เทคนิคยื่นภาษี และ ลดหย่อนภาษี แบบง่ายด้วยตัวเอง

อีกไม่กี่เดือนจะสิ้นปี 2563 แล้ว เหลือเวลาไม่มากสำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำในการวางแผนลดหย่อนภาษีภาษี พร้อมทั้งใช้สิทธิประโยชน์จากค่าลดหย่อนที่ช่วยให้เสียภาษีน้อยลง หลายคนเข้าใจผิดว่า ยิ่งลดหย่อนภาษีไปเท่าไหร่ ก็จะเสียภาษีน้อยลงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงนั้นขึ้นอยู่กับเงินได้และอัตราภาษีเฉพาะบุคคลด้วย โดยปัจจุบันใช้อัตราก้าวหน้าในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปี 2563 กรมสรรพากรได้กำหนดรายการหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนภาษีต่างๆ ไว้ เพื่อลดภาระของยอดภาษีที่ต้องนำส่ง โดยแบ่งค่าลดหย่อนภาษีออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

 

กลุ่มที่ 1 ภาระส่วนตัวและครอบครัว

 

ภาระส่วนตัวและครอบครัว

อัตราค่าลดหย่อน

1

ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัว

60,000 บาท

2

ค่าลดหย่อนภาษีคู่สมรส กรณีไม่มีรายได้หรือยื่นร่วม

60,000 บาท

3

ค่าลดหย่อนภาษีบุตร

คนละ 30,000 บาท

4

ค่าลดหย่อนภาษีบิดามารดา

คนละ 30,000 บาท

5

ค่าลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูผู้พิการหรือคนทุพพลภาพ

คนละ 60,000 บาท

6

ค่าลดหย่อนภาษีฝากครรภ์และคลอดบุตร

ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 60,000 บาท

 

 

กลุ่มที่ 2 กลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการลงทุน

 

กลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และการลงทุน

อัตราค่าลดหย่อน

1

ประกันสังคม

ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 7,200 บาท

2

เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป / เงินฝากแบบมีประกันชีวิต

ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

3

เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง

ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท

*ข้อ 2 และ 3 รวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

4

เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่

ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

5

เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ

ลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

6

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
*เงื่อนไขคือต้องลงทุนต่อเนื่องถึงอายุ 55 ปี

ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

7

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน

ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท

8

เงินสะสมจากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

ไม่เกิน 13,200 บาท

9

กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)

ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

*ข้อ 5 - 9 รวมแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

10

กองทุนรวมเพื่อการออมพิเศษ (SSFX)

ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

 

กลุ่มที่ 3 ค่าลดหย่อนภาษีอสังหาริมทรัพย์
 

ค่าลดหย่อนภาษีอสังหาริมทรัพย์

อัตราค่าลดหย่อน

1

ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย

ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

2

โครงการบ้านหลังแรกปี 2559

ไม่เกิน 120,000 บาท

 

กลุ่มที่ 4 กลุ่มเงินบริจาค
 

กลุ่มเงินบริจาค

อัตราค่าลดหย่อน

1

เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา สนับสนุนการกีฬา เงินบริจาคเพื่อประโยชน์สาธารณะ และโรงพยาบาลรัฐ

ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

2

กลุ่มเงินบริจาคทั่วไป เช่น บริจาคเงินเพื่อสาธารณกุศล

ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อน

3

เงินบริจาคแก่พรรคการเมือง

สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

 

กลุ่มที่ 5 ค่าลดหย่อนภาษีตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
 

ค่าลดหย่อนภาษีตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

อัตราค่าลดหย่อน

1

โครงการช้อปดีมีคืน สำหรับค่าซื้อสินค้าหรือบริการในช่วงเวลา 23 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2563

ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท โดยได้รับเงินภาษีคืนตามระดับรายได้

2

ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต

ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง เมื่อมีเงินได้จากค่าเช่า ค่าวิชาชีพอิสระ หรือเงินได้การประกอบธุรกิจอื่นๆ

 

การคำนวณเงินภาษีที่ต้องจ่าย
 

รายได้ต่อปี - ค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท - ค่าลดหย่อนภาษี = เงินได้สุทธิเงินได้สุทธิ x อัตราภาษีแบบขั้นบันได


ตัวอย่าง
การคำนวณภาษี ของคนที่มีรายได้ต่อปี 360,000 บาท  

360,000 – 100,000 (ค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) – 60,000 (ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัว) – 7,200 (ประกันสังคม) = 192,800 (เงินได้สุทธิ) และจะต้องเสียภาษีจำนวน 2,140 บาท ตามวิธีการคำนวณภาษีแบบขั้นบันได

 

เงินได้สุทธิ

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้สุทธิ

416,000 บาท

การคำนวณภาษี

0 – 150,000

ได้รับการยกเว้นภาษี

จำนวน 150,000 แรก

ได้รับการยกเว้นภาษี

150,001 – 300,000

5%

150,001-192,800

42,800 x 5% = 2,140


ในกรณีเดียวกัน หากซื้อกองทุน SSF เป็นจำนวนเงิน 24,000 บาท จะมีเงินได้สุทธิเท่ากับ 168,800 บาท (360,000 – 100,000 – 60,000 – 7,200 – 24,000 = 168,800) และจะเสียภาษีจำนวน 940 บาท ตามวิธีคำนวณ ดังนี้
 

เงินได้สุทธิ

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้สุทธิ

364,610 บาท

การคำนวณภาษี

0 – 150,000

ได้รับการยกเว้นภาษี

จำนวน 150,000 แรก

ได้รับการยกเว้นภาษี

150,001 – 300,000

5%

150,001-300,000

18,800 x 5% = 940

ตัวอย่างดังกล่าว หากมีการใช้สิทธิประโยชน์จากค่าลดหย่อนภาษี จะสามารถเสียภาษีลดลง 1,200 บาท (2,140 - 940) ซึ่งถ้าหากยังต้องการเสียภาษีน้อยลงจากเดิมอีก อาจลองพิจารณาซื้อกองทุน SSF เพิ่มเติมจากเดิมเป็น 36,000 บาท ก็จะเสียภาษีลดลงเหลือเพียง 340 บาทเท่านั้น 

การจ่ายภาษี และการยื่นภาษีประจำปี

โดยปกติแล้ว นายจ้างจะหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ของพนักงานในแต่ละเดือนและนำส่งกรมสรรพากรให้ เมื่อครบปี นายจ้างจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือ 50 ทวิ คือ เอกสารแสดงยอดเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ได้หักไว้แล้วในปีภาษี และแสดงข้อมูลรายได้ว่าได้มาจากที่ใดและจำนวนเท่าไหร่บ้าง เป็นเอกสารที่ผู้มีเงินได้สามารถใช้เป็นหลักฐานในการยื่นแบบภาษีเงินได้ หรือ ภงด 90/91 ภายในสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไปจากปีภาษี สามารถยื่นแบบออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์ที่  กรมสรรพากร


นอกจากนี้ กรมสรรพากร ยังเอาใจมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีรายเสริมอื่นๆ ด้วยการเพิ่มช่องทางยื่นภาษีผ่านแอปที่สะดวก รวดเร็ว สุดๆ  สามารถยื่นภาษีได้ง่ายกว่าเดิม โดยมีขั้นตอนง่ายๆ  ดังนี้

เมื่อเข้าใจในเรื่องของภาษี หลักการคำนวณและการลดหย่อนภาษีมากขึ้น การวางแผนภาษีตั้งแต่ต้นปีเพื่อพิจารณารายการลดหย่อนภาษีที่เหมาะสมกับตัวเองและทยอยซื้อตามกำลังในแต่ละเดือน จะช่วยให้การบริหารภาษีได้อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้างความมั่นคงเพิ่มเติมในรูปแบบการออมเพื่ออนาคต การคุ้มครองความเสี่ยงในด้านชีวิตและสุขภาพ และการช่วยเหลือสังคมในรูปแบบการบริจาคอีกด้วย


หากอยากซื้อกองทุน SSF เพื่อลดหย่อนภาษีปลายปี สามารถซื้อได้ง่ายๆ ผ่าน SCB Easy App ได้ทุกที่ทุกเวลา โดย SCB มีกองทุน SSF ที่มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายให้เลือกตามความต้องการและระดับความเสี่ยงที่รับได้ และสามารถเลือกลงทุนได้ทันที ศึกษาข้อมูลกองทุน SSF ได้ที่นี่ และขั้นตอนการลงทุนง่ายๆ ผ่าน SCB Easy App ได้ที่นี่  อ่านขั้นตอนการซื้อกองทุนที่นี่

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง คนเริ่มทำงานลดหย่อนภาษีดีเหมือนมีเงินเก็บ

 

 

ขั้นตอนการเปิดบัญชีกองทุนบน SCB EASY App

1. เลือก “การลงทุน”

2. เลือก “กองทุนรวม”

3. เลือก “เปิดบัญชี”

4. ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวที่เคยให้ไว้กับธนาคารให้ครบถ้วน
- เลือก “เริ่มต้น”

5. ยืนยันเบอร์มือถือ เพื่อรับ OTP
- เลือก “ถัดไป”

6. รับผลการสมัครผ่าน Slip และ Email