สมุทรสงคราม มนต์เสน่ห์แม่กลอง ครองใจตลอดกาล

เมืองแม่กลอง หรือสมุทรสงคราม แม้มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่มีแหล่งท่องเที่ยวเด็ดๆ ให้เช็กอินเยอะมาก โดยเฉพาะอำเภออัมพวาชื่อเสียงขจรไกลไปทั่ว จะมาเที่ยวแบบวันเดียวม้วนเดียวจบก็ยังไหว หรือยังไม่อยากกลับบ้านขอเปลี่ยนที่นอนจะค้างริมคลองหรือในสวนสักคืนสองคืนก็ยังได้ มีทั้งรีสอร์ท โฮมสเตย์ของคนท้องถิ่นคอยต้อนรับอย่างอบอุ่น พูดขนาดนี้แล้ว ออกเดินทางไปสมุทรสงครามกันดีกว่า


วัดอัมพวันเจติยาราม

วัดอัมพวันเจติยารามหรือเดิมเรียกขานกันว่าวัดอัมพวา ตั้งอยู่ปากคลองอัมพวาติดกับอุทยาน ร.๒ เป็นวัดของต้นตระกูลราชินิกุลบางช้าง ซึ่งสันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ วัดแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอ่างยิ่ง เพราะด้านหลังวัดเคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑) และคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑) และบริเวณพระปรางค์ของวัด เดิมเป็นเรือนที่คุณนาคใช้เป็นสถานที่คลอดบุตรชายคือคุณฉิมหรือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ในกาลต่อมานั่นเอง ภายในวัดจึงมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านประดิษฐานอยู่ รวมถึงได้บรรจุพระบรมสรีรังคารของพระองค์ท่านไว้ที่พระปรางค์ในวิหารของวัดด้วย

วัดอัมพวันเจติยรามวรวิหารถือเป็นพระอารามหลวงเก่าแก่คู่เมืองอัมพวา พระอุโบสถและถาวรวัตถุของวัดแห่งนี้จะเป็นศิลปะในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ เขียนขึ้นตามแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเรื่องราวเกี่ยวกับบทพระราชนิพนธ์เรื่องสังข์ทอง ไกรทอง อิเหนา และคาวี อีกทั้งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงลงฝีพระหัตถ์พระพักตร์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หน้าทหารกลอง และต้นไม้ข้างป้อมริมกำแพงในภาพการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคด้วยพระองค์เองอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดอีกหลายอย่าง เช่น พระที่นั่งทรงธรรม เป็นต้น ภายในพระที่นั่งทรงธรรมมีพระประธานและมีพระพุทธบาทจำลอง 5 รอยอยู่ด้านหน้า หากไปอัมพวาแวะเข้าไปกราบสักการะและชมความงดงามของวัดกันได้ ไหว้พระทำบุญกราบสักการะบูรพมหากษัตริย์กันเรียบร้อยแล้ว สามารถเดินไปเที่ยวเล่นตลาดน้ำยามเย็นอัมพวาต่อได้เลยเพราะอยู่ใกล้กันมาก

ที่ตั้ง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม


อุทยาน ร.๒

อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า อุทยาน ร.๒ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๒ ซึ่งเป็นตำบลอันเป็นที่พระราชสมภพของพระองค์ท่าน และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระปรีชาสามารถที่ทรงได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้ให้เป็นมรดกของชาติ จนกระทั่งทรงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) อีกด้วย 

ภายในพื้นที่กว่า 11 ไร่ของอุทยานนับเป็นแหล่งรวมวิทยาการและศูนย์กลางการศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทย หมู่เรือนไทยภาคกลางอันงดงามหลายหลังถูกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ศิลปวัตถุในยุครัตนโกสินทร์ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทย และชุมชนริมน้ำอัมพวา อีกทั้งยังจัดแสดงเรื่องราวของศิลปินที่เกิดในจังหวัดสมุทรสงคราม หลวงประดิษฐ์ไพเราะ, ครูเอื้อ สุนทรสนาน, ทูล ทองใจ เป็นต้น มีโรงละครกลางแจ้งซึ่งมีเนินหญ้าลดหลั่นกันเป็นที่นั่งชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยต่าง ๆ มีสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดกว่า 140 ชนิด ความร่มรื่นของต้นไม้ดอกไม้ทั่วทั้งบริเวณยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวและประชาชนละแวกใกล้เคียงอีกด้วย ทุกๆ ปีจะมีการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรืองานอุทยาน ร.๒ ขึ้นที่นี่ด้วย ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย ทั้งการแสดงและอาหารชาววังที่หาชมหาชิมได้ยาก ผู้ชื่นชอบบรรยากาศแบบไทยๆ ห้ามพลาด

ที่ตั้ง ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม


วัดบางกุ้ง

มาเที่ยวสมุทรสงครามทั้งที เราไม่พลาดที่จะพาไปชมวัดสวย แปลกตาที่ถูกจัดให้อยู่ในกรุ๊ป Unseen Thailand นั่นคือ วัดบางกุ้ง ตามประวัติกล่าวไว้ว่าเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาเกือบ 200 ปีแล้ว ตั้งอยู่ตรงข้ามค่ายบางกุ้ง ค่ายพักทหารของทั้งสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี บริเวณด้านหลังวัดจะติดกับแม่น้ำแม่กลองซึ่งมีปลาน้ำจืดตัวใหญ่ๆ มาอาศัยอยู่จำนวนมาก สามารถซื้ออาหารมาโปรยให้ปลาได้ แต่ไฮไลท์ของวัดบางกุ้งที่อยากบอกคือ โบสถ์ปรกโพธิ์หรือโบสถ์ในต้นไม้ เป็นโบสถ์หลังเล็กที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ หากมองจากภายนอกจะไม่ทราบว่าเป็นโบสถ์เลย จนถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทยแห่งหนึ่ง อันที่จริงโบสถ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่กลับสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะตัวโบสถ์ถูกรากของต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร และต้นกร่าง ปกคลุมไว้จนเกือบจะหมด จึงทำให้โบสถ์มีอายุยืนยาวไม่สูญหายไปตามกาลเวลา เลยทำให้มีชื่อเรียกขานกันว่าโบสถ์ปรกโพธิ์

ภายในโบสถ์จะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อโบสถ์น้อย (หลวงพ่อนิลมณี) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่แต่เดิมทั้งองค์เป็นสีดำลงรักไว้เพียงอย่างเดียว ต่อมามีประชาชนมาปิดทองจนเหลืองอร่ามงดงามไปทั้งองค์ เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มากผู้คนจากทั่วสารทิศจึงมักมากราบขอพรกันมากมายไม่ขาดสาย ส่วนที่ฝาผนังของอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ นอกจากนั้นยังมีสถานที่ที่น่าสนใจในวัดบางกุ้งอีกหลายอย่าง เช่น พระราชนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายบางกุ้ง สระน้ำโบราณอายุประมาณ 400 ปี และสวนสัตว์ขนาดย่อมที่มีสัตว์อาศัยอยู่หลายชนิด ด้วยความเก่าแก่และความงดงามของสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรจึงได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดบางกุ้งเป็นโบราณสถานของชาติไว้แล้ว

ที่ตั้ง ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม


โครงการอัมพวา-ชัยพัฒนานุรักษ์

โครงการอัมพวา-ชัยพัฒนานุรักษ์ ตั้งอยู่บริเวณตลาดน้ำอัมพวา เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินที่นางสาวประยงค์ นาคะวะรังค์ ชาวอัมพวาได้น้อมเกล้าฯ ถวายมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา ซึ่งเป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมีวัฒนธรรมประเพณีที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โดยนำหลักการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีการดำรงชีวิตของชุมชมชาวอัมพวาให้สามารถอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง เรียบง่าย ยั่งยืน และมีความสุขท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของสังคม โดยได้พัฒนาที่ดินผืนนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของชาวชุมชนอัมพวา และผู้ไปเที่ยวชมยังจะได้แนวคิดมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิต และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชาวชุมชนอัมพวาที่นำสินค้ามาจำหน่ายอีกด้วย

ภายในจะมีลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ซึ่งจัดกิจกรรมการแสดงของท้องถิ่นหมุนเวียนปีละ 3 ครั้ง มีพื้นที่ใช้ชาวชุมชนอัมพวานำสินค้าทั้ง อาหาร ขนม ผลไม้ของตนมาขาย ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ ห้องข้อมูลชุมชนอัมพวา สวนสาธิตการเกษตรเพื่อการเรียนรู้เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิชาการการเกษตร เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป มีสวนพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่หายากในปัจจุบัน เช่น มะตาด มะพูด มะเปรียง สวนผลไม้ดั้งเดิมหลายชนิด เช่น ลิ้นจี่ มะพร้าว ส้มโอ เดินลึกเข้าไปด้านในสวนจะเห็นการสาธิตการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวแบบโบราณที่เป็นภูมิปัญญาสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นน้ำตาลมะพร้าวแบบธรรมชาติแท้ๆไม่มีสิ่งเจือปนและสารกันบูด สามารถซื้อน้ำตาลมะพร้าวหรือขนมพื้นเมืองอื่นๆ กลับได้ด้วย อีกทั้งยังมีร้านภัทรพัฒน์ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางโครงการและของชุมชน หากเดินเข้าไปฝั่งที่ติดริมคลองจะพบร้านชานชลา คาเฟ่แบบโบราณให้นั่งพักจิบเครื่องดื่มกินอาหารว่าง อาหารพื้นบ้านหาชิมยากที่สลับสับเปลี่ยนเมนูมาให้ลิ้มชิมรส ความน่ารักของที่นี่อยู่ตรงที่สามารถสั่งอาหารจากพ่อค้าแม่ค้าที่พายเรือมาขายมานั่งรับประทานในร้านได้ ด้วยเป็นความตั้งใจของโครงการที่อยากให้ทุกคนเอื้ออาทรต่อกันและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โครงการอัมพวา-ชัยพัฒนานุรักษ์ เปิดทุกวัน แต่กิจกรรมบางส่วนเปิดจะเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น หากมาวันธรรมดาก็จะเงียบๆ สักหน่อย

ที่ตั้ง ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม


ตลาดน้ำบางน้อย

ตลาดน้ำบางน้อยถือเป็นชุมชนริมน้ำเก่าแก่ที่สุดของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดของแม่น้ำแม่กลองกับคลองบางน้อย ในอดีตชุมชนนี้เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ เป็นตลาดน้ำที่คึกคักมาก่อน ในสมัยนั้นจะมีเรือมาติดนัดแต่ละครั้งหลายร้อยลำเป็นทั้งของคนในชุมชนและคนต่างถิ่นนำของมาขายหรือแลกเปลี่ยนกัน แม้ว่าชุมชนบางน้อยจะเปลี่ยนไปไม่จอแจเหมือนเดิม หากแต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมชุมชนริมน้ำดั้งเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต ตลอดจนสภาพแวดล้อมคลอง และสวนผลไม้น่าไปเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันได้เปิดตลาดน้ำทำการค้าขายกันอีกครั้ง มีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือนำของมาขายแต่ไม่ได้มีปริมาณมากเช่นเดิม 

ส่วนบนบกสองฝั่งคลองก็มีร้านเก๋ๆ ที่ดัดแปลงห้องแถวไม้ของเดิมมาเป็นร้านขายกาแฟ ขายอาหาร ขายของที่ระลึกมากมายหลายร้านถูกใจนักท่องเที่ยวต่างถิ่นยิ่งนัก เพราะตลาดน้ำแห่งนี้ชาวชุมชนของแท้เขามาขายเองเลย ข้าวของจึงมีราคาไม่แพง นอกจากนั้น ยังมีพิพิธภัณฑ์ตั้งเซียมฮะจัดแสดงของโบราณสื่อถึงเรื่องราววิถีชีวิตของคนแถวนี้ในยุคเก่าก่อนให้เข้าชมฟรีด้วย ที่ตลาดน้ำบางน้อยก็มีห้องพักไว้บริการสำหรับคนที่ต้องการพักค้างเช่นกัน ตลาดน้ำบางน้อยจะเปิดช่วงเช้า 9.00-16.00 น.และเปิดเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์เท่านั้น ใครยังไม่จุใจก็ไปต่อที่ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวาได้ เพราะอยู่ห่างกันประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น

ที่ตั้ง หน้าวัดเกาะแก้ว อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม


ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา

ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา ตลาดน้ำยามเย็นแห่งเดียวในประเทศไทย นับเป็นจุดหมายปลายทางอันโด่งดังของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศอีกแห่ง ด้วยเสน่ห์ของบรรยากาศรูปแบบการใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชุมชนริมแม่น้ำแม่กลอง ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนห้องแถวไม้ ปัจจุบันเปิดเป็นร้านค้าขายสินค้าหลากหลายของกินมากมาย มีทั้งอาหารทะเล อาหารพื้นเมือง ขนมโบราณ เสื้อผ้า ของที่ระลึก ในคลองอัมพวาก็มีแม่ค้าพ่อค้าพายเรือมาขายของเหมือนเมื่อครั้งอดีตเช่นกัน 

ตลาดยามเย็นสนุกสนานแล้ว ตกค่ำๆ หน่อยสามารถล่องเรือชมหิ่งห้อยตามสองฝั่งคลองที่ส่องแสงอยู่ใต้ต้นลำพูเรืองรองระยิบระยับเพลินตาเพลินใจไปอีกแบบ ตลาดน้ำยามเย็นแห่งแรกของประเทศแห่งนี้จะเปิดบริการศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. แต่ถ้าจะให้ดีควรมาช่วงแดดร่มลมตก เวลาทองจะเริ่มช่วงสี่โมงเย็นป็นต้นไป เพราะตอนนั้นพ่อค้าแม่ขายจะเปิดร้านกันพรึบพรับพร้อมเพรียงทีเดียว และแถวตลาดอัมพวาก็น่าไปนอนเพราะมีทั้งเรือนริมน้ำเรือนในสวนให้พักค้างหย่อนใจเหมือนกัน

ที่ตั้ง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม


ตลาดแม่กลอง (ตลาดร่มหุบ)

ตลาดแม่กลองหรือตลาดร่มหุบตั้งอยู่ตรงสถานีรถไฟแม่กลองพอดิบพอดี จุดเด่นของตลาดนี้ที่คนชอบแวะเวียนมาเที่ยวชมอยู่ตรงที่พ่อแม่ค้าจะเปิดแผงขายกันทั้งสองฟากฝั่งทางรถไฟสายบ้านแหลม-แม่กลอง และจะกางร่มกันแสงแดดคร่อมเข้าไปในรางรถไฟ พอได้ยินสัญญานรถไฟมาปุ๊บ ก็จะหุบร่มเก็บข้าวของกันปั๊บ เพื่อเปิดทางให้รถไฟแล่นผ่านได้ หลังจากนั้นก็จะนำร่มกลับมากางใหม่นำกระจาดข้าวของกลับมาวางที่เดิมอีกรอบ แล้วทำการซื้อขายของกันต่อ หมุนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ประมาณ 8 รอบของทุกวัน ซึ่งเป็นสิ่งแปลกตาของคนต่างถิ่นที่ดึงดูดใจให้มาเยือนอย่างน้อยสักครั้ง

ส่วนสินค้าที่นำมาขายก็จะมีคล้ายตลาดสดทั่วไปด้วย แต่ที่จะมีมากกว่าหน่อยก็พวกอาหารทะเลสด อาหารแปรรูป ของพื้นบ้านต่างๆ สิ่งที่คนไม่พลาดซื้อคือสินค้าขึ้นชื่อของแม่กลอง อย่างปลาทูหน้างอคอหักของแม่กลอง กะปิคลองโคน หอยหลอด น้ำตาลมะพร้าว ลิ้นจี่ ส้มโอ ฯลฯ ตลาดจะเปิดตั้งแต่เช้ายันเย็น แต่ช่วงเช้าอากาศจะดีกว่า เดินตลาดเสร็จ แวะกราบหลวงพ่อแหลมต่อได้เลย

ที่ตั้ง สถานีรถไฟแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม


ดอนหอยหลอด

ขับรถออกจากกรุงเทพสักชั่วโมงก็จะเจอสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสงครามอีกแห่งคือ ดอนหอยหลอด ชื่อนี้มีที่มาจากที่ตั้งซึ่งเป็นสันดอนปากน้ำแม่กลองเกิดจากการตกตะกอนของดินปนทรายมีความกว้างประมาณ 3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหอยจำนวนมากโดยเฉพาะ “หอยหลอด” นั่นเอง ใครมาเที่ยวก็สามารถเช่าเรือชมดอนหอยหลอด ชมการจับหอยหลอดกันได้ เวลาที่เหมาะแก่การจับหอยหลอดมากที่สุดคือระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม เพราะช่วงนั้นน้ำลงนานที่สุด

นอกจากนั้นบริเวณดอยหอยหลอดยังมีศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่คนมักนิยมไปกราบสักการะขอพรกันอยู่เนืองๆ ด้วย มีร้านอาหารทะเลอร่อยสดใหม่บรรยากาศดีเปิดเรียงรายอยู่สองฝากของถนนมากมาย มีร้านขายของฝากประเภทสินค้าอาหารทะเลทั้งสดแห้งแปรรูปที่ขึ้นชื่ออีกแห่งให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้ หากใครชอบความโรแมนติคก็ต้องมายามเย็นชมพระอาทิตย์ตกดินที่นี่

ที่ตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม


พิพิธภัณฑ์ขนมไทย

ขนมไทยนับว่ามีชื่อเสียงไม่แพ้อาหารไทยเลย อีกทั้งยังมีเรื่องราวประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่น้อย หากใครใคร่รู้ความเป็นมาว่า ขนมไทยแท้ๆ มีอะไรบ้าง กำเนิดขึ้นเมื่อไหร่ ให้แวะไปที่พิพิธภัณฑ์ขนมไทยกันได้เลย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา จัดแสดงเรื่องราวของขนมไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยที่มีขนมต้มขาวขนมต้มแดง ขนมไทยชนิดแรกกำเนิดขึ้นในยุคนี้ สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ขนมไทยได้รับอิทธิพลจากขนมต่างชาติของท้าวทองกีบมา หัวหน้าต้นเครื่องในในสมัยนั้นเป็นผู้นำมาเผยแพร่ เช่น ฝอยทอง ทองหยิบ สังขยา หม้อแกง ขนมผิง เป็นต้น จนกระทั่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งมีขนมไทยที่วิจิตรงดงามเกิดขึ้นมากมาย เช่น มัศกอด รังไร ขนมลำเจียก ขนมมงคลเก้าอย่าง เป็นต้น สาเหตุที่สร้างพิพิธภัณฑ์ขนมไทยขึ้นที่นี่เพราะที่เมืองนี้มีวัตถุดิบหลากหลายอันเนื่องจากผืนดินอุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชผักผลไม้ได้ผลดีนั่นเอง แวะมาชมเรื่องราวขนมไทยที่ยังมีสืบเนื่องถึงปัจจุบัน ขนมไทยที่หารับประทานได้ยากแล้ว ความรู้เกี่ยวกับการทำขนมไทย พาหนะขายขนมในยุคก่อนๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เปิดเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น.เท่านั้น

ที่ตั้ง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม


อาสนวิหารแม่พระบังเกิด

นอกจากวัดวาอารามที่น่าสนใจในจังหวัดสมุทรสงครามจะมีมากมายหลายแห่งแล้ว โบสถ์คริสต์ที่น่าสนใจก็มีให้เห็นเช่นกัน เช่น อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ซึ่งสวยงามบรรเจิดทั้งภายนอกและภายใน ใครเห็นก็ต่างประทับใจในรูปแบบการก่อสร้างและการตกแต่ง โบสถ์นี้สร้างมากว่าร้อยปีแล้ว โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ตัววิหารเป็นศิลปะแบบโกธิกประดับตกแต่งด้วยภาพเขียนกระจกสีชนิด Stained Glass จากประเทศฝรั่งเศส 

ภายในตกแต่งด้วยรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา หากจะไปเที่ยวชม ไม่ควรไปวันจันทร์และวันอังคารเพราะจะมีการทำพิธีกรรมสำคัญทางศาสนา งดให้ชมภายในโบสถ์ ส่วนวันอื่นๆ สามารถชมได้ และถ้าอยากชมด้านในโบสถ์ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน จะมีผู้มานำชมพร้อมบรรยายให้ฟัง

ที่ตั้ง ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม


อาหารการกินของสมุทรสงคราม

อาหารก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผูกใจให้นักท่องเที่ยวไปเยือนสมุทรสงครามได้บ่อยๆ ไม่รู้เบื่อ เพราะของกินอร่อยมากมายสารพัดอย่าง โดยเฉพาะอาหารทะเล ที่นี่สดใหม่จริงๆ เหมือนยกมาจากท้องทะเลเดี๋ยวนั้นเลยทีเดียว  ขนมหวาน อาหารว่างก็ไม่เบาเป็นที่ติดใจของใครหลายคน

ร้านที่คนนิยมไปก็จะมี ร้านเคียงทะเล ร้านเรือนวารี ร้านนกเอี้ยง 2 สวนอาหารลุงขันธ บ้านชมวิว ร้านง้อโภชนา บ้านทองโบราณ ร้านแดงอาหารทะเล ครัวครูหอม ครัวครูหมู ครัวน้ำทิพย์ ร้านชาวเล ร้านสมนึกซีฟู้ด ร้านข้าวใหม่ปลามัน สวนอาหารเอปูเลซีฟู้ดส์ สวนอาหารคนที ริมน้ำ ประเภทเครื่องดื่ม ขนม อาหารว่างที่เก๋ๆ ก็จะมี ร้านชานชลา ร้านกาแฟ ณ บางน้อย ร้านสายน้ำฤาจะกั้น โฮมย์สเตย์บางน้อยคอยรัก ยังมีอีกหลายร้านให้สายกินได้ไปเช็กอินความอร่อยกันจนต้องกลับมาบอกต่อเลยทีเดียว

สอบถามข้อมูลประกอบการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม โทรศัพท์ 034 752-847-8