Divana ไขโจทย์นวัตกรรมธุรกิจรับเทรนด์ Wellness

เมื่อการให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกลายเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ ที่ผลักดันเศรษฐกิจทั่วโลก  Divana ผู้นำแบรนด์ Spa & Wellness ซึ่งเล็งเห็นล่วงหน้าถึงโอกาสที่มากับเทรนด์แห่งศตวรรษที่ 21 ได้ผสมผสานนวัตกรรมเพื่อยกระดับและเพิ่มมูลค่าธุรกิจไทยก้าวหน้าสู่มาตรฐานระดับโลก คุณพัฒนพงศ์ รานุรักษ์และคุณธเนศ จิระเสวกดิลก สองผู้ก่อตั้งจะมาแบ่งปันเรื่องราวการใช้นวัตกรรมสร้างสรรค์อาณาจักรธุรกิจ Divana พร้อมทั้งมองเทรนด์นวัตกรรมในตลาดสินค้า โดย คุณวลีวัลย์ เอกนัยน์  ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส – Nanotec สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)


ประสบการณ์เดินทาง 20 ปีของ Divana


จากที่เคยทำงานสายการบิน Swiss Air ทำให้คุณพัฒนพงศ์และคุณธเนศ มีประสบการณ์ใกล้ชิดกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาตรฐานความเป็น Wellness สูงอันดับต้นของโลก และเป็นสิ่งที่จุดประกายการเริ่มต้นธุรกิจสปาเมื่อปี 2001 “เราตั้งวิสัยทัศน์ตั้งแต่วันแรกที่ทำธุรกิจว่าเป็นบริษัทนวัตกรรมทางด้านเชิง Wellness และก็ตั้งมั่นว่าจะทำธุรกิจ Wellness ให้ได้ในระดับเวิลด์คลาส โดยมีนวัตกรรมเป็นหัวหอกสำคัญที่จะทำให้เราครองใจลูกค้าได้” คุณพัฒนพงศ์กล่าว และด้วยความเป็นนักเดินทาง ทั้งสองผู้ก่อตั้ง Divana จึงมีโอกาสได้นำสิ่งใหม่ๆ มาพัฒนาสินค้าบริการให้ลูกค้าเสมอ  “ในตอนนั้น เราทำธุรกิจที่ใหม่มากๆ นำบริการระดับพรีเมี่ยมมาผสมผสานกับวัฒนธรรมเอเชียและการออกแบบโปรแกรมที่ไม่มีที่ไหนในโลก โดย Integrate สิ่งต่างๆ เหล่านี้มาสร้าง Customer Experience”  ซึ่งในมุมมองของคุณพัฒนพงศ์ สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ ที่ชวนให้ลูกค้าตั้งคำถามอยากรู้ว่าสปา Divana คืออะไร ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายอย่างมหาศาล มีลูกค้าจากทั่วโลกมาใช้บริการของ Divana ส่งผลให้ธุรกิจใน 5 ปีแรก บุ๊คกิ้งเต็มตลอด ต้องจองล่วงหน้ากว่า 6 เดือน


ในปี 2005 เริ่มออกโปรดักส์ทรีทเมนต์ให้ลูกค้าซื้อกลับบ้าน ต่อมาในปี 2007 พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการกลุ่ม  Anti-Aging  ในปี 2014 Divana หันมาจับตลาดลูกค้าคนไทยมากขึ้น และมีไอเดียในการนำนวัตกรรมมาผสมผสานกับศาสตร์การทำสปา หลังจากที่ทำวิจัยอยู่ปีกว่า เปิดตัว Dii Wellness Med Spa ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ มีบริการที่ใช้งานวิจัยเรื่อง Brain Wave Music  Lighting Therapy เครื่องให้ออกซิเจน เครื่องผลักวิตามิน ฯลฯ มาประยุกต์ใช้กับการทำสปาให้ลูกค้าผ่อนคลายมากที่สุด รวมถึงออกแบบโปรแกรมสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เช่นบำบัดคนนอนหลับยาก เป็นต้น  “เป็นการดูแลทั้ง Body Mind Soul ด้วยการนำวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับศิลปะขั้นสูงให้เกิดสุนทรียะ”


เมื่อเล็งเห็นว่าเทรนด์ความงามกำลังมา ในปี 2016 บริษัทได้เปิดคลินิก Dii Aesthetic นำเครื่องมือทางการแพทย์มาสร้างบริการที่คนเข้าถึงง่ายขึ้น 2017 เปิดคาเฟ่แนวคิดใหม่ในรูปแบบ “Wellness Café” ล่าสุดในปี 2020 Divana ริเริ่มการใช้นวัตกรรมเข้าไปให้ชุมชนและเข้าใจ Pain Point ของคนเมือง นำมาสู่การพัฒนาสินค้ากลุ่ม Aromatic Home Care ที่ใช้งานวิจัยจากประเทศเยอรมนี ได้ผลิตภัณฑ์ทำจากวัสดุธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายใต้แบรนด์ Divana Urban Forest กาารพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ Divana Urban Wellness ส่งสุขภาพที่ดีไปที่บ้าน รวมถึงสินค้าอาหารเสริม Dii Supplement ที่นำงานวิจัยมาพัฒนาสินค้าที่ช่วยในการดูแลผิวพรรณ รูปร่าง อย่างได้ผล เช่นอาหารเสริมลดฝ้ากระ จากที่เคยต้องกินอาหารเสริมหลายชนิด แต่ของ Dii Supplement กินแล้วเห็นผลด้วยกระปุกเดียว เป็นต้น


ปัจจุบันบริษัทกำลังวิจัยโปรเจ็กต์ Divana for Longevity Life เพื่อการมีอายุยืนและมีสุขภาพดี โดยใช้หลัก Mindset ผสมผสาน Body Mind Soul สร้างสุนทรียะในการใช้ชีวิต รวมถึงการมี Wellness Academy ที่เน้นเรื่องนวัตกรรมด้วย “Divana มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนในการนำนวัตกรรมมาใช้กับการบริหารและการทำงาน” คุณพัฒนพงศ์กล่าว

divana-innovation-for-wellness-01

การ Forecast เทรนด์ คีย์หลักของการออกโปรดักส์ตอบโจทย์ลูกค้า


คุณธเนศมองว่าลูกค้าคือหัวใจหลักของการทำธุรกิจ ที่ต้องรู้ก่อนว่า Pain ของลูกค้าคืออะไร? ส่วนงานวิจัยเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สร้างความแตกต่าง มีมูลค่าให้สินค้าบริการของบริษัทมีจุดขายและจุดแข็งเหนือกว่าของคนอื่น ในการทำธุรกิจของ Divana  ที่เริ่มต้นจากงานบริการ พัฒนามาเป็นรูปแบบธุรกิจที่หลากหลาย อย่างสินค้าและแพลตฟอร์ม ขยายแบรนด์ Divana มาถึง Dii  สิ่งที่สำคัญคือการคาดการณ์ล่วงหน้า สำหรับธุรกิจเรื่องสุขภาพ การคาดการณ์เทรนด์สุขภาพ จะช่วยให้เห็นถึงความต้องการและ Pain ของลูกค้าแต่ละช่วง เมื่อเห็นภาพชัดเจนก็สามารถออกแบบสินค้าและบริการตอบโจทย์ลูกค้าได้


ในส่วนของแบรนด์ Dii ที่ย่อมาจาก Divina Integrated Innovation เป็นการนำนวัตกรรมเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมตะวันออกและพลังแห่งธรรมชาติ เพื่อสร้างโซลูชั่นตอบโจทย์เรื่องการดูแลป้องกันสุขภาพไม่ให้เจ็บป่วย เข้ากับเทรนด์ Preventive Medicine ที่จะเป็นที่นิยมในช่วงเวลาอันใกล้นี้  เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ Divana คาดการณ์  เทรนด์ Wellness และได้นำผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ การแพทย์ รวมถึงงานวิจัยมาเติมเต็มเพื่อตอบโจทย์การพัฒนานวัตกรรมการดูแลรักษาสุขภาพ  ตัวอย่างเช่น ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) Divana นำมาใส่เพิ่มให้เป็น 7 สัมผัส (สัมผัสทั้ง 5 + จิตใจ + จินตนาการ) ลงในการรับรู้ของลูกค้า โดยประยุกต์ใช้งานวิจัยในสัมผัสแต่ละส่วน ได้แก่งานวิจัยเรื่องแสง คลื่นเสียง กลิ่น ที่ช่วยให้เกิดสภาวะผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบ นำมารวมกันออกแบบโปรแกรมสปา “Empress of the Sea” สร้างมูลค่าได้ถึง 22,500 บาทต่อครั้ง “งาน research สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดจุดแข็งและคุณค่าได้อยางสมบูรณ์แบบ” คุณธเนศกล่าว


อีกตัวอย่างคือโปรแกรมทรีทเมนต์ “Organic Golden Silk Royal Pamper” ที่ถูกพัฒนาขึ้นมารองรับกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นที่มาใช้บริการที่สาขาทองหล่อ ซึ่งเทรนด์ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบคือของ Organic เมื่อ Divana ทำวิจัยเพิ่มขึ้นก็พบว่าสิ่งที่จะตอบโจทย์ลูกค้าญี่ปุ่นได้ถูกต้องที่สุดคือ Oriental Organic ที่ใส่ความเป็นตะวันออกเข้าไปด้วย นำไปสู่การออกแบบโปรแกรมสปาดังกล่าว ประกอบด้วยการขัดผิวด้วยเส้นไหมแบบ “หมั่งหมิง” ที่เป็นการสครับผิวแบบเดียวซูสีไทเฮา แช่น้ำและนวดตัวด้วยน้ำมันสกัดจากเซริซิน (sericin) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติจากตัวไหม มีคุณสมบัติเป็นกาวเคลือบไหม เป็นโปรตีนช่วยสมานผิวให้สมบูรณ์แข็งแรง โปรแกรมนี้ได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และเป็นโปรแกรมที่ททท.แนะนำให้เป็นต้นแบบแคมเปญ “The Making of Luxury” นับเป็นการนำนวัตกรรมมาสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการได้อย่างเป็นรูปธรรม


Mindset ของผู้ประกอบการสำคัญที่สุด


“อันดับแรก CEO หรือเจ้าของธุรกิจต้องมี Mindset ก่อนว่าจะทำเรื่องนวัตกรรม” คุณพัฒนพงศ์กล่าว ซึ่งในปัจจุบันการจะทำการค้นคว้านวัตกรรมง่ายกว่าสมัยก่อนมาก เพราะมีหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้โดยตรงอย่างสวทช. หรือแม้แต่ SCB ที่ช่วยประสานงานให้ผู้ประกอบการเข้าถึงงานค้นคว้าวิจัยที่จะนำมาใช้พัฒนาสร้างสินค้าใหม่  ในความเห็นของคุณพัฒนพงศ์ สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการต้องมี Mindset ว่างานของเราไม่ควรจะง่าย เพราะถ้าง่ายเกินไป คนอื่นก็ทำได้เช่นกัน การเป็น SME เมื่อเห็นอุปสรรคแปลว่าโอกาส ในช่วงโควิดที่ทุกคนกำลังเบื่อ แต่เป็นเวลาที่  Divana ทำงานอย่างหนักในการนำนวัตกรรมมาสร้างผลิตภัณฑ์บริการใหม่ๆ   “Divana เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการที่ทำงานนวัตกรรม การที่เจอกับการเปลี่ยนแปลงจากทั้งดิสรัปชั่น โรคระบาด สงครามการค้า ถ้าทำงานโดยไม่มีนวัตกรรมเลยจะเหนื่อยมาก”


ทั้งนี้ การทำงานแบบ Divana การกำหนดเทรนด์สำคัญมาก ทั้งการมอง Macro Trend ระดับโลกไปทางไหน , Micro Behavior กลุ่มลูกค้าของเรา พยายาม Think Global ให้มากขึ้นเพื่อขยายสู่แพลตฟอร์มต่างประเทศ  “อยากให้สิ่งเหล่านี้เป็น Inspiration  ว่าทุกครั้งที่เราเห็นอุปสรรค การนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ต้องใช้พลังเยอะ แต่แปลว่าคนอื่นก็ตามเรายากเหมือนกัน”

ภาพรวมเทรนด์สินค้าความงาม


คุณวลีวัลย์ เอกนัยน์  ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส – Nanotec สวทช.
กล่าวถึงเทรนด์ของสินค้าเครื่องสำอางใน 2 แง่มุม ได้แก่ 1) เทรนด์ใกล้ตัวในช่วง 2-3 ปีมานี้ เป็นเรื่อง Aging Society สินค้าในตลอดที่ตอบรับเทรนด์นื้คือ สินค้ากลุ่มชะลอริ้วรอย ดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก ในช่วงใกล้ๆ นี้ เทรนด์เรื่อง Aging Society ก็ยังอยู่ แต่มีเรื่องใหญ่ระดับโลกเข้ามาแทรกคือโควิด ทำให้เกิดปรากฎการณ์แอลกฮอลก์ขาดตลาด เมื่อมาดูตัวสินค้าแอลกอฮอลก์ล้างมือ ตอนแรกก็เป็นสเปรย์หรือเจลแอลกอฮอลก์ธรรมดา ต่อมามีการเติมสารต่างๆ เช่นให้ผิวชุ่มชื่น ใส่สี แต่งกลิ่น ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่นำนาโนเทคโนโลยีเข้ามาใช้ได้ เทรนด์ที่ 2 คือเครื่องสำอางออร์แกนิค ที่เป็นเครื่องสำอางที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการใช้สารเคมีและกระบวนการ GMO และจากเทรนด์ออร์แกนิคก็พัฒนามาเป็น Green Cosmetic หรือเครื่องสำอางจากธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่จำกัดแค่ส่วนผสม แต่รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ปราศจากสารเคมี สามารถรีไซเคิลได้


เทรนด์ที่กำลังจะมาคือ Clean Cosmetic หรือ Clean Beauty จริงๆ ศัพท์คำนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 1970 หมายถึง Clean Make Up Look แต่งหน้าเหมือนไม่แต่ง แต่นิยามในปัจจุบันจะหมายถึง Clean of Harmful Ingredient  คือไม่ได้ต้องปราศจากสารเคมีแบบ Green Cosmetic แต่สามารถใส่สารเคมีที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมได้ รวมไปถึงการนำสิ่งของธรรมชาติมาใช้งาน ก็ต้องคืนสิ่งดีคืนสู่ธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติด้วย เป็นการพึ่งพาซึ่งกันและกัน และต้องดูแลช่วยเหลือเกษตรกรชุมชนที่ผลิตวัตถุดิบธรรมชาติที่นำมาใช้ผลิตเครื่องสำอางให้มีความเป็นอยู่ที่ดีด้วย

เทรนด์ธุรกิจสุขภาพแห่งอนาคต : จาก Wellness สู่ Longevity


ในมุมมองของ Divana โลกหลังโควิดทำเห็นเทรนด์สุขภาพ 3 ข้อ ได้แก่ 1) สุขภาพ เรื่องสำคัญ เพราะไม่ว่าจะทำอะไร เรื่องสุขภาพพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น สิ่งที่ช่วยให้คนสามารถตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยเรื่องสุขภาพจึงเป็นโอกาสได้ทั้งหมด 2) ความง่ายที่จะเข้าถึงการตรวจ สะดวก ง่ายที่จะทำได้เองแบบ 24X7 ตัวอย่างเช่นชุดตรวจโควิดแบบ ATK ซึ่งต่อไปอาจมีชุดตรวจโรคอื่นๆ ด้วยตัวเองเพิ่มมากขึ้น หรือการมีวิธีที่คนจะวิเคราะห์โรคด้วยตัวเองได้ ถ้าอยากพบแพทย์ก็สามารถปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ได้ 3)  Solution ตอบโจทย์ในมิติที่ลึกและกว้างขึ้น โดยนำเทคโนโลยี เช่น การแพทย์แม่นยำที่สามารถเจาะลึกได้ว่าจะแก้ปัญหาสุขภาพอย่างไรให้ตรงจุด แม้กระทั่งมิติของการดูแล ที่ไม่ใช่ดูแลแค่การรักษาร่างกายอย่างเดียว แต่เป็นมิติของการป้องกัน สร้างภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงเรื่องจิตใจ สภาวะทางอารมณ์ที่เป็นพื้นฐานการเกิดโรคต่างๆ ด้วย เช่นโรค NCD มะเร็ง หัวใจ เบาหวาน ความดัน ซึมเศร้า ฯลฯ  สิ่งสำคัญสุดท้ายคือ Spiritual การปลูกฝังคุณค่าของชีวิตและจิตสำนึกดูแลตัวเองและสังคม เป็นการดูแลทั้ง Body Mind และ Soul


เทรนด์ของ Wellness ที่ Divana มองเห็นคือการก้าวเข้าสู่ยุคของ Longevity ที่คนมีชีวิตยืนยาวขึ้น จากเทคโนโลยีการแพทย์และการดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งคำถามสำคัญก็คือทำอย่างไรจึงจะตอบโจทย์การมีชีวิตยืนยาวบนพี้นฐานสุขภาพดี มีความสุขกับการใช้ชีวิตในทุกๆ วัน และใช้คุณค่าของตัวเราทำให้สังคมและโลกดีขึ้นได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเทรนด์ที่จะไปไกลมา ซึ่งเมื่อมองเห็นเทรนด์ก็จะมองเห็นโอกาส และนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาพัฒนาโปรดักส์ตอบโจทย์ลูกค้าได้


ที่มา : งานสัมมนาออนไลน์ ไขรหัสลับ เปิดมุมมองเพื่อปรับตัว เตรียมพร้อมกับโอกาสทางธุรกิจด้าน Smart Wellness โดย SCB SME วันที่ 6 ตุลาคม 2564