ตะลุยยุโรปสุดคุ้มด้วยบัตร Eurail Pass

การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในต่างแดนนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะนอกจากจะได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามด้วยตาตัวเองและถ่ายรูปสวยๆ กลับมาอวดชาวโลกแล้ว เรายังจะได้เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย หรือแม้กระทั่งเห็นโอกาสในการนำนวัตกรรม แนวคิดที่ล้ำหน้ากว่ามาปรับใช้ในชีวิตหรือสร้างโอกาสทางธุรกิจก็ยังได้  และหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่หลายๆ คนตั้งเป้าว่าจะต้องไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิตก็คือประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป


ยุโรปเป็นดินแดนที่โดดเด่นทั้งในด้านสถาปัตยกรรมทั้งที่เก่าแก่และร่วมสมัย ภูมิทัศน์และธรรมชาติที่งดงามแตกต่างจากบ้านเรา พิพิธภัณฑ์ดังๆ ระดับโลกที่รวบรวมและจัดแสดงวัตถุล้ำค้าของโลก ยุโรปมีเมืองดังๆ มากมาย รวมทั้งมีแลนด์มาร์กที่ห้ามพลาดหลายจุด ดังนั้นส่วนใหญ่เวลาไปเยือนยุโรปจึงมักจะไปทีละหลายประเทศเพราะมักเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง ที่นั่นก็ต้องไป ที่โน่นก็อยากเห็น เพราะมันสวยไปหมดทุกที่ ประกอบกับการเดินทางที่ยาวนานประมาณ 12 ชั่วโมง รวมทั้งค่าตั๋วเครื่องบินก็ค่อนข้างจะแพง ไปเที่ยวยุโรปกันทีจึงมักไปกันยาวๆ 10 วันขึ้นไป และ    แพลนไปเที่ยวหลายๆ ประเทศ หลายๆ เมืองที่อยู่ในโซนเดียวกัน


การเดินทางท่องยุโรปแบบข้ามเมือง ข้ามประเทศด้วยรถไฟเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย เมื่อเทียบกับการเช่ารถขับเองเพราะการขับรถที่ยุโรปอาจไม่ง่ายนักสำหรับคนไทยเนื่องจากยุโรปการขับขี่เป็นแบบพวงมาลัยซ้ายซึ่งตรงข้ามกับเมืองไทย รวมทั้งเรื่องความไม่คุ้นเคยกับเส้นทางและภาษา และการหาที่จอดรถซึ่งหลายๆ เมืองหาที่จอดรถยากและค่าจอดก็แพงอีก การเดินทางด้วยรถไฟจึงเป็นทางเลือกที่ดี เพราะระบบรถไฟยุโรปครอบคลุมแทบทุกเมือง ยิ่งในเมืองหลักๆ ทั้งเส้นทางและตารางเวลาหลากหลายมาก รถไฟก็สะอาด นั่งสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ Wifi ช่องชาร์ตแบตเตอรี่ พื้นที่วางสัมภาระและกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ โต๊ะพับสำหรับทานอาหาร ที่แขวนเสื้อโคท บางขบวนมีห้องกระจกส่วนตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ หรือมีเด็กเล็ก โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม   รถสายยาวๆ ยังมีตู้เสบียงให้บริการอาหารและเครื่องดื่มด้วย ใครที่กลัวว่าถ้าไปบางประเทศที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักแล้วจะลงผิดลงถูกก็ไม่ต้องกังวล เพราะเขามีทั้งตัววิ่งที่จอและประกาศเมื่อจะถึงแต่ละสถานีเป็นภาษาอังกฤษด้วย และที่น่าประทับใจมากคือ รถไฟในยุโรปนั้นส่วนใหญ่ตรงเวลามาก ๆ และมักมาจอดรอก่อนเวลาออกจริง จึงไม่ต้องกลัวว่าจะต้องรีบร้อนและลำบากต้องวิ่งตามรถแล้วยังมีสัมภาระรุงรัง สรุปแล้วนั่งรถไฟเที่ยวแสนสบาย นั่งเอนหลังดูวิวสวยๆ สองข้างทาง จิบกาแฟ กินแซนวิช อัพรูปลงโซเชียลไปเพลินเดี๋ยวก็ถึงจุดหมายๆ สบายๆ ไม่มีหลง

เมื่อเลือกที่จะเที่ยวยุโรปด้วยรถไฟแล้วก็มีทางเลือกอยู่สองวิธีหลักๆ  แบบที่หนึ่งคือ ซื้อแบบเป็นรายเที่ยว คือเที่ยวกี่จุด กี่เที่ยวก็จองแยกไปเป็นเที่ยวๆ  โดยต้องระบุวันที่ เวลา และขบวนที่แน่นอน หลายคนแนะนำวิธีนี้ โดยแนะนำให้จองล่วงหน้านานๆ ประมาณ 2-3 เดือนก่อนเดินทางเพราะจะได้ตั๋วโปรโมชั่นราคาถูก แต่ข้อควรระวังของตั๋วโปรก็คือจะยกเลิก เปลี่ยนเที่ยว เปลี่ยนวันไม่ได้ หรือแม้กระทั่งตั๋วราคาปกติก็มีเงื่อนไขในการยกเลิกหรือเปลี่ยนเที่ยวเช่นกัน เมื่อเปลี่ยนแล้วก็ต้องขึ้นรถขบวนที่จองอยู่ดี และตั๋วราคาปกติก็ค่อนข้างแพง


แบบที่สอง คือการซื้อพาส หรือตั๋วแบบเหมาที่เรียกว่า Eurail Pass ซึ่งก็คือตั๋วรถไฟโดยสารภายในสหภาพยุโรป ซึ่งครอบคลุมถึง 31 ประเทศ และกว่า 40,000 จุดหมายปลายทาง ซึ่งขายให้เฉพาะผู้ที่ไม่ได้เป็นพลเมืองของประเทศในกลุ่มยูโรเท่านั้น สามารถเดินทางด้วยรถไฟแบบไม่จำกัดจำนวนเที่ยวและระยะทาง ภายในระยะเวลาหรือจำนวนครั้งที่กำหนด โดยมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกทั้งแบบ One Country Pass สำหรับเที่ยวหนึ่งประเทศเฉพาะเจาะจง และ Eurail Global Pass ที่สามารถใช้ได้ทั่วยุโรป ทั้งสองแบบก็มีรูปแบบและระยะเวลาการใช้งานให้เลือกตามความเหมาะสม ทั้งแบบใช้ต่อเนื่องทุกวันและแบบไม่ต่อเนื่อง โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.eurail.com/en


บัตร Eurail Pass ดียังไงและเหมาะกับใคร?  ข้อดีที่ชัดเจนมากคือความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในการเดินทาง สำหรับนักเดินทางที่มีแผนการเดินทางท่องเที่ยวหลายเมืองหรือแม้กระทั่งหลายประเทศในหนึ่งทริป และโดยเฉพาะคนที่ไม่ต้องการย้ายที่พักบ่อยๆ จึงเลือกพักที่เมืองใดเมืองหนึ่งที่อยู่ตรงกลางแล้วเดินทางไปเที่ยวเมืองรอบๆ แบบไปเช้าเย็นกลับแทนจะยิ่งคุ้มมาก เพราะอย่างน้อยในหนึ่งวันจะขึ้นรถไฟอย่างต่ำ 2 รอบ และข้อดีที่ชัดเจนมากเมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อตั๋วแบบรายเที่ยวคือ ความยืดหยุ่นในการเดินทาง เพราะตั๋วรายเที่ยวต้องขึ้นเที่ยวที่จองไว้เท่านั้น แต่ถ้าใช้บัตร Eurail จะกลับเที่ยวไหนตอนไหนก็ได้ ทำให้การเที่ยวสนุกและคล่องตัวมากกว่า ไปเมืองไหนแล้วชอบอยากอยู่นานก็ยืดเวลาได้ หรือถ้าไปแล้วเบื่ออยากกลับเร็วหรือไปเมืองอื่นๆ ต่อเลยก็ทำได้สบายๆ เพราะจริงๆ แล้วรถไฟที่เดินทางระหว่างเมืองต่างๆ ในยุโรปจะมีหลายเที่ยว หลายรูทให้เลือก บางทีจุดหมายปลายทางเดียวกันแต่วิ่งคนละเส้นทางก็มี ดังนั้นนักเดินทางแทบไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีรถไฟกลับในเวลาที่ต้องการ ประกอบกับรถไฟแทบทุกประเทศในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นสวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรีย ฯ จะมี application ที่ใช้เช็ครอบรถไฟได้ตลอดเวลา หรือจะใช้แอปรวมที่เช็คตารางรถไฟของทุกประเทศอย่าง TRAINLINE EU หรือ RailPlanner ก็ได้ ทำให้การเดินทางด้วยรถไฟในยุโรปง่ายและคล่องตัวมาก 

ยกตัวอย่าง ผู้เขียนท่องเที่ยว 11 วัน 11 เมือง ใน 4 ประเทศคือ ออสเตรีย เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส โดยเลือกพัก 4 เมือง เมืองแรก 2 คืนที่ Bregenz ออสเตรีย เมืองที่สอง 6 คืนที่ Frankfurt เยอรมัน เมืองที่สาม 2 คืนที่ Strasbourg ฝรั่งเศส และคืนสุดท้ายที่ Zurich สวิสเซอร์แลนด์ เพื่อบินกลับในวันรุ่งขึ้น  ซึ่งต้องใช้รถไฟในการเดินทางทแทบทุกวัน เพราะใช้เมืองที่พักเป็นฮับในการเที่ยวแบบเดย์ทริปไปเมืองอื่นรอบๆ  ก่อนไปก็ได้เปรียบเทียบราคาระหว่างซื้อเป็นเทียบกับซื้อพาส (สามารถเช็คราคาค่าตั๋วรถไฟได้ง่ายๆ จากเว็บไซต์หรือแอปรถไฟของประเทศนั้นๆ  คำนวณแล้วการเดินทางในแบบของตัวเองซื้อพาสคุ้มกว่าเยอะมากจึงตัดสินใจซื้อ Eurail Global Flex Pass แบบ 10 วัน คือใช้ได้ 10 วัน แบบไม่ต่อเนื่อง วันไหนก็ได้ใน 3 เดือน ราคาคนละ 11,000 บาท ตกวันละ 1,100 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับค่ารถไฟรายเที่ยวแล้วถูกกว่ามาก เช่น จาก Frankfurt ไป Stuttgart ซึ่งใช้เวลาเดินทางแค่ 1.30 ชั่วโมง ค่าตั๋วเที่ยวเดียวก็ปาไป 67 ยูโร หรือประมาณ 2,500 บาทแล้ว ถ้าไปกลับก็ 5 พันบาท พาสถูกกว่ามาก การซื้อพาสจึงเป็นการตัดสินใจที่ใช่และคุ้มมาก และเมื่อเทียบกับการเที่ยวยุโรปที่ผ่านมาที่เคยซื้อตั๋วเป็นรายเที่ยว  นอกจากราคาแล้วการใช้พาสสะดวกและยืดหยุ่นกว่าจริงๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลามากเกินไปและเปลี่ยนแผนการเดินทางได้ตามที่เราต้องการ


Eurail Pass สามารถซื้อได้กับเอเจนท์ในไทย ซึ่งมีให้บริการหลายเจ้า ลองเปรียบเทียบราคาดู เพราะแต่ละเจ้าราคาต่างกันอยู่บ้าง รวมทั้งค่าเงินยูโรในช่วงนั้นๆ ก็มีผลต่อราคาด้วยเพราะราคาจะปรับตลอดตามค่าเงิน และในบางช่วงจะมีโปรโมชั่นลดราคา มีของแถม หรือซื้อตั๋วชั้น 1 ในราคาชั้น 2 เป็นต้น ดังนั้นใครวางแผนจะไปตะลุยยุโรปและคำนวณแล้วว่าซื้อพาสคุ้มกว่า ก็ลองเช็คราคาพาสไว้เรื่อยๆ เพราะพาสสามารถซื้อได้ล่วงหน้า 3 เดือนก่อนวันเปิดใช้งาน ถ้าเจอโปรโมชั่นเด็ดๆ ค่าเงินต่ำๆ ก็จัดไป ของผู้เขียนเองก็ซื้อตอนมีโปรโมชั่นเช่นกัน โดยสามารถสั่งซื้อออนไลน์กับเอเจนท์และจ่ายด้วยบัตรเครดิตได้เลย แต่ต้องยอมรับว่าพอเห็นราคามันค่อนข้างสูงเพราะเราต้องเหมาจ่ายไปก่อนเป็นก้อนใหญ่ อย่างของผู้เขียนคนนึงก็ 11,000 บาท (รวมค่าธรรมเนียมการออกตั๋วแล้ว) เที่ยวสองคนก็คูณสองมันก็หนักอยู่ แต่ SCB ก็มีทางออกให้ เราสามารถแบ่งชำระในยอดที่เล็กลงได้ เมื่อรูดจ่ายไปแล้วสามารถเปลี่ยนวงเงินนั้นเป็นการผ่อนชำระเป็นรายเดือนแทนกับบริการ SCB ดีจัง จะผ่อนเดือนละกี่พันก็เลือกเอาตามที่สะดวก โดยสมัครเองง่ายๆ ผ่าน SCB Easy App ได้เลย หรือใครไม่มีแอปจะโทรสมัครกับคอลเซ็นเตอร์ก็ได้อีก -บริการดีจัง แบ่งชำระรายเดือน-


ออกไปท่องโลกเปิดมุมมองใหม่ๆ กันเถอะ อย่าให้เรื่องเงินฉุดรั้งคุณไว้ เพราะ SCB มีตัวช่วยให้เรื่องเที่ยวเป็นเรื่องง่าย คุณค่าจากประสบการณ์ที่เราได้รับนั้นดีงาม ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ