ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
31-03-2569
สมัยนี้ปฏิเสธกันไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะด้วยจุดเด่นของเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม ให้รวดเร็ว เพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อมีเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายแบบนี้ หนึ่งสิ่งที่มาควบคู่กันนั่นก็คือ "สแกมเมอร์" (Scammer) หรือกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยช่องว่างทางเทคโนโลยีและหลักจิตวิทยาเพื่อล่อลวงเหยื่อ
สแกมเมอร์ในปัจจุบันมักปรากฏตัวในรูปแบบที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์โซเชียลมีเดียที่ดูดี ข้อความหรือคำพูดที่มีการชักจูง หว่านล้อมให้หลงกล ไปจนถึงการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ซึ่งการรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมและกลโกงเหล่านี้ เป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลในโลกออนไลน์ที่คุณไม่ควรมองข้าม!
สแกมเมอร์ (Scammer) คืออะไร
สแกมเมอร์ (Scammer) คือ บุคคลหรือกลุ่มอาชญากรที่ใช้กลอุบายหลอกลวงผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะออนไลน์ อาศัยจุดอ่อนทางจิตวิทยา เช่น ความโลภ ความกลัว หรือความไว้ใจ เพื่อเร่งให้เหยื่อตัดสินใจผิดพลาด เป้าหมายหลักของสแกมเมอร์คือ เงินและทรัพย์สิน ข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญอย่าง เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด รหัสผ่านบัญชีต่าง ๆ หรือรหัส OTP รวมถึงการหลอกใช้ความรู้สึกในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่ควรรู้เท่าทัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
สแกมเมอร์มีกี่แบบ พร้อมสรุปกลโกงยอดฮิตที่พบบ่อยในปัจจุบัน
แน่นอนว่ารูปแบบการหลอกลวงมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยรูปแบบของสแกมเมอร์ที่พบบ่อยมีดังนี้
สแกมเมอร์หลอกลงทุน (Investment Scam)
เป็นการชักชวนให้ลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หุ้นต่างประเทศ หรือแชร์ลูกโซ่ โดยมีการการันตีผลตอบแทนที่สูงเกินจริงและไม่มีความเสี่ยง มักมีการใช้รูปโปรไฟล์บุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น ดารา อินฟลูเอนเซอร์ หรือคนหน้าตาดีเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และใช้แอปพลิเคชันปลอมแสดงตัวเลขกำไรที่พุ่งสูงขึ้น เพื่อหลอกให้เหยื่อเติมเงินลงทุนเพิ่มเรื่อย ๆ
สแกมเมอร์หลอกโอนเงิน
มักเป็นการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น เจ้าหน้าที่ธนาคาร ตำรวจ หรือกรมศุลกากร โดยแจ้งว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินหรือมีพัสดุผิดกฎหมายตกค้าง จากนั้นจะใช้การข่มขู่ด้วยข้อกฎหมายเพื่อให้เกิดความวิตกกังวล และโน้มน้าวให้โอนเงินไปเพื่อการตรวจสอบ หรือหลอกให้กดลิงก์เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ
สแกมเมอร์ร้านค้าออนไลน์ปลอม
การเปิดเพจหรือเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าที่เป็นกระแสในราคาที่ถูกผิดปกติ เพื่อดึงดูดความสนใจ เมื่อมีการโอนเงินชำระค่าสินค้า มิจฉาชีพจะปิดช่องทางการติดต่อทันที หรือส่งสินค้าที่ไม่ตรงตามที่โฆษณา เพื่อเป็นการประวิงเวลาในการแจ้งความดำเนินคดี
สแกมเมอร์ฟิชชิ่ง
สแกมเมอร์ฟิชชิ่งจเป็นสแกมเมอร์ที่มาในรูปแบบกลลวงด้วยการส่งอีเมล หรือข้อความ SMS ที่แนบลิงก์ไปยังเว็บไซต์ปลอม ที่มีหน้าตาเหมือนเว็บไซต์จริงของธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ เพื่อหลอกให้เหยื่อกรอกข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน หรือรหัส OTP เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นที่ได้ เข้าถึงบัญชีการเงินโดยตรง
สแกมเมอร์หลอกรัก
สแกมเมอร์หลอกรักมักจะมาในลักษณะของการสร้างโปรไฟล์ปลอมที่ดูภูมิฐาน มั่นคง และน่าเชื่อถือ เพื่อเข้ามาตีสนิทสร้างความสัมพันธ์ทางใจ เมื่อเหยื่อเริ่มไว้วางใจจะเริ่มสร้างสถานการณ์เพื่อขอความช่วยเหลือทางการเงิน เช่น การล้มป่วยกะทันหัน หรือการติดค้างค่าธรรมเนียมศุลกากรในการส่งของขวัญราคาแพงมาให้
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถือเป็น "สแกมเมอร์" หรือไม่
ใช่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์คือหนึ่งในรูปแบบของสแกมเมอร์ที่มีความอันตรายสูง เนื่องจากทำงานเป็นขบวนการ มีการเตรียมบทสนทนาเพื่อสร้างความกลัว และกดดันเหยื่ออย่างเป็นระบบ มักแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และใช้กลลวงข่มขู่บอกว่าค้างชำระหนี้ อ้างว่าเหยื่อมีคดี หรือหลอกให้ติดตั้งแอปอันตราย ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินทางการเงินโดยไม่รู้ตัว
รู้ทัน 4 กลยุทธ์ที่สแกมเมอร์มักใช้ล่อลวงเหยื่อ
ความสำเร็จของสแกมเมอร์ส่วนใหญ่มาจากการใช้หลักจิตวิทยาเพื่อชักจูง และควบคุมพฤติกรรมของเหยื่อ ซึ่ง 4 กลยุทธ์สำคัญสแกมเมอร์มักใช้ล่อลวงเหยื่อ คือ
4 สัญญาณบ่งชี้ความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าสแกมเมอร์
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของสแกมเมอร์ แนะนำว่าหากพบเหตุการณ์ หรือพฤติกรรมที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ควรมีสติ ระมัดระวังในการให้ข้อมูล และหยุดการติดต่อทันที
4 วิธีปฏิบัติเพื่อป้องกันตัวจากสแกมเมอร์ที่ควรรู้ มีอะไรบ้าง
การสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลสามารถเริ่มต้นได้จากการรู้เท่าทัน โดยเริ่มจากวิธีง่าย ๆ ที่สามารถช่วยป้องกันตัวเองจากกลุ่มมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ คือ
ข้อควรปฏิบัติหากตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์
หากพบว่าตนเองได้รับความเสียหาย หรือเผลอหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว ควรดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้โดยเร็วที่สุด
การป้องกันเชิงรุกจากภัยสแกมเมอร์ที่ไม่ควรมองข้าม
จะเห็นได้ว่า ยุคนี้อาชญากรรมไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น หากใครที่มีความรู้สึกไม่ชอบมาพากล รู้สึกมีความเอะใจตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่ากำลังเผชิญหน้ากับสแกมเมอร์ วิธีแก้เผ็ด scammer ที่ดีที่สุด คือการมีสติ และรู้เท่าทันกลโกงต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยง ไม่ให้ตนเองตกเป็นเหยื่อได้
ในขณะเดียวกัน การแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทริคต่าง ๆ ที่เหล่าสแกมเมอร์ใช้ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้เผ็ด scammer ที่ดีเช่นกัน เพราะข้อมูลเตือนภัยเหล่านี้ จะช่วยให้สังคมรู้เท่าทันมากขึ้น ไม่หลงเชื่อโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ และหยุดการสนทนาทันทีเมื่อพบความผิดปกติ
“จำไว้เสมอ ตรวจสอบก่อนโอนทุกครั้ง สงสัยไว้ก่อน ปลอดภัยกว่า”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสแกมเมอร์
ถ้าถูกสแกมเมอร์โอนเงินไปแล้ว มีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่?
โอกาสได้เงินคืนมีแต่น้อยมากขึ้นอยู่กับความเร็วในการดำเนินการ หากแจ้งธนาคารภายใน 30 นาที-1 ชั่วโมงหลังโอน อาจมีโอกาสอายัดบัญชีทันก่อนมิจฉาชีพโอนเงินหนี แต่ส่วนใหญ่สแกมเมอร์จะโอนเงินออกทันทีหรือกระจายไปหลายบัญชี สถิติผู้เสียหายได้เงินคืนไม่ถึง 10% และใช้เวลานานหลายเดือนถึงปี
วิธีเพิ่มโอกาสเงินคืน: แจ้งธนาคารทันที (Call Center ธนาคารต้นทางและปลายทาง), แจ้งความที่สถานีตำรวจพร้อมหลักฐาน, แจ้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางไอที, ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามการป้องกันดีกว่าแก้ไขควรระมัดระวังตั้งแต่แรก
สแกมเมอร์ใช้เลขหมายโทรศัพท์แบบไหน และบล็อกได้หรือไม่?
A: สแกมเมอร์ใช้หลายรูปแบบ 1) เบอร์ต่างประเทศขึ้นต้น +66, +84, +855, +95 โทรจากต่างประเทศ หรือใช้แอปฯ เปลี่ยนเบอร์ 2) เบอร์ปลอม Caller ID Spoofingปลอมเบอร์ให้ดูเหมือนเบอร์ธนาคาร หน่วยงานรัฐ 3) เบอร์ซิมเติมเงินซื้อซิมเติมเงินไม่ต้องลงทะเบียน ใช้ทิ้ง 4) Line/WhatsAppใช้แอปฯ แชท โทรฟรี ไม่ต้องเปิดเผยเบอร์จริง การบล็อกบล็อกได้แต่สแกมเมอร์มีเบอร์เยอะ เปลี่ยนใหม่ตลอด
วิธีรับมือ: ไม่รับสายเบอร์ไม่รู้จัก, ใช้แอปฯ คัดกรอง เช่น Truecaller, WhosCall, เช็กเบอร์ก่อนรับ Google Search "เบอร์นี้", ไม่โทรกลับเบอร์แปลกหน้า
ทำไมห้ามบอกรหัส OTP ให้ใครฟัง แม้จะเป็น "เจ้าหน้าที่ธนาคาร"?
A: OTP (One-Time Password) คือกุญแจสำคัญที่สุดในการยืนยันตัวตนและอนุมัติธุรกรรม ถ้าสแกมเมอร์ได้ OTP = เข้าถึงบัญชีได้ทันทีโอนเงินออก เปลี่ยนรหัสผ่าน ล็อกเราออก
หลักการ: ธนาคารและหน่วยงานจริงไม่เคยขอ OTP ทางโทรศัพท์หรือแชทเพราะ OTP ออกแบบให้เราใส่ในระบบเท่านั้น ไม่ใช่บอกคนอื่น
กลลวง: สแกมเมอร์แอบอ้างว่า "กำลังตรวจสอบบัญชี", "ยกเลิกธุรกรรมผิดปกติ", "ยืนยันตัวตนเพื่อความปลอดภัย" แล้วขอ OTP ทันที กฎเหล็ก: ไม่บอก OTP ให้ใครไม่ว่ากรณีใดหากมีคนขอ = 100% สแกมเมอร์ แม้แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารจริงก็ไม่มีสิทธิ์ขอ