นโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ผู้มีอำนาจควบคุมดูแลธนาคาร

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ("ธนาคาร") มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 9 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 เป็นธนาคารที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 และจัดตั้งขึ้นในรูปบริษัทมหาชนจำกัดตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง ธนาคารเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ธนาคารจึงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ด้วย 

การเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน

ธนาคารเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของท่าน และธนาคารเข้าใจดีว่าท่านมีความประสงค์ที่จะได้รับความปลอดภัยสูงสุดในการทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ของธนาคาร ดังนั้น ธนาคารจะนำข้อมูลของท่านที่ธนาคารได้รับไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตจากท่านเท่านั้น และธนาคารจะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนจะป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลของท่านไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต 

ข้อมูลที่ธนาคารรวบรวมและเก็บรักษาไว้

ธนาคารจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ ใบหน้า เป็นต้น) ข้อมูลการทำธุรกรรม และ/หรือข้อมูลอื่นใด ไม่ว่าเป็นข้อมูลที่ท่านให้แก่ธนาคารโดยตรง หรือข้อมูลที่ธนาคารเก็บรวบรวมจากการที่ท่านทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการของธนาคารผ่านช่องทางสาขา เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน SCB Call Center และ/หรือช่องทางให้บริการอื่นใด หรือข้อมูลที่ธนาคารเก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นใดที่น่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานราชการ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร และ/หรือบริษัทพันธมิตรของธนาคาร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของท่านในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการกับธนาคาร เพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ท่าน เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และ/หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แก่ธนาคาร โดยธนาคารจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของธนาคาร

การใช้ข้อมูลของท่าน

ธนาคารจะใช้ข้อมูลของท่านเพื่อประกอบการทำธุรกรรมและ/หรือการใช้บริการของท่าน เพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ท่าน และ/หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แก่ธนาคาร ซึ่งรวมถึง เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล เสนอ ให้ ใช้ และ/หรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการใดๆ นอกจากนี้ ธนาคารอาจใช้ข้อมูลของท่านเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างธนาคารและท่าน และปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบของหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแล

การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก

ท่านมีสิทธิในความเป็นส่วนตัวในข้อมูลของท่าน และธนาคารจะเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก ในกรณีดังต่อไปนี้ 

 

  • การเปิดเผยข้อมูลให้แก่พนักงานผู้ที่ได้รับอนุญาตของธนาคารและบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคาร รวมถึงผู้สอบบัญชีหรือผู้ตรวจสอบภายนอกของธนาคาร สถาบันการเงิน และ/หรือบุคคลภายนอกที่ธนาคารเป็นคู่สัญญาหรือมีความสัมพันธ์ด้วย และ/หรือผู้ให้บริการ Cloud Computing ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
  • การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ท่านสามารถทำธุรกรรม และ/หรือใช้บริการที่ท่านประสงค์ได้
  • การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นการให้ข้อมูลแก่ Credit Bureau ที่ธนาคารเป็นสมาชิก
  • การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อการสอบสวนหรือการดำเนินการทางกฎหมาย
  • การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือตามคำสั่งของหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล
  • การเปิดเผยข้อมูลให้แก่บุคคลภายนอกที่ธนาคารได้รับความยินยอมจากท่านให้เปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลดังกล่าวได้

สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลของท่าน กรณีท่านใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัลกับธนาคาร

ท่านมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลของท่านที่อยู่ในความควบคุมดูแลของธนาคาร ดังต่อไปนี้ กรณีที่ท่านใช้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตนในรูปแบบดิจิทัลกับธนาคาร

 

  • สิทธิขอเข้าถึงข้อมูลของท่าน
  • สิทธิขอให้ธนาคารดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลของท่านเป็นปัจจุบัน
  • สิทธิขอให้ธนาคารดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลของท่าน เว้นแต่กรณีธนาคารต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว
  • สิทธิไม่อนุญาตให้ธนาคารนำข้อมูลของท่านไปประมวลผล เว้นแต่กรณีที่ธนาคารมีสิทธิประมวลผลข้อมูลของท่านต่อไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาระหว่างธนาคารและท่าน หรือโดยอาศัยสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายอื่น 

 

โปรดแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิของท่านผ่าน SCB Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 02-777-7777 และ/หรือช่องทางอื่นใดตามที่ธนาคารกำหนด (กรณีเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สามารถใช้สิทธิได้โดยบิดามารดาหรือผู้ปกครองแจ้งความประสงค์มายังธนาคารตามรายละเอียดข้างต้น) โดยธนาคารจะแจ้งผลการดำเนินการภายในระยะเวลาสามสิบวัน นับแต่วันที่ธนาคารได้รับการแจ้งความประสงค์ดังกล่าว หากธนาคารปฏิเสธคำขอข้างต้น ธนาคารจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

มาตรการและวิธีการรักษาความปลอดภัยโดยทั่วไป

ก) หมายเลขประจำตัวผู้ใช้บริการ (User ID) และรหัสลับส่วนตัว (Password)

ธนาคารมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของท่านโดยมิได้รับอนุญาต นอกเหนือจากกระบวนการปกติที่ใช้ในการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคารแล้ว ธนาคารไม่มีนโยบายที่จะติดต่อท่านเพื่อสอบถาม User ID, Password หมายเลขบัญชี หรือข้อมูลส่วนตัวใดๆ ของท่าน ดังนั้น หากท่านพบการกระทำดังกล่าว โปรดแจ้งธนาคารที่ SCB Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 02-777-7777 หรือ ติดต่อหน่วยงานของธนาคารที่ท่านใช้บริการอยู่

 

ท่านควรเก็บ User ID และ Password ไว้เป็นความลับอย่างดีที่สุด อย่าเขียนหรือบันทึกข้อมูลดังกล่าวบนสื่อใดๆ หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลใดๆ เพื่อความมั่นใจว่าท่านจะทราบข้อมูลเหล่านี้เพียงผู้เดียวเท่านั้น ธนาคารไม่มีและจะไม่มีนโยบายใดๆ ที่จะสอบถาม User ID และ Password ของท่าน หากท่านสงสัยว่า User ID และ/หรือPassword ของท่านอาจถูกเปิดเผยแก่บุคคลภายนอก หรือสูญหาย หรือถูกขโมย และได้มีการทำรายการโดยมิได้รับอนุญาต กรุณาแจ้งธนาคารทันที

 

ธนาคารจะทราบ User ID และ Corporate ID แต่ท่านจะทราบ Password ของท่านเพียงผู้เดียว ธนาคารได้ให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อให้มั่นใจได้ว่า Password ของท่านจะได้รับการป้องกันให้ปลอดภัยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ท่านควรตระหนักถึงและปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการดังต่อไปนี้เพื่อป้องกันและรักษาสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่านในการใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร

 

  • ไม่อนุญาตให้บุคคลใดๆ เห็น Password ของท่าน ขณะที่ท่านล็อกอินเข้าเว็บไซต์ของธนาคาร
  • พยายามจำ Password ของท่าน และไม่บันทึก Password ของท่านไว้ในที่ใดๆ
  • เปลี่ยน Password ของท่านเป็นประจำ และไม่นำ Password เดิมของท่านกลับมาใช้ใหม่
  • ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัวเป็น Password ของท่าน ซึ่งอาจทำให้สามารถคาดเดาได้ง่าย เช่น นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ หรือวันเกิด เป็นต้น
  • Password ต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 6 ตัวอักษร โดยอาจประกอบด้วยตัวเลข หรือตัวอักษรก็ได้ และไม่ควรเป็นคำที่อยู่ในพจนานุกรม
  • เปลี่ยน Password ของท่านทันทีที่ท่านสงสัยว่ามีบุคคลอื่นทราบ Password ของท่าน
  • ไม่อนุญาตให้บุคคลใดๆ เข้าระบบโดยใช้ User ID และ Password ของท่าน รวมทั้ง Corporate ID มิฉะนั้น ท่านจะต้องรับผิดชอบต่อธุรกรรมใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นจากการใช้ Corporate ID, User ID และ Password ดังกล่าว
  • ควรใช้ User ID, Corporate ID และ Password ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ส่วนตัวที่ท่านสามารถมั่นใจได้ว่าไม่มีการติดตั้งเครื่องมือ หรือซอฟต์แวร์ ที่จะสามารถเรียกคืนข้อมูลหรือเปิดเผย User ID, Corporate ID และ Password ดังกล่าว ให้แก่บุคคลอื่นได้
  • ไม่ควรใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ เช่น อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เนื่องจากอาจมีโปรแกรมบางอย่างที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ซึ่งสามารถดักจับและเรียกคืนข้อมูลที่สำคัญของท่านได้

 

ข) อุปกรณ์ Token (Token Device) และรหัส Token (Token Code)

อุปกรณ์ Token เป็นอุปกรณ์สำหรับสร้าง Password ที่ท่านสามารถใช้เข้าระบบได้เพียงครั้งเดียว (One Time Password) โดยก่อนที่ท่านจะใช้อุปกรณ์ Token ได้ท่านจะต้องทราบรหัส Token ก่อนเพื่อสร้าง Password ผ่านอุปกรณ์ Token

 

ลูกค้าประเภทองค์กรอาจได้รับอุปกรณ์ Token พร้อมรหัส Token เพื่อใช้สำหรับการเข้าระบบ และการทำธุรกรรมการเงิน โดยจะต้องใช้อุปกรณ์ Token และรหัส Token ร่วมกับการใช้ Corporate ID, User ID และ Password ของลูกค้าประเภทดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะเป็นผู้พิจารณาว่าลูกค้าประเภทองค์กรรายใดจะได้รับ อุปกรณ์ Token ดังกล่าวหรือไม่

 

สำหรับท่านที่ได้รับอุปกรณ์ Token และรหัส Token ในการเข้าระบบ ท่านควรตระหนักถึงและปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการดังต่อไปนี้ เพื่อป้องกันและรักษาสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน

 

  • ไม่อนุญาตให้บุคคลใดๆ เห็นรหัส Token ของท่าน ขณะที่ท่านใช้อุปกรณ์ Token เข้าระบบ
  • พยายามจำรหัส Token ของท่าน และไม่บันทึกรหัส Token ของท่านไว้ในที่ใดๆ
  • เปลี่ยนรหัส Token ของท่านเป็นประจำ และไม่นำรหัส Token เดิมของท่านกลับมาใช้ใหม่
  • ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัวเป็นรหัส Token ของท่าน ซึ่งอาจทำให้สามารถคาดเดาได้ง่าย เช่น หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัว หรือ วันเกิด เป็นต้น
  • เปลี่ยนรหัส Token ของท่านทันทีที่ท่านสงสัยว่ามีบุคคลอื่นทราบรหัส Token ของท่าน
  • ไม่อนุญาตให้บุคคลใดๆ ใช้อุปกรณ์ Token และรหัส Token ของท่าน มิฉะนั้น ท่านจะต้องรับผิดชอบต่อธุรกรรมใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นจากการใช้อุปกรณ์ Token และรหัส Token ดังกล่าว
  • ควรเก็บรักษาอุปกรณ์ Token ของท่านไว้ในที่ปลอดภัย ซึ่งบุคคลอื่นใดไม่สามารถขโมยหรือล่วงรู้ได้

 

เทคโนโลยีเสริมสำหรับการรักษาความปลอดภัย

นอกจากมาตรการและวิธีการรักษาความปลอดภัยโดยทั่วไปที่กล่าวข้างต้นแล้ว ธนาคารยังใช้เทคโนโลยีระดับสูงดังต่อไปนี้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของท่าน

 

  • Intrusion Detection เป็นระบบซอฟท์แวร์ที่ใช้ตรวจสอบและดักจับการลักลอบเข้าระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งธนาคารใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีการ Update อย่างสม่ำเสมอ
  • Firewall เป็นระบบซอฟท์แวร์ที่จะอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ได้รับสิทธิจากธนาคารเท่านั้นในการเข้าถึงข้อมูล โดยธนาคารใช้ระบบ Double Firewall Protection
  • Scan Virus นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องของธนาคารที่ให้บริการจะมีการติดตั้งซอฟท์แวร์ป้องกัน Virus ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งมีการ Update อย่างสม่ำเสมอแล้ว ธนาคารยังได้ติดตั้ง Scan Virus Software บนเครื่อง Server โดยเฉพาะอีกด้วย
  • Secured Socket Layer (SSL.) เป็นเทคโนโลยีการเข้ารหัสสำหรับการเข้าถึงข้อมูล เพื่อป้องกันการแอบดักจับข้อมูลขณะที่มีการส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ผู้ที่ต้องการดักจับข้อมูลไม่สามารถเข้าใจความหมายของข้อมูลที่ดักจับไปได้ นอกจากนี้ เทคโนโลยีนี้ยังใช้สำหรับการยืนยันความมีอยู่จริงของเว็บไซต์ของธนาคารได้อีกด้วย ธนาคารใช้ 128 Bits SSL (SSL.128) สำหรับการส่งข้อมูล
  • Data Encryption ใช้สำหรับข้อมูลที่มีความสำคัญมากๆ เช่น Password ซึ่งธนาคารมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ของธนาคาร จะมีการเข้ารหัสโดยใช้ Algorithm ที่ซับซ้อน ทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถรู้ข้อมูลสำคัญดังกล่าวได้ แม้แต่พนักงานของธนาคาร
  • Cookies เป็นไฟล์คอมพิวเตอร์เล็กๆ ที่จะเก็บข้อมูลที่จำเป็นในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านไว้ชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร ธนาคารตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวของท่านเป็นอย่างดี จึงหลีกเลี่ยงการใช้ Cookies อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องใช้ Cookies ธนาคารจะพิจารณาอย่างรอบคอบ และตระหนักถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของท่านเป็นลำดับแรก
  • Auto Log off ท่านควรออกจากระบบ (Log off) ทุกครั้ง หลังจากท่านได้ทำธุรกรรมผ่านบริการของธนาคารเสร็จสิ้นแล้ว กรณีที่ท่านลืมออกจากระบบ (Log off) ระบบจะทำการ Log off ให้โดยอัตโนมัติภายในเวลาที่เหมาะสมสำหรับการใช้บริการ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง

 

คำแนะนำเรื่องความปลอดภัย

แม้ว่าธนาคารจะมีมาตรฐานเทคโนโลยีและวิธีการทางด้านการรักษาความปลอดภัยอย่างสูง เพื่อป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลที่เป็นความลับของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่กล่าวข้างต้นแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นที่ทราบกันอยู่โดยทั่วไปว่า ปัจจุบันนี้ยังไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยใดๆ ที่จะสามารถปกป้องข้อมูลของท่านได้อย่างเด็ดขาดจากการถูกจู่โจมโดยไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือถูกเข้าถึงโดยบุคคลที่ปราศจากอำนาจได้ ดังนั้น ท่านจึงควรปฏิบัติตามมาตรการและวิธีการดังต่อไปนี้

 

  • ระมัดระวังในการดาวน์โหลดซอฟท์แวร์ที่ให้ใช้งานได้ฟรี (freeware) ผ่านอินเทอร์เน็ต และควรตรวจสอบที่อยู่ของเว็บไซต์ให้ถูกต้องก่อนล็อกอินเข้าใช้บริการเพื่อป้องกันการเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปลอมแปลง
  • ควรติดตั้งซอฟท์แวร์ตรวจสอบไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของท่านและควร update อย่างสม่ำเสมอ
  • ติดตั้งซอฟท์แวร์ประเภท personal firewall เพื่อป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากการจู่โจมของผู้ไม่ประสงค์ดี เช่น Cracker หรือ Hacker
  • ควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ
  • ควรตรวจสอบสถานะทางการเงินอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัย เช่น ยอดเงินคงเหลือ วันที่ทำรายการ เป็นต้น
  • ควรลงชื่อออกจากระบบ (sign off) หลังจากทำธุรกรรมเสร็จสิ้นแล้ว และไม่ควรละทิ้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ขณะกำลังทำธุรกรรม
  • เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล สถานะทางการเงิน หรือหมายเลขบัตรเครดิตไว้เป็นความลับ ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ควรถูกเปิดเผยบนเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับรองโดยผู้ให้บริการทางด้านความปลอดภัยอินเตอร์เน็ตที่ไว้ใจได้ (a trusted Internet security solution provider) และ
  • หลีกเลี่ยงการเปิดอีเมลขยะ (junk mail)

 

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ท่านสามารถตรวจสอบนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของธนาคารฉบับล่าสุดได้ในหน้าเว็บไซต์นี้ ทั้งนี้ ธนาคารขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของธนาคารได้ทุกเมื่อ และธนาคารจะแจ้งให้ท่านทราบโดยเร็วหากธนาคารมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในสาระสำคัญที่กระทบสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน

 

การติดต่อสื่อสารกับธนาคาร

กรณีท่านต้องการความช่วยเหลือจากธนาคาร ไม่ว่าในกรณีเกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติม ความผิดพลาด ข้อสงสัยของการเคลื่อนไหวบัญชีหรือธุรกรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่าน ท่านจะต้องแจ้งธนาคารโดยการติดต่อ SCB Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 02-777-7777 หรือส่งหนังสือมายังแผนกที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ท่านจะต้องแจ้งรายละเอียดดังต่อไปนี้ให้แก่ธนาคาร

 

  • ชื่อและหมายเลขบัญชีของท่าน
  • จำนวนที่ผิดพลาดโดยประมาณ
  • ประเภทของธุรกรรมหรือกิจกรรม รวมทั้งวันและเวลาของเหตุการณ์ดังกล่าว
  • รายละเอียดของความผิดพลาดและหมายเลขอ้างอิง (reference code) (ถ้ามี) และ
  • ชื่อและที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ รวมทั้ง Email Address (ถ้ามี)

 

หลังจากธนาคารได้รับข้อมูลความผิดพลาดหรือกิจกรรมที่ผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้นตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ธนาคารจะดำเนินการตรวจสอบความผิดพลาดหรือความผิดปกติดังกล่าวโดยทันที และแจ้งท่านให้ทราบผลการตรวจสอบดังกล่าวโดยเร็ว