ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
27-09-2564
หนึ่งในสินทรัพย์ที่เป็นสุดยอดปรารถนาของคนส่วนใหญ่ คือ ที่อยู่อาศัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่กว่าจะได้ที่อยู่อาศัยไม่ใช่เรื่องง่ายนักหากไม่ใส่ใจในการวางแผนซื้อ แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปที่จะครอบครอง
ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะเห็นโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม โฆษณาและจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม จนผู้ที่ต้องการซื้อไม่รู้ว่าจะเลือกจับจองโครงการไหนดี
หลายคนทนโปรโมชั่นดี ๆ ไม่ได้ จึงตัดสินใจโดยไม่ได้คำนึงถึงความพร้อมทางด้านการเงิน ถ้าหากมีความพร้อมก็รอดตัวไป แต่หากไม่พร้อมก็ต้องหาเงินมาผ่อนอีกหลายปีหรืออาจถึงขั้นต้องประกาศขาย
เนื่องจากที่อยู่อาศัยมีราคาสูง ทำให้ส่วนใหญ่จึงมักซื้อโดยอาศัยสินเชื่อจากสถาบันการเงินซึ่งเป็นภาระผูกพันในการผ่อนชำระในระยะยาว บางคนต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตกว่าจะได้ที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง บางคนมีโอกาสครอบครองที่อยู่อาศัยแต่กลับกลายเป็นสาเหตุที่นำมาซึ่งปัญหาทางการเงิน ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวที่จะตามมา จึงควรซื้อเมื่อพร้อมเป็นดีที่สุด
สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง ควรเริ่มจากการสำรวจสถานะการเงินของตัวเองว่าพร้อมแค่ไหน ด้วยสูตร “3 - 25 – 30”
อย่าซื้อเกิน 3 เท่า
ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งในการประเมินความสามารถทางการเงินก่อนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย คือ ราคาที่อยู่อาศัยที่จะซื้อ โดยหลัก ๆ แล้วไม่ควรซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูงเกิน 3 เท่าของรายได้ที่หามาได้ในแต่ละปี เช่น เงินเดือน 30,000 บาท ตกปีละ 360,000 บาท ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยไม่ควรซื้อเกิน 1,080,000 บาท
ควรมีเงินสด 25%
ทุกวันนี้ สังเกตเห็นว่าไม่ต้องมีเงินก็สามารถครอบครองที่อยู่อาศัยได้ไม่ว่าจะเป็นบ้าน บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม เพราะสถาบันการเงินให้กู้ซื้อได้เต็ม 100%
อย่างไรก็ตาม หากกู้เงินซื้อเต็ม 100% สิ่งที่ตามมาคือ ต้องใช้ระยะเวลาในการผ่อนยาวมากขึ้น หมายความว่า จะมีภาระดอกเบี้ยในระยะยาวตามไปด้วย ดังนั้น เพื่อลดภาระเงินต้นและดอกเบี้ย ควรมีเงินออมสักก้อนอย่างน้อย ๆ ประมาณ 25% ของราคาที่ตั้งใจว่าจะซื้อ
เช่น ถ้าต้องการซื้อที่อยู่อาศัย 1,080,000 บาท ควรมีเงินสดติดมืออย่างน้อย 270,000 บาท โดยเงินก้อนนี้จะนำไปเป็นเงินดาวน์ หมายความว่ากู้เงินแค่ 810,000 บาท ก็ประหยัดดอกเบี้ยได้ หรือแบ่งไปจ่ายค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตกแต่ง ซื้อข้าวของ หรือเป็นเงินเผื่อฉุกเฉิน เป็นต้น
ไม่ควรผ่อนเกิน 30% ของเงินเดือน
เพื่อให้สถานะการเงินในอนาคตมีความคล่องตัว เงินที่แบ่งไปผ่อนชำระไม่ควรเกิน 30% ของเงินเดือน เช่น เงินเดือน 30,000 บาท ไม่ควรผ่อนเกิน 9,000 บาทต่อเดือน
จากหลักเบื้องต้น สรุปว่าถ้ามีรายได้รวมต่อปี 360,000 บาท หรือ 30,000 บาทต่อเดือน ควรมองหาที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1,080,000 บาท และควรมีเงินออมก่อนซื้อประมาณ 270,000 บาท ที่สำคัญไม่ควรผ่อนชำระค่างวดเกิน 9,000 บาทต่อเดือน
ตัวอย่าง เงินเดือนและราคาบ้านที่ควรซื้อ
เงินเดือน | ราคาบ้านที่ควรซื้อ
| เงินสดที่ควรมี 25% | อัตราผ่อนบ้านที่เหมาะสม ไม่ควรเกิน 30% ของเงินเดือน |
20,000 | 720,000 | 180,000 | 6,000 |
30,000 | 1,080,000 | 270,000 | 9,000 |
40,000 | 1,440,000 | 360,000 | 12,000 |
50,000 | 1,800,000 | 450,000 | 15,000 |
60,000 | 2,160,000 | 540,000 | 18,000 |
70,000 | 2,520,000 | 630,000 | 21,000 |
80,000 | 2,880,000 | 720,000 | 24,000 |
90,000 | 3,240,000 | 810,000 | 27,000 |
100,000 | 3,600,000 | 900,000 | 30,000 |
นอกจากเงื่อนไขทั้ง 3 ข้างต้นแล้วยังต้องมีวินัยด้านการเงิน รู้จักซื้อที่อยู่อาศัยแบบสร้างรังแต่พอตัว สามารถรับผิดชอบทางการเงินเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น การวางแผนซื้อที่อยู่อาศัยต้องดูว่ามี “เงินออม” หรือไม่ จากนั้นดู “รายได้” พอที่จะขอกู้และ “ผ่อนชำระ” อย่างสบาย ๆ โดยไม่มีแรงกดดัน