มทั้งหมดของ BUILK ONE Group ไม่ได้ใช้เพียงผู้รับเหมาในประเทศ แต่ยังเป็นที่นิยมใช้งานของผู้รับเหมาในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ธุรกิจก่อสร้างอย่างแท้จริง


ที่มา : งานสัมมนา  NIA-SCB International Business Enterprise “ลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย เสริมแกร่งธุรกิจ ด้วย Digital Platform” วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563