One Stock Home : พลิกโฉมร้านวัสดุก่อสร้าง สู่โลกดิจิตอล

บทความโดย  :  นิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP®   นักวางแผนการเงินอิสระ นักเขียนและวิทยากร



ณ เวลานี้หากพูดถึง สินค้าวัสดุก่อสร้างออนไลน์อันดับต้นๆ ของประเทศ หนึ่งในนั้นคงจะต้องนึกถึง “One Stock Home” ซึ่งเกิดจากการที่คุณอนวัช คิมหสวัสดิ์ (เคี้ยว) และพี่สาวคุณฮู้ - วชิรา คิมหสวัสดิ์ ได้เห็นช่องทางการเติบโตของธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว และได้มาต่อยอดบนโลกออนไลน์ โดย One Stock Home เป็นเว็บไซต์ให้บริการขายวัสดุก่อสร้าง มีจุดเด่นคือการแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ ทำให้ลูกค้าสามารถทราบราคาสินค้าทำให้ไม่ต้องโทรถามหรือเดินทางมาที่ร้านของเรา ซึ่งสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก ในบทสัมภาษณ์นี้ เราจะไปทำความรู้จักกับ One Stock Home และทีมงาน โดยเริ่มพูดคุยกับคุณเคี้ยว ที่เป็นทั้ง CEO และผู้ร่วมก่อตั้งของบริษัทกันก่อนเลย       

One Stock Home : พลิกโฉมร้านวัสดุก่อสร้า

คุณอนวัช คิมหสวัสดิ์ (เคี้ยว) CEO

One Stock Home มีจุดเริ่มต้นและแนวคิดในการก่อตั้งอย่างไร

จุดเริ่มต้นของบริษัทเริ่มจากธุรกิจวัสดุก่อสร้างของครอบครัว โดยมีหน้าร้านอยู่ที่โคราช ซึ่งตัวผมเองเป็นรุ่นที่ 2 ของธุรกิจ แต่เมื่อ 8 ปีที่แล้ว พี่สาวซึ่งทำงานที่เซี่ยงไฮ้ได้เห็นว่ารูปแบบของการซื้อขายสินค้าต่างๆ เริ่มจะเข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น และยังไม่มีใครขายวัสดุก่อสร้างผ่านทางออนไลน์เลยในช่วงนั้น จึงเกิดเป็นไอเดียธุรกิจว่าอยากให้วัสดุก่อสร้างซึ่งเป็นสินค้าที่ที่บ้านขายอยู่แล้ว สามารถซื้อขายผ่านทางออนไลน์ได้ เราจึงเริ่มลองทำเว็บไซต์ขึ้นมากันเอง ตอนแรกก็คิดว่าทำแค่ซัพพอร์ตการขายของหน้าร้านของที่บ้านเฉยๆ แต่ทำไปทำมากลายเป็นว่าเราสามารถขายของได้ทั่วประเทศเลย



จุดแข็งของ One Stock Home คืออะไร

หลังจากที่เราได้ทำการซื้อขายกับลูกค้ามาเป็นระยะเวลา 8 ปี เราพบว่า One Stock Home โฟกัสเฉพาะสินค้าที่ส่งได้ยาก เช่น อิฐ หิน ปูน ทราย และเหล็ก ซึ่งถ้าเป็นอีคอมเมิร์ซอื่นๆ จะไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ เพราะความต้องการของลูกค้าในกลุ่มสินค้านี้มีความหลากหลายมาก และหากเกิดความเสียหายของสินค้ากลุ่มนี้ระหว่างการจัดส่ง จะก่อให้เกิดความเสียหายมาก แต่สำหรับ One Stock Home เราให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์ม การให้บริการและการจัดส่งเป็นลำดับต้นๆ ตั้งแต่เริ่มให้บริการ ทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจว่าทุกๆ ครั้งที่สั่งซื้อสินค้าจาก One Stock Home สินค้าทุกชิ้นจะถูกจัดส่งไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย



ตอนที่เริ่มทำบริษัท ปัญหาและอุปสรรคที่เจอมีอะไรบ้าง

อุปสรรคของการทำธุรกิจใหม่ๆ คือ การทำความเข้าใจลูกค้าให้ได้มากที่สุด ในตอนแรกที่เราทำธุรกิจ สิ่งที่เราต้องการจะทำคือต้องการขายสินค้า แต่เราลืมที่จะมองว่าความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าคืออะไร  ในปัจจุบันการสร้างรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ เราต้องให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้าและตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่าการสร้างสินค้าขึ้นมาแล้วไปยัดเยียดให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าที่เราสร้างขึ้น ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง เพราะการทำความเข้าใจลูกค้าและหา Pain Point ของลูกค้าให้เจอ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานาน ต้องบอกว่า One Stock Home ใช้เวลาทั้งปีในปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะเข้าใจว่าทำไมลูกค้าในทุกๆ วันนี้ยังซื้อขายวัสดุก่อสร้างกับเรา เรามีข้อสันนิษฐานมากมายในการทำธุรกิจ แต่เราจะไม่มีวันเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้ จนกว่าที่จะได้ทดลองกับลูกค้า เรื่องของการทดลองมันใช้เวลานาน ดังนั้นสิ่งที่ One Stock Home ให้ความสำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เมื่อเรามีไอเดียใหม่ๆ เราจะทดลองไอเดียของเราทันที และเมื่อได้รับข้อเสนอแนะกลับมา เราก็จะรีบนำข้อเสนอแนะดังกล่าวไปทำการปรับปรุงระบบของเราให้ดีขึ้นทันที เพื่อที่จะช่วยให้ลูกค้าได้บริการที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด

 

นำโครงการเสนอผู้สนใจให้เงินทุนได้อย่างไร

ถือเป็นจุดเปลี่ยนของ One Stock Home เลยก็ว่าได้ สมัยก่อน เราเป็นแค่ SME โดยที่เว็บไซต์ของเราเป็นแค่หน้าร้านของธุรกิจวัสดุก่อสร้างของที่บ้าน พอมาถึงจุดหนึ่งที่เราต้องการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัล เราเลยต้องการที่จะมีพันธมิตรทางธุรกิจ ที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น SCB และเราก็มีความต้องการที่จะระดมทุนเพื่อนำมาขยายกิจการของเราเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มากขึ้น จึงเป็นที่มาที่ทำให้เราสมัครเข้าร่วมโครงการ Digital Venture Accelerator Programรุ่นแรกกับทาง SCB โดยเราได้รับรางวัลชนะเลิศ  และได้รับเงินลงทุนที่นำเข้ามาเพื่อที่จะเพิ่มทุนให้กับบริษัท ทำให้บริษัทสามารถต่อยอดการเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น



หลังจากนั้นมีความร่วมมือระหว่างบริษัทกับ Digital Venture อย่างไร

เราตั้งใจที่จะนำบริการของเราที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าไปเชื่อมต่อกับกลุ่มลูกค้าออนไลน์ของ SCB นอกจากนี้เรายังได้รับความร่วมมือจากทีมงานของ SCB เช่น ทีมการตลาด ทีม SME ทีม Partnership และทีม Digital ทำให้เราสามารถพัฒนาบริการของเราได้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ รวมไปถึงการใช้ Payment Gateway ผ่านทาง SCB ด้วย



ทิศทางที่อยากให้บริษัทพัฒนาต่อไปจะเป็นอย่างไร

ตอนนี้ One Stock Home ของเราเป็นบริษัทเทคโนโลยี เรามีความเห็นว่าในวงการวัสดุก่อสร้าง ความวุ่นวาย และความไม่โปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลยังมีอยู่มาก ดังนั้นเราก็เลยคิดว่า เราคงไม่หยุดอยู่ที่การแก้ปัญหาให้กับคนไทยเท่านั้น แต่เรายังมองอีกด้วยว่าที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่ใกล้เคียงกับบ้านเรา ก็มีปัญหาเหมือนๆ กัน เราจึงคิดว่าจะนำแพลตฟอร์ม และโซลูชั่นออนไลน์ต่างๆ ของเราไปช่วยแก้ปัญหา และต่อยอดธุรกิจในประเทศแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยเช่นกัน และเราก็มีแผนพัฒนาแพลตฟอร์ม ใหม่ๆ ด้วย เช่น ในปีที่ผ่านมา (2561) เราได้ทำเรื่อง ร้านค้าออนไลน์ โดยเราเน้นเพิ่มความสะดวกสบายให้กับกลุ่มผู้บริโภคสินค้าโดยตรงให้ซื้อหาสินค้าได้ง่ายขึ้น ในราคาที่ถูกลง บวกกับทีม Operation ของเราไปตามหาร้านค้า โรงงานที่มีประสิทธิภาพ และมีราคาที่แข่งขันได้ เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ กับเราด้วย ในอนาคตเราเล็งเห็นว่าหลังจากที่เราครองใจกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ซื้อแล้ว กลุ่มที่เป็นเป้าหมายต่อไปของเรา คือ กลุ่มผู้ขายที่จะสามารถมาอยู่บนแพลตฟอร์มของเราได้ด้วย  และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการซื้อขายออนไลน์ของเรามีความหลากหลายมากขึ้น เป็นการสร้างกลุ่ม Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อนาคตของธุรกิจซื้อขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์จะเป็นอย่างไรต่อไป

ในการทำธุรกิจในปัจจุบัน การค้าขายออนไลน์เป็นเรื่องที่หนีไม่ได้อยู่แล้ว ผมว่าสักวันนึงในอนาคตเราจะสามารถซื้อของได้ทุกอย่างออนไลน์ และการซื้อขายวัสดุก่อสร้างแบบออนไลน์ก็จะไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป และไม่ว่าคุณจะคิดค้นสินค้าและบริการอะไรขึ้นมาก็ตาม คุณจะสามารถซื้อขายบนโลกออนไลน์ได้ ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ทุกบริษัทจำเป็นต้องมี อีคอมเมิร์ซ หรือช่องทางออนไลน์เพื่อซื้อขายสินค้าและบริการของคุณด้วยเช่นกัน

 

ปัจจัยที่ทำให้ One Stock Home ประสบความสำเร็จคืออะไร

ต้องบอกว่าจุดแข็งของเรา คือ ทีมเวิร์คที่ดี One Stock Home มีนโยบายที่จะรวบรวมกลุ่มคนที่มีทัศนคติที่ต้องการประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายการตลาด,ฝ่ายบริการลูกค้า, หรือ ฝ่ายขาย เราเน้นที่จะพัฒนาให้ทุกคนมีความเข้าอกเข้าใจลูกค้า และมีการวางเส้นทางอาชีพให้พนักงาน เพราะเราให้ความสำคัญกับพนักงานมาก ต้องบอกว่า One Stock Home จะไม่มีวันมาถึงจุดนี้ได้หากปราศจากทีมงานที่ดี ที่มีทัศนคติและวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

 

มีการบริหารจัดการทีมงานต่างวัยอย่างไร

การที่เราดีลกับคนรุ่นใหม่ๆ ซึ่งผมก็มีอายุห่างจากเขาพอสมควร สิ่งที่ต้องทำ คือ การเปิดใจในเรื่องการแชร์ทัศนคติ แชร์ไอเดีย และมีการนำไอเดียที่เขาคิดขึ้นมาไปทดลองใช้จริงๆ เราไม่ได้ปิดกั้นว่าทุกคนต้องทำตามผู้จัดการหรือผู้ก่อตั้งอย่างเดียว แต่เรามองว่าทุกคนที่ร่วมงานกันมีความสามารถในการสร้างคุณค่าที่เพิ่มมากขึ้นให้กับบริษัทได้ เราเปิดกว้างต่อความคิดเห็นของทุกคนเสมอ

 

เป้าหมายของบริษัทในอีก 1 – 2 ปีข้างหน้า คืออะไร

ที่ผ่านมาเราโฟกัสแต่ในส่วนของผู้ซื้อเป็นหลัก แต่หลังจากนี้เราจะโฟกัสในฝั่งผู้ขายด้วย โดยเราจะเป็น แพลตฟอร์ม  ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาเจอกัน การที่ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันโดยตรง จะทำให้สามารถประหยัดต้นทุนการดำเนินงานลงไปได้ ผู้ซื้อก็จะได้ของที่มีราคาถูกมากขึ้น ผู้ขายก็สามารถนำต้นทุนที่ประหยัดได้ไปลงทุนในส่วนอื่นๆ ให้เกิดคุณค่ามากขึ้น ซึ่งก็จะ Win – Win กันทุกฝ่าย


แล้วเป้าหมายของบริษัทอีก 5 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร

เราต้องการที่จะแก้ปัญหาเรื่องของ Supply Chain ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยประเทศเดียว แต่เรายังมองเห็นด้วยว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เช่น อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มี ecosystem  ที่คล้ายกับไทยมาก เขาก็มีปัญหาเหมือนกัน ในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์หรือแม้กระทั่งสิงคโปร์ ก็มีปัญหาคล้ายๆ กัน ดังนั้น One Stock Home มองว่า แนวทางที่เราสร้างในประเทศไทยสามารถตอบโจทย์ให้กับคนทั่วไปที่ไม่ใช่แค่คนไทยอีกต่อไป

 

เคล็ดลับความสำเร็จของคุณอนวัชคืออะไร

สำหรับบทบาทของผมในบริษัท คุณค่าที่ผมได้มอบให้กับบริษัท คือ เรื่องของความยืดหยุ่น ซึ่งผมเป็นคนที่เปิดรับและเปิดกว้างกับไอเดียใหม่ๆ เสมอ และพยายามรับฟังความคิดเห็นและรับฟังปัญหาของพนักงานที่เขาเจออยู่ การที่เราเปิดรับไอเดียใหม่ๆ โดยไม่ปิดกั้น เป็นการต่อยอดให้บริษัทก้าวเดินได้ดีและรวดเร็วขึ้น

 

มีอะไรอยากฝากถึงคนที่อยากทำสตาร์ทอัพว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร

คำถามนี้เป็นคำถามที่คนส่วนใหญ่ชอบถามกันนะครับ ผมมองว่าสตาร์ทอัพเป็นแค่ผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่คุณน่าจะโฟกัสมากกว่า คือ ลูกค้า ซึ่งถ้าคุณเข้าใจในตัวลูกค้าของคุณจริงๆ บางทีเทคโนโลยีอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์เขาก็ได้ การที่คุณสร้างคุณค่าโดยที่ไม่ต้องไปอาศัยหรือพึ่งพิงเทคโนโลยีอย่างเดียว จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คุณเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น แล้วหลังจากนั้น เทคโนโลยีจะเข้ามาตอบโจทย์เรื่องของการทำระบบอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอน และช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน แต่สิ่งที่คุณจะต้องเข้าใจก่อนจริงๆ คือ ขั้นตอนของการทำงานที่จะช่วยตอบโจทย์ลูกค้าของคุณคืออะไร ดังนั้นผมจะมองว่า ในขั้นแรกอาจยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องเทคโนโลยี แต่ให้คิดถึงก่อนว่าลูกค้าของคุณกำลังมีปัญหาอะไร และสิ่งที่คุณอยากจะช่วยลูกค้าของคุณคืออะไรมากกว่า

 

สิ่งที่อยากฝากไปถึงคนที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต

หลักๆ แล้ว ไม่ว่าคุณจะต้องการประสบความสำเร็จในด้านไหนก็แล้วแต่ คุณต้องกลายเป็น Problem Solver คือ คุณต้องแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งให้ใครสักคนเสมอ อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มที่ใหญ่มากก็ได้ แต่ผลกระทบที่คุณจะสร้างได้ อาจจะเริ่มต้นจากคนๆ เดียว หรือ 2 คนก่อนก็ได้ ผมอยากให้ทุกคนเริ่มสร้างทัศนคติที่จะช่วยเหลือคนอื่นๆ การที่เราช่วยเหลือคนอื่นๆ มันจะสร้างผลกระทบอะไรบางอย่างและอาจเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ให้กับคุณได้ไปต่อยอด และสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนต่อไปได้

คุณวชิรา   คิมหสวัสดิ์  (ฮู้)  Chief Operation Officer, COO

 

อยากให้คุณฮู้เล่าที่มาที่ไปในการเริ่มทำ One Stock Home

สืบเนื่องจากคุณพ่อเป็นคนชอบเสาะหารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ แล้วพอดีตัวเองได้อยู่ที่เซี่ยงไฮ้ เห็นว่าคนที่นั่นชอบซื้อของผ่านทางออนไลน์ ก็เลยเกิดความคิดว่า วัสดุก่อสร้างก็น่าที่จะหาซื้อทางออนไลน์ได้เช่นกัน แล้วก็เห็นว่าตลาดไทยก็ยังเป็นตลาดที่พอมีช่องว่างที่จะทำให้เกิดธุรกิจซื้อขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์ได้ โดยอยากทำให้การซื้อขายวัสดุก่อสร้างมีความโปร่งใสในด้านราคามากขึ้น ซึ่งในช่วงแรกเราไม่คิดมาก เราเริ่มต้นจากความต้องการอยากทำให้เกิดความโปร่งใสในธุรกิจด้วยการให้ราคาของวัสดุก่อสร้างที่โปร่งใส ตรงไปตรงมาบนเว็บไซต์ของเรา และเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างระบบในการซื้อขายทำให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น แล้วจังหวะดีที่ทำให้มารู้จัก Digital Venture จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการของทาง Digital Venture ด้วยเช่นกัน และสุดท้ายก็ได้ผันตัวเองเข้ามาอยู่ในวงการสตาร์ทอัพ  อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้



อุปสรรคในตอนเริ่มต้นมีอะไรบ้าง

อย่างแรกเลย คือ อุปสรรคจากตัวเอง เพราะตอนที่เริ่มต้นทำ One Stock Home เรายังเป็นมนุษย์เงินเดือนที่กำลังมีการเติบโตในองค์กร ทำให้เราไม่สามารถออกมาเป็นผู้ประกอบการเต็มตัวได้ แต่พอวันที่เราตัดสินใจออกมาเป็นผู้ประกอบการจริงๆ ก็มีอุปสรรคค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เช่น เราจะโน้มน้าวคนอื่นให้เชื่อในสิ่งที่เราทำได้อย่างไร และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นอุปสรรคที่เกิดจากตัวเองว่าเราจะก้าวข้ามความเชื่อในข้อจำกัดว่าเราทำไม่ได้ของตัวเองไปได้อย่างไร มันเริ่มที่ตัวเราก่อนเลย เพราะในหัวของเราจะมีเสียงว่า ‘เราทำไม่ได้หรอก ให้คนอื่นทำไปแล้วกัน’ เราจึงต้องเปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ที่ตัวเราเองนั่นแหละเป็นคนสร้างมันขึ้นมา ซึ่งพอเราทำได้ก็กลายเป็นว่าเราเห็นความเป็นไปได้ต่างๆ มากขึ้น


นอกจากนี้การที่ต้องทำงานกับน้องตัวเองในช่วงต้นก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะความเป็นพี่น้อง แล้วเราจะเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของน้องเราได้อย่างไร เพราะเราก็ยังรู้สึกว่าน้องก็เป็นน้อง และเราเป็นพี่ (ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน) ก็เป็นสิ่งที่ต้องก้าวข้ามเหมือนกัน ซึ่งเราต้องยอมรับในตัวตน ในความสามารถของเขาจริงๆ และต้องตัดความสัมพันธ์แบบพี่น้องออกไปในการทำงาน ที่สำคัญในการทำงานร่วมกันในบริษัท โดยตำแหน่งก็มีงานบางอย่างหรือสถานการณ์ที่เราต้องทำงาน ใต้เขา (หมายถึงคุณเคี้ยว) ถ้าเราไม่มีเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจนมากพอ เราก็อาจจะไปด้วยกันไม่ได้ เพราะเราจะทะเลาะกันตลอด แต่พอแก้เรื่องนี้ได้ ก็ทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะรู้ว่าเราทำอะไร และเขาทำอะไร และเป้าหมายร่วมกันขององค์กรคืออะไร กลายเป็นว่าเกิดเป็นความเข้าใจ และทำงานทุกอย่างได้ราบรื่นมากขึ้น



ขยายความหน้าที่ของ COO

สตาร์ทอัพเป็นองค์กรเล็ก ก็อาจจะมีงานที่เราไม่ได้คาดหมายเกิดขึ้นมา งานเหล่านั้นถ้าไม่มีการรองรับ ก็จะทำให้กระบวนการทำงานเกิดการติดขัดได้ ตำแหน่งนี้ก็จะเป็นเหมือนที่รองรับและปรุงแต่งงานให้เข้าระบบมากขึ้น จนกระทั่งเกิดเป็น กระบวนการที่ทำซ้ำได้ เราก็จะส่งต่องานนี้ให้ผู้มีความสามารถ หรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูต่อ เปรียบไปก็เป็นเหมือนงานแม่บ้านที่คอยดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย



อะไรคือปัจจัยที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ

ปัจจัยสำคัญที่สุด คือ วัฒนธรรมขององค์กร เพราะเรามีการทำงานเป็นทีม โดยเราจะสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน และหมั่นให้ทุกคนสังเกตการทำงานของตัวเองว่า เมื่อไหร่ที่เกิดการทำซ้ำๆ ของงานก็ให้จัดระบบงานให้มัน เอาระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย ซึ่งจะทำให้เราสามารถไปพัฒนางานในส่วนอื่นให้มีประสิทธิภาพต่อไปได้



อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านบ้าง หากอยากประสบความสำเร็จในการสร้างสตาร์ทอัพ

สำหรับคนที่อยากทำสตาร์ทอัพ ถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าเป้าหมายของเราคืออะไร คือ วันแรกมันอาจจะลางๆ อยู่ แต่ก็อยากให้กล้าลงมือทำเลย ลองทำดู พอได้ลองทำจริงๆ จะทำให้เรารู้ว่าอะไรที่เวิร์ค อะไรที่ไม่เวิร์ค อะไรที่เวิร์ค เราก็ทำต่อไป อะไรที่ไม่เวิร์ค เราก็ต้องยอมตัดใจ เพื่อไปทำในสิ่งที่มันเวิร์คกว่า อยากให้กล้าตัดสินใจและกล้าลงมือทำในสิ่งที่คิดไว้นั่นเอง


นอกจากนี้ตัวเองผ่านงานมาหลายอย่างมาก เช่น งาน Finance, Shipping, Supply Chain ตอนที่ทำงานที่ผ่านมา บางครั้งก็ไม่รู้ว่าทำงานไปเพื่ออะไร ก็เคยไม่อยากตื่นไปทำงานเหมือนกัน หรือคอนเนคชั่นที่มีอยู่ก็ยังไม่รู้ว่าจะนำพาให้เกิดประโยชน์อะไร แต่มันก็เหมือนการ connecting the dot เพราะพอเราได้มาทำ One Stock Home เราก็จะเริ่ม ‘อ๋อ’ ว่าสิ่งที่เราได้ทำมา จะเอามาต่อยอดในธุรกิจของเราได้อย่างไร ดังนั้นจึงอยากให้กำลังใจว่า สำหรับใครที่กำลังเจออะไรอยู่ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่ดีก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะในท้ายที่สุด มันอาจจะนำพาเราให้มาเจอสิ่งที่ใช่สำหรับเราก็เป็นได้

 

คุณอัชราภรณ์ พลยานันท์  Chief Data Officer , CDO

 

เข้ามาร่วมงานกับ One Stock Home ได้อย่างไร

ตัวเองเคยทำงานร่วมกับคุณฮู้ที่บริษัทวิจัยการตลาดแห่งหนึ่งและรู้สึกถูกชะตากัน เพราะมีทัศนคติและเป้าหมายที่ตรงกัน ทำให้สนใจมาร่วมงานที่ One Stock Home เมื่อต้นปี 2016 โดยเริ่มจากการเป็นฟรีแลนซ์ให้กับทาง One Stock Home ก่อน จากนั้นก็กลายมาเป็นพนักงานประจำมาทำงานที่นี่เต็มตัว ซึ่งจะรับผิดชอบในการวิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดของเว็บไซต์



ความสำคัญของการทำ Data Analytics คืออะไร

ในอดีตที่เคยอยู่ในวงการการวิจัย การที่จะได้ข้อมูลความต้องการหรือความพึงพอใจของลูกค้าจะเกิดจากการสัมภาษณ์ พอปัจจุบัน มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เลยทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของลูกค้าง่ายขึ้น เช่น เมื่อมีคำถามว่า ลูกค้าอยากได้อะไร เราสามารถวิเคราะห์หาข้อมูลความต้องการของลูกค้าจากเว็บไซต์ได้เลยทันที ไม่ต้องไปทำการสัมภาษณ์ลูกค้าเหมือนเมื่อในอดีต


นอกจากนี้การได้ข้อมูลความต้องการของลูกค้าเป็นเรียลไทม์มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับในอดีตที่สมมติว่าสัมภาษณ์ลูกค้ามาตั้งแต่ปี 2015 ข้อมูลนั้นก็ไม่สามารถนำมาใช้ในปัจจุบันได้ และกว่าจะมาอัพเดตความต้องการของลูกค้าได้ ก็ต้องไปสัมภาษณ์ลูกค้าซ้ำใหม่อีกรอบ ก็ทำให้เสียเวลามาก ในขณะที่ปัจจุบันที่เป็นเรียลไทม์ เมื่อมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าเข้ามา เราสามารถนำข้อมูลนี้มาวิเคราะห์ได้ทันทีว่าลูกค้าอยากได้อะไร และแนวโน้มความต้องการจะเป็นอย่างไร หรือกลุ่มสินค้าไหนที่เป็นความต้องการของตลาด นอกจากนี้เรายังสามารถช่วยซัพพลายเออร์บริหารดีมานด์และซัพพลายได้อีกด้วย ทำให้ซัพพลายเออร์ วางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   การที่เราสามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เป็นจุดแข็งของบริษัทเลยก็ว่าได้ ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น



หากมีคนสนใจอยากทำธุรกิจออนไลน์ คิดว่าเขาควรจะเริ่มต้นอย่างไร

อย่างแรกเลยต้องมีความรู้ในธุรกิจที่ต้องการทำ ถัดมาต้องหา Pain Point ของตลาดให้เจอว่าคืออะไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของคนที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจ เพราะเรามักอยากทำสินค้าออกมาขาย โดยลืมที่จะพิจารณาว่าตลาดมีความต้องการหรือมีปัญหาอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้าของเรามั้ย ดังนั้นเราควรจะต้องรู้ว่าลูกค้าของเรากำลังมองหาอะไรอยู่ และธุรกิจที่เราอยากทำนั้นตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าของเรามองหาหรือไม่



ความจำเป็นของการวิเคราะห์ข้อมูล มีความจำเป็นแค่ไหน

ส่วนตัวคิดว่ามีความจำเป็นมาก หากเราไม่เห็นว่าข้อมูลคืออะไร แนวโน้มของตลาดคืออะไร เราก็ทำธุรกิจได้ยากขึ้น เช่น หากเรามีเว็บไซต์ คนเข้ามาในเว็บไซต์ของเรามากน้อยแค่ไหน เขาใช้เวลาอยู่กับหน้าไหนมากที่สุด เป็นต้น ซึ่งหากเรามีข้อมูลเหล่านี้ และนำมาวิเคราะห์ ก็จะทำให้เรากำหนดกลยุทธ์ธุรกิจของเรา และทำให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น



ภาพของ one stock home ที่อยากเห็นเป็นอย่างไร

อยากเห็นบรรยากาศของการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตลอด เพราะสภาพแวดล้อมการทำงานและเทคโนโลยีต่างๆ เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และบริษัทของเราก็เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี เราจึงต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น Google Adwords ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าเราเปลี่ยนตัวเองไม่ทัน เราก็จะไม่ทันความต้องการของตลาดได้

คุณธาวิน  สุปายนันต์   Chief Technology Officer, CTO


มาเริ่มต้นทำงานที่ One Stock Home ได้อย่างไร

พอดีได้รู้จักกับคุณฮู้ พอได้เห็นวิสัยทัศน์ของคุณเคี้ยวและคุณฮู้ และรู้ว่าเขายังขาดคนทำเว็บไซต์และแพลตฟอร์ม ก็เลยมาร่วมงานกัน โดยมีหน้าที่หลักคือ การดูแลเว็บไซต์และแพลตฟอร์มของบริษัท


ในการทำเว็บไซต์และแพลตฟอร์ม ต้องทำอะไรบ้าง

เริ่มต้นจากการเข้าไปดูปัญหาของลูกค้าก่อน จากนั้นก็ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นให้กับลูกค้า โดยปัญหาที่เจอบ่อยๆ คือ การเก็บความต้องการหรือปัญหาของลูกค้าจริงๆ ว่าคืออะไร เพราะถ้าข้อมูลที่เก็บได้ไม่ถูกต้องจะส่งผลให้สินค้าของเราอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าได้


สิ่งที่เราทำ คือ การทำให้ราคาสินค้ามีความโปร่งใสมากขึ้น โดยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด และทำให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น (เว็บไซต์เป็นตัวกลางที่ทำให้การซื้อขายสะดวกสบายมากขึ้น) ซึ่งกระบวนการทำงานมี 2 ส่วน คือ ลูกค้าทำคำสั่งซื้อเข้ามาผ่านทางเว็บไซต์ จากนั้นทางฝ่าย Operation จะเป็นคนที่คอยจัดการกับคำสั่งซื้อของลูกค้า โดยเราจะใช้ Data Science และ Data Model มาช่วยทำการจับคู่คำสั่งซื้อสินค้าที่มีอยู่บนเว็บไซต์ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่เกี่ยวกับโครงสร้างในการสร้างบ้านมีประมาณ 40,000 รายการ ซึ่งเราเป็นตัวกลางให้ซัพพลายเออร์มาเชื่อมต่อกับระบบของเราได้ โดยเราก็มีแผนที่จะให้ผู้จัดจำหน่ายมาเชื่อมต่อได้ด้วยเช่นกันนอกจากนี้เรามีการทำงานเป็นทีม โดยทีม Data Analytics จะคอยวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าให้ และเราก็นำมาคอยอัพเดตเว็บไซต์ของเรา เทคโนโลยีที่ใช้ก็เป็นโปรแกรมที่เราพัฒนาขึ้นมาเอง


อะไรคือปัจจัยความสำเร็จของ One Stock Home

ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คือ การลงมือปฏิบัติ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างแท้จริง และมีความรวดเร็ว  นอกจากนี้เรามีการสื่อสารทั้งองค์กรอย่างชัดเจน ทุกคนรู้ว่ากำลังทำอะไร และทำไปเพื่ออะไร


อยากฝากอะไรถึงคนที่อยากทำสตาร์ทอัพให้ประสบความสำเร็จ

สตาร์ทอัพส่วนใหญ่มักจะสร้างสินค้าที่ตัวเองอยากทำขึ้นมาก่อน แล้วพยายามยัดเข้าไปในตลาด แต่จริงๆ แล้วเราต้องทำกลับกันด้วยการหา Pain Point ของลูกค้าให้เจอก่อน แล้วหาวิธีการช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า จากนั้นเราจะเกิดหนทางในการสร้างธุรกิจของเราได้เอง อย่าลืมต้องฟังความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้         



เชื่อเลยว่า One Stock Home เป็นแหล่งที่รวบรวมคนที่มีวิสัยทัศน์ และทัศนคติที่เหมือนกันมาอยู่ด้วยกัน เพราะทุกคนมีเป้าหมายที่ตรงกันก็คือ ‘ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะแก้ปัญหาให้กับลูกค้า’ ดังนั้นถ้าจะสรุปเคล็ดลับของควาสำเร็จของ One Stock Home ให้ได้ใน 1 ประโยค ประโยคนั้นคือ ‘ดูแลผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น พนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า อย่างดีที่สุด แล้วทุกคนก็จะกลับมาตอบรับและสนับสนุนธุรกิจอย่างดีที่สุดเช่นกัน’