ชวนไปฟิน กินอาหารอร่อย ท่องทะเลงามที่เมืองตรัง

ชวนมาสัมผัส จ.ตรัง เมืองชายฝั่งทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย การมาเยือนรอบนี้ขอเน้นความมหัศจรรย์ของท้องทะเล ชายหาด เกาะแก่งของเมืองตรัง ที่ถือว่างดงามชนะเลิศเลื่องลือไปทั่วทุกหัวระแหง เรียกว่าไม่มีใครที่ไปเยือนแล้วจะไม่หลงมนต์เสน่ห์ท้องทะเลตรัง ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้สมบูรณ์เต็มเปี่ยม ผู้คนไม่พลุกพล่าน นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าไปเยือนของคนรักทะเลไม่น้อย จุดเช็กอินที่ห้ามพลาดของเมืองตรังคือ...


พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี

เรือนไม้สองชั้นเลขที่ 1 ซึ่งแต่เดิมเป็นบ้านพักของเจ้าเมืองตรัง พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ท่านได้สร้างบ้านพักบนเนินเตี้ยๆ ลักษณะเป็นเรือนปั้นหยาสองชั้น ทาสีฟ้า มีระเบียงรับลมรอบด้านท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติแมกไม้เขียวชอุ่มร่มรื่นมาก ชาวบ้านเรียกกันว่า ในควน ส่วนพระยารัษฎาฯ เรียกบ้านหลังนี้ว่า ควนรัษฎา 

หลังจากพระยารัษฎาถึงแก่อนิจกรรม บ้านตกเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาท ต่อมาโรงเรียนกันตังกับหน่วยงานราชการได้ขอใช้สถานที่จากทายาท ดาโต๊ะเบียนจง ณ ระนอง จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อแสดงชีวิตและผลงาน เช่น รูปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง และของใช้ประจำวันของพระยารัษฎาฯ ผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้เมืองตรังในหลายๆ ด้านตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งยาวนานเป็นเวลาถึง 11 ปี ดำรงไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนั้นยังมีภาพถ่ายเก่ากว่าร้อยปี อันเป็นภาพเหตุการณ์สำคัญของเมืองตรังและหัวเมืองปักษ์ใต้ในสมัยรัชกาลที่ 6 และภาพถ่ายเก่าของต้นตระกูล ณ ระนอง รวมถึงลูกหลานจัดแสดงอยู่ด้วย ซึ่งจากภาพถ่ายทั้งหมดยังสื่อให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของพระยารัษฎาฯ ว่าท่านเป็นนักเล่นกล้องรุ่นแรกๆ ของประเทศไทยคนหนึ่งทีเดียว สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้ตั้งแต่วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ที่ตั้ง ถนนค่ายพิทักษ์ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง


สถานีรถไฟกันตัง

จุดไฮไลท์บนบกของเมืองตรังที่เหมาะกับคนชอบความคลาสิกย้อนยุคและชอบถ่ายรูปอยู่ที่สถานีรถไฟกันตังซึ่งเป็นสถานีรถไฟปลายทางของรถไฟสายใต้ฝั่งทะเลอันดามัน อยู่ห่างจากสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพมหานคร 866 กิโลเมตร ลักษณะเป็นอาคารไม้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าชั้นเดียวทรงปั้นหยา ทาสีเหลืองมัสตาร์ดสลับน้ำตาล ด้านหน้าของอาคารมีมุขยื่น มีการตกแต่งประดับมุมเสาด้วยลวดลายไม้ฉลุ ช่องขายตั๋วก็จะแปลกกว่าที่อื่นที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม แต่ของที่นี่จะเป็นช่องโค้งแบบ Arch สถาปัตยกรรมแห่งนี้จึงเป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะตะวันออกและตะวันตกไว้อย่างลงตัวโดยได้เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2456 แต่เดิมมีชื่อว่าสถานีรถไฟตรัง ภายหลังจึงเปลี่ยนชื่อว่าสถานีรถไฟกันตัง

สมัยก่อนเคยมีเส้นทางต่อเชื่อมไปถึงท่าเทียบเรือกันตังซึ่งเป็นท่ารับส่งสินค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น  สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ปัจจุบันในส่วนนี้ถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว แต่ทุกวันนี้สถานีรถไฟกันตังยังเปิดให้ใช้งานตามปกติแต่มีรถไฟเพียงไม่กี่สายที่จอด ณ สถานีแห่งนี้ เช่น ขบวนไปกลับ กรุงเทพ-กันตัง กันตัง-กรุงเทพ ขบวนจากสถานีกันตรังมาสถานีตรัง มาเมืองตรังทั้งทีควรนั่งรถไฟขบวนนี้เพราะเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปหาอดีตอย่างไรอย่างนั้นเลย ใช้เวลาเดินทางแค่ประมาณ 20 นาที ภายในตัวอาคารสะอาดสะอ้าน ยังพอมีข้าวของเครื่องใช้ในอดีตหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง โดยภาพรวมทั้งภายนอกและภายในของตัวอาคารยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมและความสวยงามตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ไว้ได้เป็นอย่างดี จนได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากรให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ ประเภทอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ปี พ.ศ.2539 ความพิเศษอีกอย่างของสถานีรถไฟแห่งนี้นอกจากรูปลักษณ์ที่น่ายลแล้ว ตอนเย็นยังมีถนนคนเดินร้านค้าขายของให้ช้อปกันอย่างสนุกสนานด้วย และมีร้านกาแฟเก๋ๆ น่ารักๆ ธีมอาคารแบบเดียวกับสถานีรถไฟ ชื่อ สถานีรัก ให้นั่งพักเหนื่อยหรือจะเซลฟี่ก็มีมุมให้เลือกหลายมุมเลยทีเดียว

ที่ตั้ง ถนนหน้าค่าย อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง


ศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย

ศาลเจ้าท่ามกงเยี่ย หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า โรงพระท่ามกงเยี่ย นับเป็นศาลเจ้าจีนเก่าแก่ที่เงียบสงบคู่เมืองตรังมายาวนานเป็นเวลา 120 ปี ท่านท่ามกงเยี่ยเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทั้งชาวตรังและชาวถิ่นอื่น เริ่มต้นจากชายจีนจากอำเภอหุ้ยจิว มณฑลกวางตุ้ง ผู้หนึ่งได้อัญเชิญขี้เถ้าในกระถางธูปที่บูชาองค์ยุวเทพท่ามกงเยี่ยพร้อมยันต์ศักดิ์สิทธิ์ จากวัดเก้ามังกร ประเทศจีนติดตัวเดินทางมาเมืองไทยเพื่อคุ้มครองตัวเขา จากนั้นเมื่อได้มาตั้งรกรากที่เมืองตรังเขาได้สร้างกระท่อมเล็กๆ เป็นที่อยู่อาศัย และได้ตั้งโต๊ะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นำติดตัวมา พร้อมกราบไหว้ขอพรเป็นประจำ ต่อมามีคนล่วงรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่านท่ามกงเยี่ยจึงต่างมากราบขอพรบ้าง ชื่อเสียงของท่ามกงเยี่ยที่คนเล่าลือก็คือ เซียมซีที่แม่นมาก ขอพรสิ่งดีใดๆ ก็สมดั่งปรารถนา ทั้งเรื่องชีวิต สุขภาพ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย เมื่อผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรกันมากขึ้นเลยต้องขยับขยายจากกระท่อมจนปัจจุบันกลายมาเป็นตึกถาวรชั้นเดียว แวดล้อมด้วยสระน้ำ ต้นไม้ ร่มรื่น บริเวณเหนือประตูเมื่อออกจากศาลจะมีป้ายเขียนว่า ศาลนี้สร้างขึ้นจากความร่วมใจระหว่างลูกหลานทั้ง 2 มณฑล คือ กวางตุ้ง และฮกเกี้ยน รวมถึงชาวไหหลำที่ไม่แยกเป็นมณฑลแห่งใหม่ ภายนอกอาคารศาลมีเรือนนอนรักษาผู้ป่วย อาคารโรงครัว โรงงิ้ว สระน้ำ และศาลากลางน้ำ

ที่ตั้ง ถนนเจิมปัญญา ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง


เกาะกระดาน

เกาะที่มีชายหาดสวยงามที่สุดของท้องทะเลตรัง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและส่วนของเอกชน มีลักษณะเหมือนภูเขาห้าลูกเรียงตัวติดกัน จุดเด่นของเกาะกระดานอยู่ที่น้ำทะเลใสแจ๋วจนมองเห็นพื้นทรายใต้ท้องน้ำ เห็นแนวปะการังซึ่งเป็นปะการังน้ำตื้นตลอดชายฝั่งของเกาะกระดานได้เลย ตลอดจนฝูงปลาหลากสายพันธุ์ มีแนวชายหาดให้ลงเล่นน้ำได้อยู่รอบเกาะถึง 4 แห่งด้วยกัน ชายหาดเกาะกระดาน ชายหาดอ่าวช่องลม ชายหาดอ่าวเมือง และชายหาดอ่าวไผ่ จุดนี้สามารถชื่นชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม และเหมาะกับการเล่นน้ำเป็นที่สุด 

ด้านเหนือของเกาะจะเห็นแนวปะการังทอดยาวในทะเลเกือบร้อยไร่ สามารถเดินทอดน่องย่ำทรายเนื้อเนียนละเอียด หรือจะแค่ถ่ายรูปก็สนุกสนานเพลินอารมณ์ไม่แพ้กัน หน้าหาดจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด เมื่อมองออกไปจะเห็นเกาะมุก เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะม้าทอดตัวเรียงกันไปจนถึงเกาะไห เป็นภาพที่ประทับใจนักท่องเที่ยวมาก เกาะกระดานมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า เกาะแห่งความรัก เพราะได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรที่โด่งไปทั่วโลกต่อเนื่องกันมาทุกปี สามารถไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับก็ได้ หรือจะพักค้างก็มีที่พักของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หรือที่พักริมทะเลสุดหรูของเอกชนก็มีหลายแห่งบนนั้นด้วย การเดินทางไปเที่ยวให้ขึ้นเรือจากท่าเรือควนตุ้งกูใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น หากไปถึงเมืองตรังแล้วขอบอกว่าไม่ควรพลาดไปเกาะกระดานด้วยประการทั้งปวง

ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง


เกาะม้า-เกาะเชือก-เกาะแหวน

สามเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางทะเลตรังอยู่ในวงล้อมของเกาะกระดานและเกาะมุก ถือเป็นจุดที่ดำน้ำตื้นและน้ำลึกที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง เมื่อดำลงไปแล้วสามารถมองเห็นความมหัศจรรย์และความสมบูรณ์ของโลกใต้ท้องทะเลตรัง น้ำใสถึงขนาดเห็นปลาต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ทั้งปลานกแก้ว ปลาการ์ตูน ปลาโนรี ปลาสินสมุทร ปลาลายเสือ ฯลฯ ปะการังมีให้เห็นถึงเจ็ดสี ดอกไม้ทะเล กัลปังหา สลับกันอยู่ตลอดแนวชายฝั่ง แม้ไม่ใช่เป็นนักดำน้ำมืออาชีพก็สามารถเห็นสิ่งสวยงามเหล่านี้ได้เหมือนกัน เกาะทั้งสามจะมีลักษณะเป็นโขดหินและหน้าผาสูงชัน ไม่มีชายหาดหรือบ้านเรือนผู้คนอาศัยอยู่ นอกจากกระท่อมของคนเฝ้ารังนก แต่จะมีนักท่องเที่ยวไปดำน้ำมากที่สุด เพราะที่นี่คือสวรรค์ของนักดำน้ำอย่างแท้จริง สามารถขึ้นเรือไปเที่ยวได้ที่ท่าเรือปากเมง อำเภอสิเกา เป็นท่าเรือที่สะดวกที่สุด เกาะมีระยะห่างจากท่าเรือประมาณ 12 กิโลเมตร

ที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าใหม อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง


เกาะเหลาเหลียง

เมื่อมาเที่ยวเกาะแห่งนี้จะพบภูเขาหินปูนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งมีความสูงเกือบร้อยเมตรเลยทีเดียว เมื่อก่อนบริเวณนี้เป็นพื้นที่ปิดมานานนับสิบปีเพราะอยู่ในเขตสัมปทานรังนกนางแอ่น จึงทำให้ท้องทะเลยังความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง หาดทรายขาว น้ำทะเลใส แนวปะการังสมบูรณ์ ใต้น้ำจะเต็มไปด้วยปลาการ์ตูน ปลาสวยงามนานาชนิด กัลปังหาที่หาดูได้ยาก แต่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวได้เพียงปีละ 6 เดือนเท่านั้น ใครจะไปเที่ยวควรวางแผงเรื่องวันเวลาให้ดีมิเช่นนั้นอาจจะพลาดชมความงดงามของท้องทะเลที่นี่

เกาะเหลาเหลียงห่างจากท่าเรือหาดยาวในประมาณ 22 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยเรือเร็วประมาณ 35-40 นาที และโดยเรือโดยสารประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที บนเกาะมีกิจกรรมหลายอย่างให้เพลิดเพลิน พายเรือคายัครอบเกาะ ลอดอุโมงค์ทะเล เที่ยวชมเกาะด้วยเส้นทางไต่หน้าผา ชมทะเลจากมุมสูง ดำน้ำแบบสกิน ชมถ้ำรังนกในช่วงน้ำลด ฯลฯ เป็นอีกหนึ่งเกาะที่จะทำให้วันพักผ่อนของเราเป็นวันดีดีอีกวันหนึ่งในชีวิต

ที่ตั้ง ตำบลเกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง


เกาะมุก-ถ้ำมรกต

นับเป็นจุดขายที่โดดเด่นของเมืองตรังที่มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วโลก ถือเป็นอัญมณีแห่งท้องทะเล ความมหัศจรรย์ของเกาะมุก-ถ้ำมรกตได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องขอมาเยือนสักครั้งหนึ่ง เกาะมุกเป็นเกาะขนาดใหญ่ของน่านน้ำตรัง ลักษณะโดยส่วนใหญ่จะเป็นโขดหินผาสูงตระหง่าน ส่วนอีกฟากหนึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง และถ้ำมรกตที่ตั้งอยู่กลางท้องทะเลก็นับเป็นส่วนหนึ่งของเกาะมุกด้วยเช่นกัน

เวลาเดินทางเข้าถ้ำมรกตต้องว่ายน้ำลอยคอจากปากถ้ำที่เป็นโพรงสูงพ้นระดับน้ำไม่มากผ่านโถงถ้ำที่มืดมิดเป็นระยะทาง 80 เมตรเข้าไปค้นหาความงามที่ซ่อนอยู่ภายในถ้ำ เมื่อเข้าไปถึงภายในถ้ำจะเห็นความมหัศจรรย์รอคอยอยู่ เป็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตสวยงามตราตรึงอย่างไม่อาจหาที่ใดมาเปรียบได้ แต่ช่วงกลางถ้ำจะมืดมากต้องเกาะกันเป็นกลุ่มไว้ มิฉะนั้นอาจชนผนังถ้ำได้


ส่วนใจกลางเมื่อมองแหงนขึ้นไปจะเป็นปล่องภูเขาขนาดใหญ่ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้ให้แสงแดดลอดเข้ามาได้ และพื้นที่ส่วนที่ลึกของถ้ำมรกตที่เกิดจากการยุบตัวของหินปูนจะเป็นหาดทรายกว้างขวางขาวเนียนละเอียดและล้อมรอบด้วยหน้าผา เหมาะแก่การเล่นน้ำจริงๆ ตลอดแนวของชายหาดจะมีโขดหินน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่เป็นหย่อมๆ


ถ้ำมรกตจะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น และว่ากันว่าใครมาเที่ยวทะเลตรัง หากไม่มาถ้ำมรกตถือว่ายังมาไม่ถึงท้องทะเลตรัง อันที่จริงเกาะมุกไม่ได้มีเพียงแค่ทำมรกตที่เป็นจุดขายสำคัญเท่านั้น เพราะถ้าลัดเลาะไปฝั่งตะวันออกของเกาะจะพบชายหาดที่สวยงามของหาดหัวแหลมและอ่าวพังงา สวรรค์บนดินอีกแห่งที่ควรค่าแก่การพักผ่อน ใครที่สนใจจะไปเที่ยวเกาะมุก-ถ้ำมรกตให้ไปลงเรือที่ท่าเรือปากเมง อำเภอสิเกา เรือเช่าเหมาลำราคา 1500 บาทต่อวัน ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที เรือโดยสารขึ้นที่ท่าเรือกวนตุงกู ค่าเรือคนละ 40 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย

ที่ตั้ง ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง


ถ้ำเลเขากอบ

ถ้ำเลเขากอบ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนของประเทศไทยอีกแห่ง เป็นถ้ำที่อยู่ใต้ภูเขาที่กว้างขวางมีสายน้ำไหลผ่านตลอดเวลาและไหลล้อมรอบภูเขาอันเป็นที่ตั้งของถ้ำด้วย ภายในถ้ำสวยงามกว้างขวาง สว่าง และสะอาด มีหินงอกหินย้อยงดงามมาก และมีถ้ำอีกหลายๆ ถ้ำอยู่ในนั้นด้วย แต่เปิดบริการให้ท่องเที่ยวได้เพียง 5 ถ้ำเท่านั้น

ถ้ำที่เด็ดสุดคือถ้ำลอดหรือถ้ำมังกร การเดินทางเข้าไปชมถ้ำนี้ต้องเริ่มต้นด้วยเรือท้องแบนเท่านั้น ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือช่วงที่ต้องนอนราบบนเรือเพื่อลอดผ่านท้องมังกรที่เรียกว่า ถ้ำลอด ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดของถ้ำเลเขากอบมีระยะทาง 800 เมตรไปให้ได้ บางช่วงหน้าและลำตัวของเราเกือบชนกับผนังถ้ำเลยทีเดียว แต่เป็นประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวไม่น้อย ซึ่งมีความเชื่อกันว่าถ้าใครลอดผ่านท้องมังกรนี้ไปได้จะเป็นการสะเดาะเคราะห์หลังจากนี้ชีวิตจะประสบแต่ความโชคดี ซึ่งระหว่างทางจะมีหินย้อยลงมาเปรียบเหมือนเป็นหัวใจของมังกร ตรงนี้สามารถจับได้ จับแล้วอธิษฐานขอพรให้โชคดี สุขภาพดี ถ้ำเลเขากอบสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นฤดูฝนบางช่วงที่มีฝนตกหนักปริมาณน้ำมาก เรืออาจเข้าไปไม่ได้ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

ที่ตั้ง ตำบลเขากอบ อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง


อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

ที่นี่ถือเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองตรัง ห่างจากตัวเมืองตรังประมาณ 27 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายตามถนนเลียบชายหาดอีก 7 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงเป็นธรรมชาติอันสวยงามสมบูรณ์ทั้งบนฝั่งและในทะเลหลายแห่งรวมอยู่ในพื้นที่กว่าแสนไร่ของอุทยานฯ ทั้งประเภทถ้ำ บ่อน้ำร้อน ชายหาด เกาะแก่ง แหล่งดำน้ำดูปะการัง เช่น เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะมุก หาดหยงหลิง หาดยาว หาดสั้น

แหลมหยงลำเป็นหาดทรายที่ขาวสะอาด มีสนทะเลขึ้นตามธรรมชาติ หาดเจ้าไหมมีเขารูปกระโดงฉลามเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น บนหาดทรายจะมีหญ้าทะเลขึ้นอยู่จำนวนมากจึงเป็นแหล่งที่มีพะยูนฝูงสุดท้ายอาศัยอยู่ หาดปากเมงซึ่งว่ากันว่าเป็นประตูสู่เมืองตรังเพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของท่าเรือที่จะเดินทางไปสู่เกาะต่างๆ และหาดฉางหลาง เป็นที่ตั้งของอุทยานฯ จะมีชายหาดกว้างขวางสามารถลงเล่นน้ำได้ และมีจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามตรงปากคลองฉางหลางด้วย


ใครชอบการผจญภัยต้องไปที่ถ้ำเจ้าไหมสามารถล่องเรือชมหินงอกหินย้อยได้ และถ้าสนใจแหล่งเที่ยวเพื่อสุขภาพต้องแวะไปที่บ่อน้ำร้อนควนแดง หรือจะชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ก็สวยไม่แพ้ที่ไหน หากต้องการพักค้างคืนทางอุทยานฯ มีบ้านพัก และลานกางเต้นท์กว้างขวางท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง


ส่วนเรื่องอาหารการกินไม่ต้องห่วงจะมีร้านอาหาร อาหารทะเล และร้านขายของเปิดบริการนักท่องเที่ยวด้วย แหล่งท่องเที่ยวบนฝั่งของอุทยานฯ สามารถเที่ยวได้ทั้งปี ส่วนบริเวณเกาะในทะเลจะปิดทำการช่วงมรสุมเข้า ฝนตกชุกและคลื่นลมแรงระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ฉะนั้นควรเช็กสภาพอากาศก่อนออกจากจุดสตาร์ท

ที่ตั้ง ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง


ของอร่อยเมืองตรัง

หากพูดถึงอาหารเมืองตรัง ต้องบอกว่าที่นี่คือสวรรค์ของนักกินจริงๆ เพราะมีอาหารสารพัดให้เลือกกินตั้งแต่เช้ายันค่ำ เมนูเด็ดที่โด่งดั่งไปทั่วก็คือ หมูย่าง ติ่มซำ กาแฟ โกปี๊ ขนมจีน ผัดหมี่ อาหารปักษ์ใต้ อาหารพื้นบ้าน อาหารทะเล อาหารจีน รวมถึงเค้กเมืองตรังเค้กมีรู ที่ใครไปเยือนจะไม่พลาดซื้อกลับมาฝากญาติมิตร

  • ร้านบ้านบัวบก ตั้งอยู่ติดๆ ร้านพงษ์โอชาเลย
  • ร้านตรังหมูย่างอยู่ที่โรงแรมธรรมรินทร์ธนา
  • ร้านชากาแฟโบราณดั้งเดิมก็จะมี ร้านสินโอชา ร้านกุนเชียงบางรัก ขายชากาแฟ อิ่วจาก๊วย (ปาท่องโก๋ขนาดยาว) โจ๊ก
  • ร้านซิวจิว รอบเช้าขาย ปลท่องโก๋ โจ๊ก ต้มเลือดหมู รอบเย็นขายข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่
  • ร้านเรือนไทยติ่มซำ ถนนเพลิงพิทักษ์ ร้านเลตรัง 2 ถนนไทรงาม
  • ร้านขนมจีนหน้าวัดควนขัน ถ้าชอบขนมจีนต้องลอง
  • ร้านข้าวยำร้านที่ดังที่สุดคือร้านทางเลือก อาหารเพื่อสุขภาพ
  • ร้านอาหารทะเลยอดนิยมมีไม่น้อยทีเดียว เช่น ร้านโกเกี้ย ปูม้าปาร์ตี้ซีฟู้ด ร้านตรัง-เลตรัง ร้านครัวลำพู ร้านยกยอ ร้านโกก้าว ร้านโกชัยปลาเผา
  • ร้านอาหารปักษ์ใต้ขอให้ไปชิมร้านแกงส้ม
  • คาเฟ่สุดเท่ Passion Del Cafe ซึ่งเสิร์ฟกาแฟนำเข้าจากหลายประเทศทั้งญี่ปุ่น นอร์เวย์และประเทศอื่นๆ


ยังมีอีกหลายร้านมาก บรรยายได้ไม่หมดจริงๆ ต้องลองไปพิสูจน์ความอร่อยกันดู

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตรัง โทรศัพท์ 075 215-867-8