ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
31-07-2562
การใช้บัตรเครดิตถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่หากใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจกลายเป็นภาระหนี้ที่สะสมจนยากจ่ายคืนได้ทันเวลา หลายคนต้องเผชิญกับดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่สูง ทำให้ยอดหนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นปัญหาทางการเงินที่กระทบทั้งสภาพคล่องและคุณภาพชีวิต หนึ่งในทางออกที่หลายคนเลือกใช้ คือ “สินเชื่อปิดบัตรเครดิต” หรือการ กู้เงินปิดบัตรเครดิตก้อนใหม่มาชำระหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด เพื่อให้ภาระหนี้อยู่ในระบบเดียว ดอกเบี้ยต่ำกว่า และสามารถวางแผนการผ่อนชำระได้ชัดเจนมากขึ้น วันนี้เรามีวิธีการปลดหนี้บัตรเครดิตทั้งการกู้เงินก้อนปิดหนี้และการปรับพฤติกรรมการใช้เงินให้ดีขึ้น มีอะไรบ้างไปดูกันเลย
กู้เงินก้อนปิดหนี้ คืออะไร?
การกู้เงินก้อนปิดหนี้ คือการขอสินเชื่อก้อนใหม่มาเพื่อชำระหนี้เดิมที่มีอยู่ทั้งหมดหรือบางส่วน โดยเฉพาะหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือหนี้นอกระบบ การกู้ในลักษณะนี้ช่วยให้เรารวมภาระหนี้ให้อยู่ในระบบเดียว มีแผนการผ่อนชำระที่ชัดเจน และมักได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหนี้เดิม จึงทำให้บริหารจัดการหนี้ได้ง่ายขึ้น
จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องกู้เงินเพื่อปิดหนี้แล้ว?
สัญญาณที่ควรสังเกตว่าคุณอาจถึงเวลาต้องกู้เงินเพื่อปิดหนี้ ได้แก่
หากพบสัญญาณเหล่านี้ การกู้เงินก้อนปิดหนี้อาจเป็นทางออกที่เหมาะสม เพื่อหยุดการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยและจัดระบบการเงินใหม่
กู้เงินเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิตได้ไหม?
คำตอบคือ ได้ ปัจจุบันมีสินเชื่อปิดบัตรเครดิตที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปิดหนี้บัตรเครดิตโดยเฉพาะ เพราะหนี้บัตรเครดิตมักมีดอกเบี้ยสูงถึงราว 16–18% ต่อปี การกู้เงินปิดบัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่านี้ เช่น 8–12% ต่อปี เพื่อนำมาปิดบัตรเครดิตทั้งหมด จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และทำให้มีเพียงยอดหนี้เดียวที่ต้องจัดการ ซึ่งง่ายต่อการควบคุมมากกว่า
การขอวงเงินเพื่อปิดหนี้ดีอย่างไร?
การขอวงเงินกู้เพื่อปิดหนี้มีข้อดีหลายประการ เช่น
ปรับพฤติกรรมการใช้เงินอย่างไร? เพื่อไม่ให้เป็นหนี้ในอนาคต
แม้พฤติกรรมการใช้เงินที่ขาดการวางแผนอาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สิน แต่การป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ในอนาคตไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มต้นจากการปรับการเงินในชีวิตประจำวันให้เหมาะสม โดยเน้นการจัดการอย่างสมดุล ไม่จำเป็นต้องตัดทอนความสุขทั้งหมด เพียงรู้จักใช้เงินอย่างพอดีและรอบคอบ ก็จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข พร้อมสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง
ตัวอย่างการจัดการค่าใช้จ่าย
นางสาวพอใจ มีรายได้ 40,000 บาท แต่เป็นหนี้บัตรเครดิต 4 ใบ รวมแล้ว 200,000 บาท ต้องการหาสินเชื่อมาปิดหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าการเป็นหนี้สินเชื่อ (ดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิต จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล)
เมื่อนางสาวพอใจลองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด 10 ข้อแล้ว
| รายการค่าใช้จ่าย | บาท/เดือน | หมายเหตุ |
| 1. ค่าที่อยู่อาศัย | - | อาศัยบ้านพ่อแม่ |
| 2. ค่าอาหาร | 7,000 | รวมของพ่อแม่ |
| 3. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ | 2,000 | |
| 4. ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าเดินทางไปทำงาน | 5,000 | รถไฟฟ้า + มอเตอร์ไซค์รับจ้าง |
| 5. ค่าสังคม ซองงานบวช งานแต่งงาน งานเลี้ยงส่งเพื่อน เลี้ยงวันเกิด | 2,000 | |
| 6. ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย | 500 | มีประกันของบริษัทด้วย |
| 7. เงินให้พ่อแม่ที่บ้าน | 2,000 | |
| 8. ค่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปดูหนัง ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า | 2,000 | |
| 9. เงินฉุกเฉิน สำหรับเหตุการณ์ไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น | 3,000 | เผื่อพ่อแม่ไม่สบาย |
| 10. ค่าภาษีเงินได้ ประกันสังคม และกองทุน Provident Fund | 5,000 | |
| รวม | 28,500 |
แม้นางสาวพอใจจะมีรายได้ถึง 40,000 บาท แต่พอหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว จะมีเงินเหลือเพียง 11,500 บาทเท่านั้น เพราะหากนางสาวพอใจต้องชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ 10% ก็จะเป็นเงิน 20,000บาท ดังนั้น นางสาวพอใจควรจะมองหาสินเชื่อที่ชำระไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท และใช้ระยะเวลาผ่อนชำระสินเชื่อเป็น 24 เดือน เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในแต่ละเดือน ชีวิตของนางสาวพอใจยังสามารถเดินต่อไปได้อย่างมีความสุข และจะไม่กลับมาเป็นหนี้อีก
อีกตัวอย่างนึงสำหรับกรณีที่ ไม่สามารถ ขอสินเชื่อปิดยอดหนี้ได้หมด 100%
นายพอรู้ มีรายได้ 30,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิต 200,000 บาท จากบัตรเครดิต 2 ใบ ใบที่ 1 มีหนี้ 120,000 บาท ใบที่ 2 มีหนี้ 80,000 บาท รวมมีหนี้ 200,000 บาท โดยนายพอรู้มีค่าใช้จ่ายดังนี้
| รายการค่าใช้จ่าย | บาท/เดือน | หมายเหตุ |
| 1. ค่าที่อยู่อาศัย | 5,000 | เช่าห้องอยู่กับเพื่อน |
| 2. ค่าอาหาร | 3,200 | รวมของพ่อแม่ |
| 3. ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ | 800 | |
| 4. ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าเดินทางไปทำงาน | 1,080 | รถไฟฟ้า |
| 5. ค่าสังคม ซองงานบวช งานแต่งงาน งานเลี้ยงส่งเพื่อน เลี้ยงวันเกิด | 1,000 | |
| 6. ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วย | 500 | มีประกันของบริษัทด้วย |
| 7. เงินให้พ่อแม่ที่บ้าน | 1,000 | |
| 8. ค่าความสุขเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปดูหนัง ซื้อเสื้อผ้า รองเท้า | 1,000 | |
| 9. เงินฉุกเฉิน สำหรับเหตุการณ์ไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น | 1,000 | |
| 10. ค่าภาษีเงินได้ ประกันสังคม และกองทุน Provident Fund | 3,000 | |
| รวม | 17,580 |
เนื่องจากนายพอรู้ มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท จึงสามารถขอสินเชื่อได้ 150,000 บาท ทางธนาคารจึงแนะนำให้นายพอรู้ปิดหนี้บัตรเครดิต ใบที่ 1 ที่มียอดคงค้าง 120,000 บาท และเงินที่เหลืออีก 30,000 บาทนำไปชำระบัตรเครดิตใบที่ 2 เพื่อให้มียอดคงเหลือน้อยที่สุด คือ 50,000 บาท ซึ่งจะทำให้นายพอรู้ ต้องชำระขึ้นต่ำ 10% ที่ 5,000 บาท ทำให้นายพอรู้จะยังพอเหลือส่วนต่างไว้เพื่อผ่อนสินเชื่อประมาณ 5,000 บาท ดังนั้น นายพอรู้อาจจะใช้ระยะเวลาผ่อนสินเชื่อ 4 ปี ตกเดือนละประมาณ 4,500 บาท เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการดำเนินชีวิต เพราะหากเลือกปิดหนี้ให้ไวที่สุด นายพอรู้ก็อาจจะกลับมาเป็นหนี้ได้อีก
การแก้หนี้ที่ดี อาจจะไม่ใช่การตั้งเป้าปลดหนี้ให้หมดเร็วที่สุด แต่เป็นการแก้หนี้ที่ยังให้ชีวิตเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงและจะไม่กลับมาเป็นหนี้ซ้ำอีก หากไม่มั่นใจว่าเราควรจะเลือกทางไหน สามารถปรึกษาธนาคารเพื่อขอรับคำแนะนำได้ทุกเมื่อ
สนใจสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ได้ที่ SCB EASY App หรือธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา
ตอน "ด้านมืดชีวิตเซเลบ"