PLANET SCB
เรทดี แลกเงินง่าย ใช้ได้ทั่วโลก
ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
เที่ยวฮ่องกงที่ไหนดี? อัปเดต 10 ที่เที่ยวฮ่องกงห้ามพลาด
สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ที่อยากจะลองออกไปเที่ยวนอกประเทศดูบ้าง “ฮ่องกง” เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน อีกครั้งยังมีการเดินทางคมนาคมที่สะดวกอีกด้วย โดยฮ่องกงนั้นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสิ่งใหม่ๆ ให้ค้นหาอยู่เสมอ ทั้งธรรมชาติที่สวยงาม เต็มไปด้วยทิวทัศน์ของภูเขาที่โอบล้อมเมือง ศูนย์การค้าที่มีความนำสมัย มีแบรนด์ระดับโลกมากมายให้ได้เลือกช้อปปิ้ง และอาหารการกินที่มีรสชาติถูกปากคนไทย เรียกได้ว่าสามารถไปเที่ยวได้โดยที่ไม่ต้องปรับตัวมากเลยทีเดียว
ด้วยสาเหตุเหล่านี้จึงทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมฮ่องกงจึงกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งประเทศไทยและทั่วโลก แล้วสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยไปเที่ยวฮ่องกงมาก่อนก็คงจะมีคำถามว่า “เราจะไปเที่ยวฮ่องกงที่ไหนดี?” วันนี้เราจึงอยากจะขอแนะนำแพลนเที่ยวฮ่องกง ปี 2026 ที่ไม่ควรพลาด เก็บครบทุกสายเที่ยว ถ้าพร้อมแล้วก็ไปสำรวจพร้อม ๆ กันเลย

15 ที่เที่ยวฮ่องกง 2026 ฉบับอัปเดตใหม่
ซึ่งก่อนที่จะไปเที่ยว สิ่งแรกที่ทุก ๆ คนควรทำเลยก็คือการเตรียมแพลนเที่ยวให้พร้อมก่อนการเดินทาง ซึ่งฮ่องกงมีที่เที่ยวหลายแห่งที่ควรเก็บให้ครบ ดังนี้

1.Victoria Peak (วิคตอเรียพีค)
สำหรับที่เที่ยวฮ่องกงแรกที่ต้องแนะนำก็คือ Victoria Peak ที่เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในฮ่องกง สามารถชมทั้งวิวอ่าววิคตอเรียและทั้งเมืองฮ่องกงได้แบบ 360 องศา ซึ่งบอกเลยว่าใครที่อยากไปเก็บผ้าบรรยากาศของทิวทัศน์เมืองฮ่องกงแบบสวยๆ นั้น แนะนำให้ไปตอนช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกดินทำให้เราได้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ ไปพร้อมกับการชมวิวเมืองฮ่องกงไปด้วยกัน นอกจากนี้การเดินทางขึ้นเขาด้วยการนั่งรถรางพีคแทรม (Peak Tram) หรือรถรางสีแดง จะช่วยให้เราได้บรรยากาศความสวยงามของวิวทิวทัศน์ระหว่างการเดินทางไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่จะทำให้เราได้ชมความงดงามของการแสดง Symphony of Lights อีกด้วย

2.Tsz Shan Monastery (วัดชีซาน)
จุดต่อมาเป็นที่เที่ยวในฮ่องกงที่เหมาะกับสายมูเป็นอย่างมาก เพราะที่วัดซีซานแห่งนี้ เป็นแหล่งประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ที่คนไทยมักจะเดินทางไปขอพรกัน ซึ่งนอกจากเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่สีขาวตั้งตระหง่านแล้ว บรรยากาศของวัดซีซานก็ดีมากๆ เพราะมีธรรมชาติสีเขียวโอบล้อมรอบ และมีการจำกัดจำนวนผู้มาเยือนในแต่ละวัน ทำให้บรรยากาศไม่แออัด สามารถถ่ายรูปได้ตามที่ต้องการ และที่สำคัญคือการเข้ามาเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ ต้องมีการจองคิวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

3.Causeway Bay (คอสเวย์เบย์)
ที่เที่ยวฮ่องกงในย่านศูนย์การค้ากลางเมืองอันแสนคึกคักของฮ่องกง ที่มีบรรดาห้างสรรพสินค้าที่เรียงรายกันจนสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น ห้าง Time Squares, ห้าง SOGO, ห้าง Hysan Place หรือ ห้าง Windsor House ไปจนถึงบรรดาร้านค้าตามตรอกซอกซอย และร้านอาหารชั้นเลิศที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ทุกคนต้องมาลองรับประทาน รวมถึงเก็บภาพความประทับใจกลับไปอีกด้วย เช่น คาเฟ่ Second Draft, ก๋วยเตี๋ยวรถเข็น WING KEE NOODLE, ร้านไอศกรีมแท่ง ISEE iSEE เป็นต้น

4.Nan Lian Garden (สวนหนานเหลียน)
เอาใจสายคนรักธรรมชาติและสถาปัตยกรรมด้วยฮ่องกงที่เที่ยวสไตล์สวนสาธารณะสไตล์จีนแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาไดมอนด์ เป็นส่วนที่มีเอกลักษณ์ในการจัดสวนแบบจีน มีความร่มรื่น มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย จึงแนะนำว่านอกจากการถ่ายรูปในบริเวณสวนแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมแบบจีนให้ทุกท่านได้ลองเข้าไปชมกันอย่าง วัดนางชีฉีหลินที่มีศาลาสีทองและสะพานสีแดงที่ถูกออกแบบและสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ตั้งอยู่ท่ามกลางสนามใบบัวที่แสนงดงาม

5.Hollywood Road (ฮอลลีวูด โรด)
ที่เที่ยวฮ่องกงย่านตึกเก่าในฮ่องกง ถนนเส้นเก่าแก่ที่มี Street Art ซ่อนอยู่ให้คุณได้ค้นหาตลอดทาง โดยหนึ่งในพิกัด Street Art ที่แนะนำว่าทุกคนควรไปถ่ายรูปให้ได้สักครั้งก็คือ สตรีทอาร์ตที่ Graham Street Mural (MTR Sheung Wan) ฝั่ง Central ซึ่งมีจุดถ่ายรูปเก๋ๆ เยอะแยะมากมายให้ได้เก็บภาพกัน แต่ต้องบอกว่าในวันหยุดนั้นอาจจะมีคนเยอะสักนิด แนะนำว่าให้ไปในวันธรรมดาที่คนไม่พลุกพล่านจะได้รูปตามที่ต้องการมากกว่า

6.Tsim Sha Tsui (จิมซาจุ่ย)
ฮ่องกงที่เที่ยว ย่านช้อปปิ้งที่เรียกได้ว่าดังที่สุดในฮ่องกง เป็นสถานที่ตั้งของร้านค้าแบรนด์เนม โรงแรม ตึกสำนักงาน ร้านค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่น และร้านอาหารของกินแบบ Street Food อีกมากมาย โดยจุดไฮไลท์สำคัญที่หลายคนต้องมากันก็คือห้างสรรพสินค้า The One ที่เต็มไปด้วยแบรนด์เนมหรูระดับโลก และ Harbour City ที่มีทั้งบาร์และร้านอาหารรอบๆ อ่าววิคตอเรีย จึงบอกได้เลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของความหรูหรามีระดับได้ที่นี่

7.Hong Kong Disneyland (ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์)
ที่เที่ยวฮ่องกงสวนสนุกระดับโลกในเครือดิสนีย์ ซึ่งมีการผสมผสานการจัดวางของสถานที่กับวัฒนธรรมจีน มีทั้งหมด 7 โซนคือ เมนสตรีท, สหรัฐ, แฟนตาซีแลนด์, แอดเวนเจอร์แลนด์, ทูมอร์โรว์แลนด์, กริซลีกัลช์, มิสติกพอยต์ และทอยสตอรี่แลนด์ รองรับความสนุกที่หลากหลายที่ทุกเพศทุกวัยสามารถมาเข้าร่วมได้ โดยนอกจากสวนสนุก 7 โซนที่กล่าวถึงแล้วที่นี่ยังมีร้านอาหารที่รังสรรค์เมนูออกมาในธีมดิสนีย์ และยังมีร้านขายของฝาก ที่คอคนรักดิสนีย์มักจะนิยมพรีออเดอร์สินค้ากัน

8.Ngong Ping 360 (กระเช้านองปิง 360)
ฮ่องกงที่เที่ยวนั่งชมวิวแบบพาโนรามาที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองตุงชุงและนองปิงบนเกาะลันเตา ประเทศฮ่องกง ซึ่งคุณจะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา บริเวณด้านบนยังเป็นที่ตั้งของวัดโป๋หลินที่มีอายุกว่า 115 ปี โดยได้รับแรงบันดาลใจทางด้านสถาปัตยกรรมมาจากราชวงศ์ซ่ง ส่วนใครที่ชื่นชอบการสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่นี่ยังมีหมู่บ้านชาวประมงไทโอ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “เวนิสแห่งฮ่องกง” อีกด้วย

9.K11 MUSEA (ห้างสรรพสินค้า K11 MUSEA)
ห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่บนใจกลางของท่าเรือวิคตอเรียและ Avenue of Stars เต็มไปด้วยธีมทัวร์, สวนธีมความยั่งยืนแห่งแรก, แบรนด์แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์ชื่อดังระดับโลก, ร้าน MoMA Design Store ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และร้าน Fortnum & Mason’s สาขาแรกนอกประเทศอังกฤษ ซึ่งจุดเด่นของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ที่ทำให้แตกต่างจากที่อื่นๆก็คือ เป็นห้างสรรพสินค้าที่ผสมผสานทางไลฟ์สไตล์และย่านการค้าเอาไว้ด้วยกัน ทำให้แม้แพลนเที่ยวฮ่องกงนี้จะไม่ได้มาเพื่อช้อปปิ้ งแต่ก็สามารถเที่ยวที่นี่ได้อย่างสนุก

10.West Kowloon (เกาลูนตะวันตก)
หรืออีกชื่อหนึ่งคือเขตวัฒนธรรมเกาลูนตะวันตก ที่เที่ยวฮ่องกงที่เป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมที่กำลังเติบโต ภายในเขตเต็มไปด้วยศูนย์การค้า ร้านอาหาร ร้านค้าบูทีค ศูนย์จัดแสดง ศูนย์นิทรรศการ และพื้นที่สีเขียวที่โอบล้อมสถานที่ ซึ่งจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับที่นี่ก็คือ พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง, พิพิธภัณฑ์ M+, Art Park, Freespace เป็นต้น ซึ่งบอกเลยว่าที่นี่มีจุดหมายปลายทางที่ค่อนข้างหลากหลายและครบครันมากๆ
11. Ocean Park (โอเชียนปาร์ค)
สวนสนุกคู่แข่งดิสนีย์แลนด์ที่หลายคนบอกว่าสนุกไม่แพ้กัน จุดเด่นคือการรวมสวนสนุกกับสวนสัตว์น้ำไว้ด้วยกัน มีทั้งแพนด้ายักษ์ อุโมงค์อะควาเรียม และเครื่องเล่นหวาดเสียวบนหน้าผาริมทะเลที่วิวสวยจนลืมกลัว แบ่งเป็นโซน Summit ด้านบนเขา กับโซน Waterfront ด้านล่าง เชื่อมกันด้วยกระเช้าลอยฟ้าและรถไฟใต้ดินจำลอง Ocean Express ซึ่งตัวการเดินทางเองก็เป็นไฮไลท์ไปแล้ว เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กเป็นพิเศษ
12. Victoria Harbour (อ่าววิคตอเรีย)
ถ้า Victoria Peak คือการมองฮ่องกงจากข้างบน อ่าววิคตอเรียก็คือการมองจากระดับสายตา และหลายคนบอกว่าประทับใจกว่าด้วยซ้ำ ไฮไลท์คือการแสดงแสงสีเสียง A Symphony of Lights ที่ยิงไฟจากตึกระฟ้าทั้งสองฝั่งอ่าวพร้อมกันทุกคืนเวลา 20.00 น. ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ดูฟรี แนะนำให้ไปปักหลักที่ Avenue of Stars ฝั่งจิมซาจุ่ยตั้งแต่ราว 19.30 น. เพราะคนจะเริ่มแน่น
อีกกิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการนั่งเรือ Star Ferry ข้ามฟากระหว่างจิมซาจุ่ยกับเซ็นทรัล เรือลำนี้วิ่งมาตั้งแต่ปี 1888 ค่าโดยสารแค่หลักไม่กี่เหรียญฮ่องกง แต่ได้วิวเต็มตาทั้งลำ คุ้มที่สุดในบรรดากิจกรรมทั้งหมดของเมืองนี้
13. Mong Kok (มงก๊ก)
อยากเห็นฮ่องกงในแบบที่คนท้องถิ่นใช้ชีวิตจริง ต้องมามงก๊ก ย่านนี้คือตลาดกลางคืนขนาดยักษ์ที่คึกคักที่สุดของเมือง ไฮไลท์คือ Ladies Market ถนนยาวกว่า 1 กิโลเมตรที่ขายเสื้อผ้า กระเป๋า ของที่ระลึก ของเล่น ในราคาต่อรองได้ (และควรต่อ เริ่มจากประมาณครึ่งหนึ่งของราคาที่บอกมาก่อนเลย)
รอบ ๆ ยังมีถนนเฉพาะทางอีกหลายสาย ทั้ง Sneaker Street ที่รวมร้านรองเท้ากีฬาไว้เกือบทั้งถนน Flower Market ตลาดดอกไม้ และ Goldfish Market ที่ขายปลาสวยงาม ส่วนเรื่องของกิน ที่นี่คือสวรรค์ของ Street Food ทั้งไข่นกกระทาย่าง ลูกชิ้นปลาแกงกะหรี่ และวาฟเฟิลไข่ที่ต้องลองสักครั้ง
14. Che Kung Temple (วัดแชกงหมิว)
วัดที่คนไทยรู้จักดีที่สุดในฮ่องกง และแทบจะเป็นหมุดบังคับของทัวร์สายมูทุกเจ้า จุดเด่นคือกังหันทองแดงสี่ใบพัดที่เชื่อกันว่าหมุนแล้วจะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี และหมุนดวงให้ดีขึ้น วิธีไหว้คือหมุนกังหันตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ แล้วตีกลองเบา ๆ เพื่อให้เทพเจ้าแชกงรับรู้
ช่วงที่คึกคักที่สุดคือเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะวันที่ 3 ของปีใหม่จีนที่คนฮ่องกงเชื่อว่าเป็นวันมงคลที่สุดในการมาไหว้ ถ้าไม่อยากเจอคนแน่นแนะนำให้เลี่ยงช่วงนั้น หรือไปตอนเช้าวันธรรมดาจะสบายกว่ามาก
15. Wong Tai Sin Temple (วัดหวังต้าเซียน)
อีกหนึ่งวัดขอพรยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องขออะไรก็มักจะได้ ตัววัดโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนสีแดงทองตัดกับหลังคากระเบื้องสีเหลือง สวยจนเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต สิ่งที่คนนิยมมาทำที่นี่คือการเสี่ยงเซียมซีแบบเขย่ากระบอก แล้วนำไปให้หมอดูที่ศาลาด้านข้างช่วยทำนาย ซึ่งมีบริการภาษาอังกฤษด้วย
ข้อดีคืออยู่ห่างจากสวนหนานเหลียนแค่ 1 สถานี MTR เท่านั้น จัดเที่ยว 2 ที่นี้ต่อกันในครึ่งวันได้สบาย ๆ
เที่ยวฮ่องกงต้องขอวีซ่าไหม ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
ข่าวดีสำหรับคนไทยคือไม่ต้องขอวีซ่า ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยเข้าฮ่องกงเพื่อการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า และพำนักได้สูงสุด 30 วัน ตามข้อมูลของกรมตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกง
สิ่งที่ต้องเตรียมมีไม่มาก แต่ขาดไม่ได้
กฎการเข้าเมืองปรับเปลี่ยนได้ตลอด ก่อนเดินทางทุกครั้งแนะนำให้เช็กกับเว็บไซต์กรมตรวจคนเข้าเมืองฮ่องกงอีกรอบเพื่อความชัวร์
ช่วงไหนเหมาะกับการเที่ยวฮ่องกงมากที่สุด?
ฮ่องกงเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าถามว่าช่วงไหนดีที่สุด คำตอบคือปลายปี
ช่วงเวลา | อากาศ | เหมาะกับ |
ตุลาคม – ธันวาคม | เย็นสบาย ฟ้าใส ประมาณ 18-26 องศา | ช่วงที่ดีที่สุดของปี เหมาะกับการเดินเที่ยวและถ่ายรูปวิว |
มกราคม – กุมภาพันธ์ | หนาว ประมาณ 12-18 องศา | เทศกาลตรุษจีน บรรยากาศคึกคัก แต่คนเยอะ และวัดแน่นมาก |
มีนาคม – พฤษภาคม | อุ่นขึ้น เริ่มมีความชื้นและหมอก | ราคาที่พักเริ่มลง แต่วิวจากยอดเขาอาจโดนหมอกบัง |
มิถุนายน – กันยายน | ร้อนชื้น ฝนชุก มีพายุไต้ฝุ่น | ตั๋วและโรงแรมถูกที่สุด เหมาะกับสายช้อปที่เน้นอยู่ในห้าง |
เดินทางในฮ่องกงยังไงให้สะดวก และประหยัดที่สุด?
ฮ่องกงเป็นเมืองที่ระบบขนส่งสาธารณะดีมากจนแทบไม่ต้องใช้แท็กซี่เลย ถ้าใช้เป็นจะประหยัดทั้งเงินและเวลาได้เยอะ
บัตร Octopus คืออะไร จำเป็นต้องมีไหม?
จำเป็นมาก และควรเป็นสิ่งแรกที่ซื้อทันทีที่ถึงสนามบิน Octopus คือบัตรเติมเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ฮ่องกงใช้มาตั้งแต่ปี 1997 แตะจ่ายได้ทั้ง MTR, Airport Express รถไฟฟ้ารางเบา รถเมล์ และเรือข้ามฟาก แถมยังใช้จ่ายตามร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และตู้ขายของอัตโนมัติได้อีกด้วย
พูดง่าย ๆ คือบัตรใบเดียวใช้ได้เกือบทั้งเมือง ไม่ต้องพกเหรียญ ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วทุกรอบ มีทั้งแบบผู้ใหญ่ เด็ก และผู้สูงอายุ ซื้อได้ที่เคาน์เตอร์สถานี MTR ทุกแห่งรวมถึงที่สนามบิน และเติมเงินได้ที่ตู้อัตโนมัติหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป
จากสนามบินเข้าเมืองไปยังไงดี?
มีอยู่ 3 ทางเลือกหลัก เลือกตามงบและจำนวนคนที่ไปด้วยกัน
แพลนเที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน จัดยังไงให้ครบ?
สำหรับทริปแรก 3 วัน 2 คืนถือว่ากำลังพอดี ได้เก็บแลนด์มาร์กหลักครบโดยไม่เหนื่อยเกินไป เราจัดเส้นทางให้แล้วโดยยึดหลักเที่ยวตามโซนเพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทางไปกลับ
วัน | ช่วงเช้า | ช่วงบ่าย | ช่วงเย็น |
วันที่ 1 (ฝั่งเกาลูน) | ถึงสนามบิน ซื้อบัตร Octopus เข้าที่พักย่านจิมซาจุ่ย | เดินเล่นจิมซาจุ่ย แวะ K11 MUSEA และ Avenue of Stars | ชม A Symphony of Lights เวลา 20.00 น. ต่อด้วยตลาดกลางคืนที่มงก๊ก |
วันที่ 2 (เกาะฮ่องกง) | นั่ง Star Ferry ข้ามฟาก ขึ้น Peak Tram ชมวิววิคตอเรียพีค | ลงมาเดินย่านเซ็นทรัลและฮอลลีวูดโรด เก็บภาพ Street Art | ช้อปปิ้งคอสเวย์เบย์ ปิดท้ายด้วยรถราง Ding Ding ชมเมือง |
วันที่ 3 (สายมู หรือ สวนสนุก) | สายมู ไหว้วัดแชกงหมิวหมุนกังหัน สายสนุก เข้าดิสนีย์แลนด์เต็มวัน | สายมู ต่อวัดหวังต้าเซียนและสวนหนานเหลียน | เก็บของฝากที่สนามบิน เดินทางกลับ |
ถ้ามีเวลา 4-5 วัน แนะนำให้เพิ่ม Ocean Park อีกหนึ่งวันเต็ม และเผื่ออีกครึ่งวันไว้เดินเล่นย่านเซ็นทรัลกับฮอลลีวูดโรดแบบไม่ต้องรีบ
ไปเที่ยวฮ่องกงต้องกินอะไรบ้าง?
จะเรียกว่าฮ่องกงเป็นเมืองหลวงของอาหารจีนกวางตุ้งก็ไม่ผิด และข้อดีคือรสชาติถูกปากคนไทยแทบทุกเมนู
เที่ยวฮ่องกงช้อปปิ้ง และซื้อของฝากที่ไหนดี?
แยกตามสไตล์การช้อปจะเลือกง่ายขึ้นเยอะ
ข้อควรรู้คือฮ่องกงเป็นเขตปลอดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าส่วนใหญ่ ราคาเครื่องสำอาง น้ำหอม และสินค้าแบรนด์เนมจึงมักถูกกว่าบ้านเราพอสมควร แต่อย่าลืมเช็กสิทธิ์ของนำเข้าปลอดภาษีตอนกลับเข้าไทยด้วย
ทั้งหมดนี้ก็เป็นสถานที่เที่ยวฮ่องกงที่ห้ามพลาด ซึ่งบอกเลยว่าบทความนี้เราไฮไลท์มาให้แบบค่อนข้างที่จะครบในทุกไลฟ์สไตล์แล้ว หากใครที่อยากเที่ยวที่ไหน ก็สามารถนำพิกัดรวมถึงเว็บไซต์ในการจองไปใช้ประกอบการวางแผนเที่ยวได้เลย และหวังว่าคุณจะมีประสบการณ์ที่ดีในการเที่ยวฮ่องกงนะ
เที่ยวฮ่องกงแบบสบายใจ การใช้จ่ายไม่มีสะดุดด้วยบัตรเครดิต PLANET SCB บัตรเดียวสามารถใช้เที่ยวได้ทั่วโลก เพราะไม่มีค่าความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศ 2.5% จะรูดช้อป แตะจ่าย หรือช้อปออนไลน์ ก็คุ้มทุกสกุลเงิน มีบัตร PLANET SCB เรทดี แลกเงินง่าย ใช้ได้ทั่วโลก สมัครผ่านแอป SCB EASY ได้เลย
ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด