แคมเปญพิเศษเพื่อธุรกิจ

สินเชื่อฟื้นฟู Soft Loan

วงเงินสินเชื่อเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

สินเชื่อฟื้นฟู Soft Loan


วงเงินสินเชื่อเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจ SME
ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

*หมายเหตุ:  

ระยะเวลาการผ่อน  : ผ่อนยาวสูงสุด 10 ปี   

อัตราดอกเบี้ย

-  Fixed rate 2% 2 ปีแรก (รัฐโดยกระทรวงการคลังช่วยสนันสนุน 6 เดือนแรก)

-  อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปี ไม่เกิน 5% ต่อปี

-  ไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้สินเชื่อ

-  ค่าธรรมเนียม บสย. สูงสุด  1.75% ต่อปี (รัฐออกค่าธรรมเนียมแทนตลอดสัญญาไม่เกิน 3.5%)

การค้ำประกัน

-  บสย. ช่วยค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ

-  ค่าธรรมเนียม บสย.สูงสุด 1.75% ต่อปี (รัฐชดเชยค่าธรรมเนียมตลอดอายุสัญญาไม่เกิน 3.5%)

ระยะเวลาโครงการ วันที่ 21 เมษายน 2564 – 21 เมษายน 2566 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด กรณีมีการเปลี่ยนแปลงธนาคารจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

*หมายเหตุ:  

ระยะเวลาการผ่อน  : ผ่อนยาวสูงสุด 10 ปี   

อัตราดอกเบี้ย

-  Fixed rate 2% 2 ปีแรก (รัฐโดยกระทรวงการคลังช่วยสนันสนุน 6 เดือนแรก)

-  อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปี ไม่เกิน 5% ต่อปี

-  ไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้สินเชื่อ

-  ค่าธรรมเนียม บสย. สูงสุด  1.75% ต่อปี (รัฐออกค่าธรรมเนียมแทนตลอดสัญญาไม่เกิน 3.5%)

การค้ำประกัน

-  บสย. ช่วยค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ

-  ค่าธรรมเนียม บสย.สูงสุด 1.75% ต่อปี (รัฐชดเชยค่าธรรมเนียมตลอดอายุสัญญาไม่เกิน 3.5%)

ระยะเวลาโครงการ วันที่ 21 เมษายน 2564 – 21 เมษายน 2566 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด กรณีมีการเปลี่ยนแปลงธนาคารจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

พร้อมสมัครหรือยัง?

สมัครง่ายๆ เพียงมีคุณสมบัติดังนี้

ลูกค้าเดิมของธนาคาร

  • ลูกหนี้เดิม วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ลบ. (ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 )
  • ขอสินเชื่อได้สูงสุด 30% ของวงเงินสินเชื่อเดิม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่ว่ายอดเงินใดจะสูงกว่า หักด้วยวงเงิน Softloan (ที่เคยได้รับตาม พรก.ช่วยเหลือปี 2563) แต่ต้องไม่เกิน 150 ล้านบาท
     

ลูกค้าใหม่ของธนาคาร

  • ลูกหนี้ใหม่ ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564
  • ขอสินเชื่อได้สูงสุด 20 ล้านบาท นับรวมทุกวงเงินทุกสถาบันการเงิน

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินแห่งใด (ไม่รวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค : วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต วงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และวงเงินสินเชื่อเช่าซื้อ เว้นแต่เป็นวงเงินสินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์ใช้ในการประกอบธุรกิจ)
  • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ดทะเบียนในประเทศไทย มีสถานประกอบการในประเทศ
  • ณ 31 ธันวาคม 2562 ลูกค้าต้องไม่เป็น NPL
  • ไม่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
  • ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน
  • ไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเงินสินเชื่อมาชำระหนี้เดิมที่มีอยู่กับสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืม

พร้อมสมัครหรือยัง?

สมัครง่ายๆ เพียงมีคุณสมบัติดังนี้

ลูกค้าเดิมของธนาคาร

  • ลูกหนี้เดิม วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ลบ. (ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 )
  • ขอสินเชื่อได้สูงสุด 30% ของวงเงินสินเชื่อเดิม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่ว่ายอดเงินใดจะสูงกว่า หักด้วยวงเงิน Softloan (ที่เคยได้รับตาม พรก.ช่วยเหลือปี 2563) แต่ต้องไม่เกิน 150 ล้านบาท

 

ลูกค้าใหม่ของธนาคาร

  • ลูกหนี้ใหม่ ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564
  • ขอสินเชื่อได้สูงสุด 20 ล้านบาท นับรวมทุกวงเงินทุกสถาบันการเงิน
     

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย

  • ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินแต่ละแห่งไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินแห่งใด (ไม่รวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค : วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ วงเงินสินเชื่อบัตรเครดิต วงเงินสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และวงเงินสินเชื่อเช่าซื้อ เว้นแต่เป็นวงเงินสินเชื่อที่มีวัตถุประสงค์ใช้ในการประกอบธุรกิจ)
  • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ดทะเบียนในประเทศไทย มีสถานประกอบการในประเทศ
  • ณ 31 ธันวาคม 2562 ลูกค้าต้องไม่เป็น NPL
  • ไม่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
  • ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน
  • ไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเงินสินเชื่อมาชำระหนี้เดิมที่มีอยู่กับสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืม

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร

 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร คู่สมรสผู้สมัคร ผู้ค้ำประกัน เจ้าของหลักประกัน
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร คู่สมรสผู้สมัคร ผู้ค้ำประกัน เจ้าของประกัน
  • สำเนาทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญหย่า ใบมรณะบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุลของผู้สมัคร คู่สมรสผู้สมัคร ผู้ค้ำประกัน เจ้าของหลักประกัน (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนการค้า และ / หรือ เอกสารทางราชการอื่น ๆ
  • สำเนาเอกสารสิทธิ์หลักประกัน
  • หนังสือรับรองบริษัท ซึ่งออกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ฉบับล่าสุด) ไม่เกิน 1 เดือน
  • สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ ไม่เกิน 1 เดือน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ถือหุ้น / กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม / ผู้ค้ำประกัน / ผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี)
  • งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ย้อนหลัง 4 ปี
  • เอกสารสรุปรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ของธนาคารหลัก ที่ใช้บริการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน

ประเด็นสำคัญ

 

1.มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูในรอบนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาอย่างไร

ตอบ มาตรการในรอบนี้มีการปรับหลักการในหลายส่วนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจ SME มากขึ้น ได้แก่

- มาตรการครั้งนี้ให้ลูกค้าใหม่สามารถขอวงเงินสินเชื่อนี้ได้ โดยให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด ไม่เกิน 20 ล้านบาท

- ขยายวงเงินสินเชื่อให้สูงขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนในธุรกิจ โดยมาตรการเดิมให้วงเงินไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงเหลือ ณ 31 ธันวาคม 2562 แต่มาตรการใหม่นี้ ขยายวงเงินถึงสูงสุด 30% ของวงเงินสินเชื่อ ณ 31 ธันวาคม 2562 หรือ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยให้วงเงินไม่เกิน 150 ล้านบาท

- มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนให้เหมาะสมและเอื้อต่อการฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบการมากขึ้น โดยให้ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรกของสัญญา ซึ่งรัฐช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก และกำหนดให้มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 5% ต่อปีตลอดสัญญา

 

2.มาตรการนี้มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจ SME อย่างไรบ้าง

ตอบ มาตรการนี้มีขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งทุนได้มากขึ้น วงเงินที่ได้รับจะช่วยเสริมสภาพคล่องและกระแสเงินสดเพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ ให้เกิดการจ้างงาน และมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

 

3.การค้ำประกันของ บสย.ในครั้งนี้ช่วยให้ธนาคารรับความเสี่ยงสินเชื่อได้มากขึ้นหรือไม่

ตอบ การที่มีภาครัฐ โดย บสย.ช่วยค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ ระยะเวลาค้ำประกันไม่เกิน 10 ปี ช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ประกอบธุรกิจ ทำให้สถาบันการเงินรับความเสี่ยงได้มากขึ้น

 

4.ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการให้ข้อมูลลูกค้าอย่างไร

ตอบ ธนาคารไทยพาณิชย์มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ของธนาคาร ทั้ง website www.scb.co.th, website SCB SME, Facebook SCB Thailand, Facebook SME Communities, SCB Call Center และยังประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อมวลชนต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการสื่อความข้อมูลให้กับผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ และพนักงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้ทราบเพื่อให้ทุกส่วนสามารถให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการที่สนใจขอวงเงินสินเชื่อตามมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูในครั้งนี้

ประเด็นสำคัญ

 

1.มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูในรอบนี้แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาอย่างไร

ตอบ
มาตรการในรอบนี้มีการปรับหลักการในหลายส่วนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจ SME มากขึ้น ได้แก่

-  มาตรการครั้งนี้ให้ลูกค้าใหม่สามารถขอวงเงินสินเชื่อนี้ได้ โดยให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด ไม่เกิน 20 ล้านบาท

-  ขยายวงเงินสินเชื่อให้สูงขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนในธุรกิจ โดยมาตรการเดิมให้วงเงินไม่เกิน 20%
ของยอดหนี้คงเหลือ ณ 31 ธันวาคม 2562 แต่มาตรการใหม่นี้ ขยายวงเงินถึงสูงสุด 30% ของวงเงินสินเชื่อ
ณ 31 ธันวาคม 2562 หรือ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยให้วงเงินไม่เกิน 150 ล้านบาท

-  มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนให้เหมาะสมและเอื้อต่อการฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบการมากขึ้น
โดยให้ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรกของสัญญา
ซึ่งรัฐช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก และกำหนดให้มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 5% ต่อปีตลอดสัญญา

 

2.มาตรการนี้มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจ SME อย่างไรบ้าง

ตอบ มาตรการนี้มีขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสินเชื่อและแหล่งทุนได้มากขึ้น วงเงินที่ได้รับจะช่วยเสริม
สภาพคล่องและกระแสเงินสดเพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้ ให้เกิดการจ้างงาน และมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

 

3.การค้ำประกันของ บสย.ในครั้งนี้ช่วยให้ธนาคารรับความเสี่ยงสินเชื่อได้มากขึ้นหรือไม่

ตอบ การที่มีภาครัฐ โดย บสย.ช่วยค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ ระยะเวลาค้ำประกันไม่เกิน 10 ปี ช่วยลดความเสี่ยง
ด้านเครดิตของผู้ประกอบธุรกิจ ทำให้สถาบันการเงินรับความเสี่ยงได้มากขึ้น

 

4.ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการให้ข้อมูลลูกค้าอย่างไร

ตอบ ธนาคารไทยพาณิชย์มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านสื่อช่องทางต่างๆ ของธนาคาร ทั้ง website www.scb.co.th,
website SCB SME, Facebook SCB Thailand, Facebook SME Communities, SCB Call Center และยังประชาสัมพันธ์
ผ่านช่องทางสื่อมวลชนต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการสื่อความข้อมูลให้กับผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ และพนักงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้ทราบเพื่อให้ทุกส่วน
สามารถให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการที่สนใจขอวงเงินสินเชื่อตามมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูในครั้งนี้