ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
16-03-2569
การลงทุนในตลาดหุ้น อาจมีคนเคยได้ยินหรือรู้จักกับชื่อ NVDR กันมาบ้างแล้ว ซึ่ง NVDR คือสิ่งที่จะบ่งบอกได้ว่าหุ้นตัวนั้นน่าลงทุนหรือไม่ ด้วยเหตุผลเฉพาะของ NVDR ที่เราจะมาอธิบายให้เข้าใจเพิ่มเติมในบทความนี้ พร้อมกับอัปเดตกฎใหม่ในการถือหุ้น NVDR ที่เพิ่งออกมาในปี 2567 และแนะนำทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทยที่ถือหุ้น NVDR อยู่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการวางแผนลงทุนในอนาคต
NVDR คืออะไร?
NVDR คือ ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์จากหุ้นที่ออกโดยบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ โดย NVDR ย่อมาจาก Non-Voting Depository Receipt ซึ่งนั่นหมายความว่า การซื้อหุ้นที่มีการออกเอกสาร NVDR นักลงทุนจะมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์เหมือนกับการซื้อหุ้นทั่วไป เช่น เงินปันผล การจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน แต่จะไม่มีสิทธิ์ออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นนั่นเอง
NVDR มีไว้ทำอะไร?
เนื่องจาก NVDR คือใบแสดงสิทธิผลประโยชน์ แต่ไม่สามารถมีสิทธิ์ออกเสียงได้ หลายคนจึงอาจสงสัยว่าแล้ว NVDR มีไว้ทำอะไร หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย NVDR คือสิ่งที่จะเป็นทางลัดให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการมาลงทุนในประเทศไทย
โดยปกติแล้ว การถือครองหุ้นไทยของชาวต่างชาติในบางอุตสาหกรรมจะมีข้อจำกัดอยู่ที่ไม่เกิน 49% แต่เนื่องจากความต้องการของชาวต่างชาติในการถือครองหุ้นยังมีค่อนข้างสูง NVDR จึงได้เกิดขึ้นมาโดยบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เพื่อรองรับอุปสงค์ ให้ชาวต่างชาติเข้าถึงหุ้นไทยได้มากขึ้นโดยไม่นับรวมเป็นสัดส่วนของการถือครอง
อย่างไรก็ตาม การที่มี NVDR นั้น มีจุดประสงค์คือการเพิ่มสภาพคล่องในตลาด และเพื่อดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติให้มาลงทุนกับหุ้นไทยนั่นเอง
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด คือใคร?
บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด คือใคร ทำไมถึงมีสิทธิ์ในการออกใบแสดงสิทธิผลประโยชน์ให้กับชาวต่างชาติ? บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด (Thai NVDR Company Limited) เป็นบริษัทย่อยของ ตลท. หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ถือหุ้นแทนชาวต่างชาติที่ต้องการลงทุนเพิ่มในกระดานหุ้น แต่ไม่สามารถลงทุนได้เนื่องจากข้อจำกัดของการถือครองในชาวต่างชาติ โดยจะเป็นตัวกลางในการส่งมอบผลประโยชน์ที่จะได้รับให้กับนักลงทุนต่างชาติ แต่ก็จะไม่มีการออกเสียงใด ๆ ในมติการประชุมผู้ถือหุ้น
การที่บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นของชาวต่างชาตินั้น ก็จะทำให้นักลงทุนต่างชาติต้องการลงทุนมากขึ้น เพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นไทยมากขึ้น และเนื่องจากชาวต่างชาติไม่ต้องไปซื้อหุ้นในกระดาน Foreign Board ที่มีราคาสูงกว่าแล้ว ราคาหุ้นก็จะประเมินตามสภาพจริง ไม่เฟ้อ ทำให้นักลงทุนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
กฎใหม่ปี 2567 – คนไทยซื้อ NVDR เพิ่มไม่ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีกฎใหม่ในการซื้อหุ้น NVDR ที่เพิ่งอัปเดตปี 2567 สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจในหุ้นที่มี NVDR ควรทำความเข้าใจกฎและวิธีรับมือดังต่อไปนี้
กฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนแปลง
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป นักลงทุนไทยจะไม่สามารถซื้อหุ้น NVDR เพิ่มได้แล้ว ยกเว้นมีคำสั่งจากศาล ได้มาเป็นมรดก หรือมีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยจุดประสงค์ที่มีกฎยกเลิกการถือครอง NVDR ของคนไทยคือ เพื่อคงวัตถุประสงค์ในการลงทุนหุ้นของคนต่างชาติ
ใครบ้างที่ยังซื้อขาย NVDR ได้
สำหรับคนไทยที่ถือหุ้น NVDR อยู่ก่อนแล้ว หรือซื้อก่อนวันที่ 1 เมษายน 2567 ยังสามารถถือต่อได้ ไม่จำเป็นต้องขายทิ้งทันที แต่หลังจาก 1 เมษายน 2567 ไปแล้ว ผู้ที่ซื้อ NVDR ได้ จะถูกจำกัดแค่นักลงทุนต่างชาติเท่านั้น
แนวทางสำหรับคนไทยที่ถือ NVDR อยู่แล้ว
หากนักลงทุนไทยคนไหนที่ลงทุนกับหุ้น NVDR ไปแล้ว มีแนวทางในการจัดการหุ้น 3 แบบ ดังนี้
NVDR ทำงานอย่างไร มาดูกลไกการทำงานที่ต้องเข้าใจ
เนื่องจากชาวต่างชาติถูกจำกัดให้ถือครองหุ้นได้แค่ 49% ทำให้ไม่สามารถลงทุนเพิ่มได้ NVDR จึงถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเป็น ‘ตัวแทน’ ในการรับเงิน และส่งต่อผลประโยชน์ให้กับชาวต่างชาติ หรืออธิบายง่าย ๆ ก็คือ เมื่อมีการซื้อหุ้นที่ระบุไว้ว่าเป็นรูปแบบ NVDR บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จะเป็นผู้ถือหุ้นแทนนักลงทุนคนนั้น และมีการออกใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ให้กับนักลงทุน เมื่อมีการจ่ายเงินปันผล บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จะเป็นผู้รับเงินปันผลนั้น และทำการส่งต่อให้กับนักลงทุนต่อไป
โดยสามารถสรุปกลไกของการซื้อหุ้น NVDR ได้ดังนี้
นักลงทุนซื้อหุ้น NVDR —> บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เป็นผู้ถือหุ้นแทน —> ออกใบแสดงสิทธิประโยชน์ให้นักลงทุน —> เงินปันผลออก —> บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด มอบผลประโยชน์ให้นักลงทุน
ด้วยเหตุนี้ การที่ NVDR เป็นผู้ถือหุ้นแทนนักลงทุนชาวต่างชาติ สัดส่วนในการถือครองหุ้นของชาวต่างชาติจึงไม่เกิน 49% ตามที่กำหนดไว้ แต่ก็จะสามารถลงทุนหุ้นได้เพิ่มโดยมีบริษัทที่มีการรับรองอย่างถูกต้องถือหุ้นให้แทนนั่นเอง
ความแตกต่างระหว่าง NVDR กับหุ้นสามัญ
สำหรับความแตกต่างระหว่าง NVDR กับหุ้นสามัญสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
สิทธิที่เหมือนกัน
สิทธิที่แตกต่าง
ในส่วนของข้อแตกต่างคือ ผู้ถือหุ้น NVDR ไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และไม่สามารถเข้าร่วมตัดสินใจเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น เลือกกรรมการ หรืออนุมัติรายการได้
ข้อดีและข้อเสียของ NVDR มีอะไรบ้าง
มาดูข้อดีและข้อเสียของ NVDR มีอะไรบ้าง ดังนี้
ข้อดีของ NVDR
ข้อเสียของ NVDR
ทางเลือกการลงทุนอื่นสำหรับคนไทย
สำหรับคนไทยที่ต้องการลงทุน NVDR แต่ไม่สามารถลงทุนได้แล้วเนื่องจากกฎเกณฑ์ใหม่ อาจเลือกพิจารณาลงทุนจากตัวเลือกดังต่อไปนี้
กองทุนรวมหุ้นไทย
กองทุน ETF (Exchange Traded Fund)
กองทุน ETF จะมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่
กองทุน Thai ESG/Thai ESG
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน จะเป็นกองทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นที่มีความยั่งยืนตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถนำไปลดหย่อนได้สูงสุด 30% ไม่เกิน 300,000 บาท แต่มีเงื่อนไขคือต้องถือครองขั้นต่ำ 5 ปี นับจากวันลงทุน จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
โดยตัวอย่างกองทุน Thai ESG ได้แก่ SCBTM
สรุป: เกี่ยวกับ NVDR ในมุมมองนักลงทุนไทย
NVDR คือเครื่องมือที่จะช่วยให้ชาวต่างชาติสามารถลงทุนกับหุ้นไทยได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเพดานข้อจำกัด ดังนั้น ในมุมของนักลงทุนไทย NVDR จะช่วยให้รู้ถึงพฤติกรรมการลงทุนของชาวต่างชาติว่ากำลังเทเงินไปให้กับหุ้นตัวไหน หรือไหลออกจากหุ้นตัวไหนบ้าง ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องในตลาดสูง นักลงทุนไทยสามารถตัดสินใจซื้อหุ้นสามัญได้แม่นยำขึ้น และวางแผนคาดการณ์ทิศทางของหุ้นได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NVDR
ราคาหุ้น NVDR กับหุ้นสามัญเหมือนกันหรือไม่ ทำไมบางทีดูต่างกัน?
โดยทฤษฎีราคาควรเท่ากันเพราะได้รับผลประโยชน์ทางการเงินเหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงอาจต่างกันเล็กน้อยเพราะ 1) อุปสงค์-อุปทานต่างกัน ถ้าชาวต่างชาติต้องการซื้อเยอะ NVDR อาจแพงกว่าหุ้นสามัญเล็กน้อย 2) สภาพคล่องNVDR บางตัวซื้อขายน้อยกว่า Spread กว้างกว่า 3) จิตวิทยาตลาดนักลงทุนบางคนไม่ชอบ NVDR เพราะไม่มีสิทธิออกเสียง ทำให้ราคาถูกกว่าเล็กน้อย ส่วนต่างราคามักไม่เกิน 0.5-2% และจะปรับตัวเข้าหากันเมื่อมี Arbitrage Trader เข้ามาซื้อตัวถูกขายตัวแพง สำหรับนักลงทุนถ้าเห็นส่วนต่างมาก อาจเป็นโอกาสทำกำไร
ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย NVDR เท่ากับหุ้นสามัญหรือไม่?
เท่ากัน ไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมโบรกเกอร์คิดค่าคอมมิชชั่นเหมือนหุ้นสามัญทุกประการประมาณ 0.10-0.25% ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และแพ็กเกจที่ใช้ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ: 1) อากรแสตมป์0.1% (จ่ายฝ่ายขาย) 2) ค่าธรรมเนียม SET0.00354% (ซื้อ-ขาย) 3) ค่าคลียริ่ง0.00696% (ซื้อ-ขาย) การแปลง NVDR เป็นหุ้นสามัญไม่มีค่าธรรมเนียม ฟรี แต่ใช้เวลา 3-5 วันทำการ สรุป: ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซื้อขาย NVDR ไม่แพงกว่าหุ้นสามัญ
ถ้าถือ NVDR อยู่แล้ว แต่อยากได้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทำอย่างไร?
ต้องแปลง NVDR เป็นหุ้นสามัญก่อนโดยติดต่อโบรกเกอร์ที่เปิดบัญชีซื้อขายไว้
โดย:
1) แจ้งความประสงค์กับโบรกเกอร์
2) กรอกแบบฟอร์มแปลงสภาพ
3) รอ 3-5 วันทำการจนหุ้น NVDR เปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญ
ข้อควรรู้: การแปลงเป็นหุ้นสามัญไม่มีค่าธรรมเนียมแต่ต้องทำก่อนวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นจึงจะมีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมรอบนั้น และเมื่อแปลงแล้วไม่สามารถแปลงกลับเป็น NVDR ได้อีก
เหมาะกับ: นักลงทุนที่ถือหุ้นใหญ่และต้องการมีส่วนร่วมในการบริหารบริษัท