ให้รางวัลตัวเองอย่างไรไม่ให้กระเป๋าฉีก

ไชโย! สอบผ่านแล้ว, เฮ! ฉันได้งานใหม่ล่ะ, โอ๊ย! เหนื่อยแทบตาย กว่าจะเข็นโปรเจคต์ผ่าน แต่ละช่วงของปี คนเราต่างต้องมีวาระสำคัญให้รู้สึกอย่างเฉลิมฉลองด้วยการให้รางวัลตัวเองอย่างงามๆ สักชิ้น ไม่ว่าจะสิ่งของล้ำค่า หรือประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เล็งมานาน แต่ที่ผ่านมามัวแต่เสียดาย เพราะไม่มีข้ออ้างดีพอให้จับจ่ายตามใจ ในเมื่อมอบของขวัญให้ตัวเองทั้งที ควรเลือกวิธีที่ไม่สร้างการบาดเจ็บ และกลายเป็นรางวัลมีพิษ เพราะต้องกระเป๋าฉีกในภายหลัง ทำได้ง่ายๆ ตามข้อแนะนำเหล่านี้


1. เล็งเป้าใหญ่และเตรียมแผนไว้คู่ขนาน

ตั้งเป้าควบคู่เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจล่วงหน้าเลย เช่น ถ้าฉันสอบวัดระดับครั้งนี้ผ่าน หรือทำงานชิ้นนั้นสำเร็จในอีก 3 เดือน จะซื้อของชิ้นนั้นเป็นรางวัลให้กับตัวเอง ขณะที่พยายามทำเป้าหมายนั้นอยู่ ก็เร่งเก็บออมเงินให้เพียงพอไว้เนิ่นๆ หมั่นเช็คราคาสินค้าบ่อยๆ จากแหล่งที่ต่างกัน เพื่อถึงเวลาซื้อจะได้สินค้าที่คุ้มค่า และยังถือเป็นกิมมิคสร้างขวัญกำลังใจคล้ายมัดจำด้วยสายตาไปก่อนว่า ของสิ่งนั้นจะต้องเป็นของเรา และเพิ่มความขยันทำเป้าหมายให้สำเร็จ


2. 
อดทนรอแล้ว ให้รออีกนิดถ้าคุ้มค่ากว่า

น่าเสียดายที่จังหวะที่เราต้องการเฉลิมฉลองให้กับตัวเองนั้น อาจมาตรงกับช่วงที่ตลาดเงียบเหงา ไร้วี่แววโปรโมชันน่าตื่นตาตื่นใจ ขอให้ยืดระยะความอดทนให้ยาวไว้อีกหน่อย แล้วปักหมุดรอช่วงเวลาทองไว้ดีๆ ด้วยการกดติดตามเพจร้านค้า สายการบิน หรือโรงแรมไว้ให้มั่น เมื่อถึงเวลาโปรโมชั่นค่อยจัดมาครองให้สะใจ และไม่โดนเพื่อนล้อว่าซื้อของแพงไปทำไม

reward-yourself-01

3. ใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาดอาจได้รางวัลเพิ่ม

หากตระเตรียมงบประมาณพร้อมสำหรับของขวัญตัวเองแล้ว ก่อนจะสั่งซื้อหรื อจ่ายเงินสดให้กับสินค้าชิ้นนั้น ลองดูว่าสามารถชำระเป็นบัตรเครดิตได้หรือไม่ ให้ศึกษาดูก่อนว่าร้านค้านั้นมีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตอะไรหรือเปล่า เช่น ในงานส่งเสริมการขายด้านท่องเที่ยว บรรดาโรงแรมมักจะจับมือกับธนาคารเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย เมื่อยอดซื้อถึงเป้า นอกจะได้ส่วนลดประเภท Cash Back แล้วบางครั้งยังมีของพรีเมียมติดไม้ติดมื้อ จากนั้นจึงนำเงินสดที่เตรียมไว้ไปชำระเต็มจำนวนกับบัตรเครดิต คว้าสะสมแต้มจากการใช้จ่ายเอามานอนกอด เอาไว้ซื้อของที่อยากได้ในราคาคุ้มค่าต่อๆ ไปอีก SCB มีบัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นดีๆ มากมาย เลือกบัตรที่ใช่สำหรับคุณ -คลิกที่นี่


4. 
ใช้รางวัลก้อนนั้นให้คุ้มค่า

จะหาของรางวัลทั้งที ถ้ามีตัวเลือกอยู่มากมายจนทำใจไม่ถูก ให้คัดเลือกเฉพาะสิ่งของที่มีแนวโน้มสร้างมูลค่าเพิ่มให้เราได้ดีกว่า เช่น หากจะชอปปิ้งกระเป๋า
แบรนด์เนมสักใบ เลือกในรุ่นที่เหล่านักสะสมต้องการครอบครองและราคาไม่ตก หรืออาจจะลงทุนซื้ออุปกรณ์เบเกอรีมาทำรับประทานเอง และอาจต่อยอดสร้างรายได้เสริม หากซื้อต้นไม้พันธุ์หายากแล้ว ลองเพาะขยายพันธุ์เองดูด้วยการหาวิธีในอินเทอร์เน็ตที่มีมากมาย อาจทำให้ของขวัญนั้นงอกเงยมูลค่าได้อย่างน่าชื่นใจ


5. 
มองหาของขวัญที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ

ใช้โอกาสพิเศษนี้ ในการปลดล็อกอะไรบางอย่าง แทนที่จะแลกเป็นของ แม้ว่าจะเร้าใจน้อยกว่าการครอบครองสินค้าราคาแพง แต่อาจส่งผลดีต่อสุขภาพการเงิน และดีต่อหัวใจมากกว่า เช่น ตั้งเป้าไว้ว่าจะจัดห้องใหม่ให้สดใสสะอาดตา หรือ เดินไปคุยกับเพื่อนที่ดีมากคนหนึ่งไม่ได้ติดต่อกันนานมากๆ ชวนไปรับประทานอาหารสักมื้อ หรืออ่านหนังสือกองพะเนินให้จบในวันหยุดสามวัน

 

อีกเป้าหมายหนึ่งที่เป็นรางวัลชั้นดีและควรทำอันดับต้นๆ คือ ให้รางวัลด้วยการปลดหนี้บางก้อนที่ค้างคาอยู่ให้ได้ เชื่อเถอะว่าถ้าเราตัวเบาเพราะปลอดภาระการเงินแล้ว ในอนาคตจะจับจ่ายซื้อหาอีกกี่สิบหรือร้อยอย่าง ก็ไม่ต้องค้างคาใจแน่นอน