หุ้นปันผลให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

บทความโดย: นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP® นักวางแผนการเงินอิสระ นักเขียนและวิทยากร


เมื่อพูดถึงตลาดหุ้น นักลงทุนส่วนใหญ่มักนึกถึงแต่ผลกำไรอันเย้ายวน หรือนึกถึงแต่การซื้อๆ ขายๆ (Trading) เพื่อให้ได้กำไรที่เร็วที่สุด ซึ่งนั้นอาจจะไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะสมในการลงทุนระยะยาว เพราะหากคุณต้องการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน คุณต้องปล่อยให้เงินไปทำงานให้คุณ และหนึ่งในกลยุทธ์ในการลงทุนเพื่อให้เงินทำงานให้เรา คือ การลงทุนในหุ้นปันผล


ทำไมต้องลงทุนกับหุ้นปันผล?

หลักการในการลงทุนในหุ้นอย่างหนึ่งที่นักลงทุนมักจะหลงลืมไปก็คือ การลงทุนในหุ้น คือ การลงทุนในธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตาม ต่างก็เป็นธุรกิจที่ดำเนินไปด้วยผู้จัดการ พนักงาน ลูกค้า สินค้าและบริการ โดยที่ทุกคนต่างมีความหวังร่วมกันเพียงอย่างเดียว คือ กำไรจากการดำเนินธุรกิจ (ไม่ได้เป็นแค่อักษรภาษาอังกฤษเพียง 3 – 4 ตัว ที่คุณจะพิมพ์ในโปรแกรม settrade เพียงเพื่อแค่เช็กราคาหุ้น) และเมื่อธุรกิจมีกำไร สิ่งที่เราจะได้รับเป็นผลตอบแทนจากการเป็นผู้ถือหุ้น ก็คือ เงินปันผล หากเราเลือกลงทุนในธุรกิจที่ดี มีความสามารถในการแข่งขันที่สูง ธุรกิจก็จะมีผลกำไรที่ดีและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นจะสามารถเพิ่มความมั่งคั่งให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างมากเลยทีเดียว


นอกจากนี้การลงทุนในหุ้นปันผลสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ โดยเงินเฟ้อพื้นฐานตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3% ต่อปี หากเรามองว่าการลงทุนในหุ้น คือ การลงทุนในกิจการ เมื่อเราลงทุนในธุรกิจที่ดี ธุรกิจย่อมคาดหวังการเจริญเติบโต ซึ่งโดยเฉลี่ยอัตราการเจริญเติบโตของบริษัทที่ดีมักจะมากกว่าเงินเฟ้อ และสถิติการลงทุนในหุ้นตลอดระยะเวลาหลายสิบปีตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาพบว่า การลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 – 10% ต่อปี ซึ่งจะเห็นว่าสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้อย่างสบาย


แล้วเราจะเลือกลงทุนในหุ้นปันผลอย่างไร?

การคัดเลือกหุ้นปันผล แนะนำให้พิจารณา 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  1. ควรเป็นกิจการที่มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นผู้นำในธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ มีแบรนด์หรือตราสินค้าที่เป็นที่จดจำของลูกค้า ที่สำคัญเราต้องรู้จักและเข้าใจในธุรกิจที่เรากำลังลงทุนด้วย
  2. มีความสม่ำเสมอในการจ่ายเงินปันผล ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายและความเคร่งครัดของบริษัทในการจ่ายเงินปันผล โดยอาจดูได้จากข้อมูลการจ่ายเงินปันผลในอดีต ซึ่งสามารถดูข้อมูลการปันผลย้อนหลังของหุ้นได้ที่หน้า “สรุปข้อสารสนเทศ” ในเว็บไซต์ของทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th, www.settrade.com)  หุ้นปันผลที่ดีนอกจากปันผลอย่างต่อเนื่องแล้วควรปันผลมากขึ้นด้วย เช่น จากข้อมูลย้อนหลัง ปีแรกปันผล 1 บาท ปีที่สองควรปันผล 1.10 บาท และปีที่สามควรปันผล 1.20 บาท เป็นต้น เพราะหากกิจการสามารถจ่ายเงินปันผลที่มากขึ้น นั่นหมายถึงสุขภาพทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทมีแนวโน้มการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้นักลงลทุนมีความอุ่นใจในระดับหนึ่ง
  3. ต้องอย่าลืมว่าการลงทุนในหุ้นปันผลคือการลงทุนระยะยาว เป็นการให้เงินทำงานแทนเรา นอกจากนี้เรามักจะพบว่าหลังจากที่บริษัทจ่ายเงินปันผลออกมา หุ้นจะมีราคาตกลงมาเท่ากับหรือมากกว่าเงินปันผลที่เราได้ (การจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น คือการจ่ายเงินมาจากกำไรสุทธิ หรือกำไรสะสม ทำให้เงินสดในกิจการลดลง ส่งผลให้ราคาหุ้นอาจลดลงได้) ดังนั้นถ้าเราหวังแค่เงินปันผลระยะสั้น อยากซื้อหุ้นเพื่อรับเงินปันผลแล้วขายเลย อาจทำให้เราขาดทุนที่ราคาหุ้นแทน


อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหุ้นปันผลก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง คือ เงินปันผลที่เห็นในตอนนี้ มาจากผลการดำเนินงานในอดีต และอดีตก็ไม่ได้บ่งบอกถึงอนาคต หากนักลงทุนใช้แค่ตัวเลขทางสถิติ เช่น อัตราการจ่ายเงินปันผลในอดีต แล้วเข้ามาลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนจากเงินปันผล ก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะได้รับผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะบางครั้งเมื่อบริษัทต้องการใช้เงินทุนเพื่อขยายกิจการ บริษัทอาจไม่สามารถจ่ายเงินปันผลออกมามากเท่าที่เคยจ่ายก็เป็นได้


ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนควรทำ คือ การศึกษาธุรกิจ (หุ้น) ที่เราต้องการลงทุน ประเมินแนวโน้มความสามารถในการสร้างผลกำไรในอนาคต ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่สุดที่จะบอกได้ว่าบริษัทนั้นมีโอกาสจ่ายเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ และหมั่นติดตาม ตรวจสอบการลงทุนของเราอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหากทำได้เช่นนี้ การซื้อหุ้นปันผลครั้งถัดไปของคุณจะมีโอกาสประสบความสำเร็จที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน