เมื่อชีวิตโดนดูดหายเข้าไปใน 3 ร้านคราฟต์ๆ @จตุจักร

ข้อดีของงานคราฟต์หรืองานทำมือ นอกจากจะเป็นของ ‘ชิ้นเดียวในโลก’ ต่อให้สินค้าจะเป็นรูปแบบเดียวกัน แต่ความรู้สึกขณะสัมผัส, เท็กซ์เจอร์ หรือ รูปร่างรูปทรง ให้ตายอย่างไรก็ไม่มีทางเหมือน งานคราฟต์ยังรับประกันความคุ้มค่าคุ้มทุน ถ้าเป็นสินค้าหมวดเครื่องประดับก็มักมีสไตล์เหนือกาลเวลา จะหยิบมาใส่เมื่อไรก็ ‘เก๋’ อยู่ตลอด


ไม่นับความรู้สึกทางใจที่ได้ซื้อ ‘เรื่องราว’ ของสินค้า ซึ่งหลายครั้งมักเชื่อมโยงผู้ (ที่กำลังจะเป็น) เจ้าของอย่างประหลาด งานคราฟต์จึงไม่ใช่แค่สินค้า แต่บ่งบอก ‘ตัวตน’ คนๆ นั้นได้ คนที่ตกหลุมรักซื้องานทำมือกลับบ้านบ่อยๆ มักบอกคล้ายกันว่า พวกเขาไม่ได้ซื้อของ แต่ซื้อ ‘เรื่องราว’ ในสินค้าต่างหาก


รอช้าอยู่ใย วันนี้ ‘แม่มณี’ พาบุกจตุจักร ตามหาร้าน ‘คราฟต์ๆ’ ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่คือเรื่องเล่าและเรื่องราวของสินค้าด้วย!


ช้อปปิ้งทางสายตากันแล้ว ถ้าอยากไปตะลุยเพื่อสัมผัสด้วยมือ  แค่เข้าไปเช็คร้านค้าที่แอพลิเคชัน Chatuchak Guide เพื่อล็อคพิกัดไว้ก่อน รับรองไม่หลงทาง ได้ของถูกใจกลับบ้านแน่ๆ  ดาวน์โหลดได้ที่ itunes และ Playstore เลยค่ะ

THE SLEEVELESS GARDEN

กระเป๋าทุกใบ ไม่เหมือนกัน  


ใครชอบกระเป๋าสไตล์มินิมอลลิสต์ แต่โฉบเฉี่ยว โครงสร้างแข็งแรง และฟังก์ชันครบพร้อมรับทุก(อุปกรณ์)การทำงาน ขอแนะนำกระเป๋าหนังจาก The Sleeveless Garden


The Sleeveless Garden เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2011 จากการรวมตัวของเพื่อน 3 คนที่ชอบและสนใจในกระเป๋า แน่นอนว่าต้องไม่ใช่กระเป๋าธรรมดา แต่เป็นกระเป๋าที่ดูมีโครงสร้างชัดเจนแข็งแรง แบบต้องเรียบง่าย ทั้งเลือกใช้หนังฟอกฝาด (Vegetable-Tanned Leather) หนังที่ฟอกจากวัสดุธรรมชาติแต่ยังคงเอกลักษณ์ของหนัง เช่น ริ้วรอย แผลเป็นบริเวณหนังเอาไว้ 

คุณลิน-นลินทิพย์ วารุทัย หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์เล่าให้เราฟังและว่าจุดเด่นของ The Sleeveless Garden คืองานคราฟต์ นอกจากขั้นตอนการเย็บที่ใช้จักร –เพราะต้องการใช้ด้ายเส้นเล็กเพื่อให้กระเป๋ามีรายละเอียดน้อยที่สุด แล้วให้ ‘ลวดลาย’ ของตัวหนังทำหน้าที่โชว์ให้มากที่สุด ส่วนขั้นตอนที่เหลือตั้งแต่ขัด ตัด ทำสี และอื่นๆ เป็นงานทำมือทั้งหมด


“ปีที่เราเริ่มทำ ตลาดกระเป๋าและแบรนด์ไทยยังมีไม่ค่อยมาก ถ้ามีก็มักเป็นงานจักสานหรืออาจเป็นกระเป๋าหนังเรียบๆ ด้วยความที่เราเรียนการออกแบบมาเลยชอบอะไรที่มีโครงสร้างชัด อยากได้กระเป๋าที่ค่อนข้างเรียบแต่มีโครงสร้าง วางแล้วต้องตั้งได้


“เราเริ่มต้นจากการไม่มีความรู้เรื่องกระเป๋าเลย เริ่มแรกจึงต้องไปศึกษาหนังทุกประเภท หาช่าง ศึกษาวิธีทำกระเป๋า ไปคุยกับร้านทำกระเป๋าเยอะมาก หลังจากนั้นก็ลองทำและขายครั้งแรกที่จตุจักร ปรากฎว่าขายดีมากเลยรู้สึกว่ามันไปได้นะ ก็เลยค่อยๆ ลองทำมาตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนี้ก็ 7 ปีแล้ว” 

“จึงเป็นเหตุผลที่เราไม่มีสต็อกมาก เพราะแต่ละชิ้นใช้เวลาผลิตค่อนข้างนาน แต่ข้อดีก็คือ แม้กระเป๋าจะรูปร่างคล้ายกัน แต่ถ้าได้ลองจับก็จะให้สัมผัสที่ไม่เหมือนกันนะคะ น้ำหนักแต่ละใบก็ไม่เหมือนกันด้วย ถ้าไม่ใช่ลูกค้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ ก็มักจะซื้อเมื่อได้ลองจับ สัมผัส หรือลองหิ้วดูมากกว่า เพราะสินค้าแต่ละใบไม่เหมือนกันจริงๆ”


ปัจจุบัน The Sleeveless Garden มีหน้าร้านออนไลน์ครบทุกแพลตฟอร์ม ทั้งมีออเดอร์จำนวนหนึ่งส่งขายต่างประเทศด้วย “ลูกค้าของเรามีทั้งคนไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะตอนนี้เราเริ่มนำกระเป๋าไปวางที่สโตร์ต่างๆ ก็ทำให้มียอดที่ดีขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันที่เป็นสังคมไร้เงินสด การใช้จ่ายทางออนไลน์ก็ทำให้การขายดีขึ้นและสะดวกขึ้น” 

WinterWinter

เพราะหินแต่ละชิ้นมีเรื่องราวและทรงพลัง


มันเป็นการรวมตัวกันของเครื่องประดับ ‘เงินแท้’ และ ‘หิน’ และ ‘พลอย’ และการออกแบบ ‘เซเลอร์มูน’ สไตล์!


WinterWinter ร้านเครื่องประดับเงินแท้ที่มี ‘หิน’ และ ‘พลอย’ เป็นตัวเอกในงาน ออกแบบเองทุกชิ้นโดยเจ้าของร้าน คุณไอซ์-อัญชิสา วงศ์กระจ่าง (ไอซ์) และ คุณนุ๊ก-พัชรา นันต๊ะนา ผู้มีความชอบในหินและพลอยตั้งแต่สมัยเรียน คนที่ตกหลุมรักในงาน WinterWinter จึงเหมือนต้องมนตร์สองชั้น ชั้นแรกคือรูปแบบตัวเรือนที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ชั้นที่สองคือความหมายในตัวหินแต่ละชนิด ซึ่งถามความหมายกับเจ้าของร้านกี่วงต่อกี่วง เธอก็ตอบได้ครบถ้วนราวเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง ‘หินๆ’ จริงๆ 

และที่บอกว่ามันเป็นแหวน ‘เซเลอร์มูน สไตล์’ (ซึ่งคุณไอซ์จะเถียงว่ามันเป็นสไตล์ มินิมอลลิสต์ ต่างหาก!) ก็เพราะการออกแบบให้ตัวหินมีรูปทรงหลากหลายและเฉพาะตัว บางเรือนมีรูปแบบคล้ายมงกุฏ รวมกับเนื้อหินที่ความแวววาวแต่ลึกล้ำ ทำให้แหวนหินของ WinterWinter มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่อาจมีแค่ที่นี่ที่เดียว 


 “เริ่มต้นจากความชอบส่วนตัวของเรา เราสะสมหินตั้งแต่เรียนเลย สะสมมากจนถามเพื่อนว่าอยากได้มั้ยจะขายให้ เพราะสะสมมากจริงๆ งานชิ้นแรกของ WinterWinter คือกำไลถักที่มีหินอยู่ตรงกลางและสร้อย Lucky Bottle ขายที่มหาวิทยาลัยและถนนคนเดินในเชียงใหม่ ขายดีมาก (เน้นเสียง) ขายดีจนเราคิดว่ามันไปต่อได้นะ เปิดขายในไอจีเลยดีมั้ย


“จากกำไลถัก เรากลับมาโฟกัสที่ตัวหินจริงๆ และคิดว่าคนที่ชอบเครื่องประดับก็น่าจะอยากได้ของที่เก็บไว้ได้นาน เลยเริ่มมาออกแบบแหวน ตอนแรกเราทำแหวนโดยแร่หิน ซึ่งสมัยนั้นฮิตกันมาก แต่หลังจากนั้นเราก็เริ่มออกแบบให้หินขนาดเล็กลงจนแบบเป็นอย่างที่เห็นปัจจุบัน เพื่อที่คนจะได้ใช้ได้จริงและเก็บได้นาน

“หินแต่ละชิ้น แต่ละก้อนมีเรื่องราวของมัน กว่าจะเป็นหินแต่ละก้อน ธรรมชาติต้องสะสมพลังงานเป็นพันๆ ปี ยังมีความเชื่อด้วยว่าหินแต่ละประเภทส่งพลังงานให้เจ้าของไม่เหมือนกัน แต่เอาจริงๆ นะ เราชอบหินเพราะความเปล่งประกาย, ความ shinning และความมหัศจรรย์ในธรรมชาติกว่าจะกลายเป็นหิน บางครั้งซื้อหินก่อนจะรู้ความหมายอีก”


สำคัญที่สุดคือ เครื่องประดับแต่ละชิ้นเป็นงานทำมือทั้งหมด แต่ละวงจึงอาจผลิตไม่มาก บางแบบมีไม่ถึง 10 ชิ้น หรือต่อให้เป็นแบบเดียวกัน แต่ก็มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว


แม้ปัจจุบัน WinterWinter จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมีออเดอร์ทั้งไทยและต่างประเทศ แต่คุณไอซ์และเพื่อนยังยืนยันเช่นเดิมว่าจะทำมือกับสินค้าทุกชิ้น แม้บางงานจะต้องสื่อสารและทดลองทำเรือนต้นแบบกับช่างคู่ใจนานหน่อย แต่เธอก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนรูปแบบการผลิตไปใช้เครื่องจักรเด็ดขาด


“มันเริ่มต้นจากความชอบในงานทำมือ เราเองที่ไม่ชอบงานหล่อเพราะของแบบนั้นมีอยู่มากแล้วในตลาด มันเป็นเอกลักษณ์ของร้านด้วย ลูกค้าหลายคนก็บอกเลยว่ารอได้ ขอแค่ทำมือก็พอ” 

ใครที่อยากหาเครื่องประดับติดตัวสักชิ้น (หรือหลายๆ ชิ้น) เข้าไปชอปปิ้งได้ทางหน้าร้านในอินสตาแกรม หรือแวะเข้าไปดูสินค้าจริงได้ที่จตุจักร หรือหน้าร้านที่เชียงใหม่โครงการ Think Park กันได้เลย


ที่สำคัญ WinterWinter ก็มีแม่มณีช่วยอำนวยความสะดวกทุกการใช้จ่ายให้กับคุณลูกค้าเช่นเคย และไม่ใช่แค่ลูกค้าที่สะดวก แต่คุณแม่ค้าก็สะดวกเช่นกัน


“ทุกวันนี้หยิบป้ายแม่มณีขึ้นมาใช้ตลอดเพราะลูกค้าส่วนใหญ่สะดวกสแกน QR จ่ายออนไลน์ สะดวกทั้งกับแม่ค้าและลูกค้าเลย”  

Nava Store

อาบสนุกกับสบู่โฮมเมดกลิ้นไทยๆ  ตะไคร้ มะม่วง มะลิ ทุเรียน และอื่นๆ


สิ่งที่ทำให้สบู่และอุปกรณ์อาบน้ำร้าน Nava Store สะดุดตา ไม่ใช่แค่คำว่า ‘Handmade Soap’ ที่เขียนด้วยลายมือบนกระดานดำที่อยู่ในร้าน แต่คือดีไซน์ร้าน บรรจุภัณฑ์ รูปลักษณ์รูปทรงตัวสบู่ ที่ดูอย่างไรก็ ‘โมเดิร์น’ แต่ให้กลิ่นอายความเป็นไทยสุดๆ ก็เพราะกลิ่นสบู่มีตั้งแต่ ตะไคร้ มะม่วง มะลิ กลิ่นผลไม้และดอกไม้ไทยมีหมด กลิ่นทุเรียนก็ยังมี!


คุณโน้ต-วรรณวิมล ศิริเลิศจรรยา
หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเล่าให้ฟังและว่า แม้ Nava Store จะเป็นการริเริ่มโดยเธอและน้องชาย แต่ครอบครัวของเธอผลิตเครื่องทำสบู่อยู่ก่อนแล้ว เธอในฐานะนักเรียนการตลาดและน้องชายในฐานะนักเรียนออกแบบ จึงร่วมมือกันทำธุรกิจสบู่บนฐานองค์ความรู้ของครอบครัว 

“เป็นความตั้งใจของ Nava Store ตั้งแต่แรกเลยค่ะ เราต้องการให้สบู่และอุปกรณ์อาบน้ำของเรามีความเป็น โมเดิร์น, สนุก, และดูสากล แต่ก็ยังแฝงความเป็นไทยไว้ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นสินค้าไทยแน่นอน แต่เป็น Young Thai Design เพราะวัตถุดิบที่ใช้ทำสบู่มาจากวัตถุดิบไทยทั้งหมด กลิ่นที่เราใช้ส่วนใหญ่เป็นกลิ่นผลไม้และดอกไม้ไทย ทุเรียนก็ยังมี (หัวเราะ) เราไม่ได้คาดหวังยอดขายจากกลิ่นทุเรียนนะคะ แต่ต้องการให้ลูกค้าเดินเข้ามาในร้านแล้วสนุก เวลาเขาดมหลายๆ กลิ่นแล้วเราแนะนำว่ามีกลิ่นทุเรียนด้วย เขาก็จะขำๆ แล้วขอลองดม ไม่ซื้อไม่เป็นไร แต่อยากให้เขามีประสบการณ์ที่ดี และสนุกกับร้าน”


 “สบู่ของ Nava จะมีสองกลุ่ม คือสบู่ที่ทำจากเครื่องและสบู่ที่ทำมือ แต่สบู่ทำมือถือเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างเลย เราเรียนทำสบู่ครั้งแรกก็คือสบู่มือ เห็นตั้งแต่ยังไม่มีเนื้อสบู่เลยด้วยซ้ำ แต่เริ่มจากการผสมน้ำมันกับวัตถุดิบอื่น กระทั่งเข้าโมเดลไม้ ตัดสบู่ ร้อยเชือก พอเริ่มตั้งแต่ยังไม่มีเนื้อสบู่ เราเลยพลิกแพลงและปรับสูตรไปได้เรื่อยๆ 

“พอสบู่ทำมือเป็นจุดเริ่มต้น เราก็เลยยังคงสบู่สไตล์คราฟต์เอาไว้อยู่ ข้อดีอีกอย่างของงานคราฟต์คือ เราก็จะรู้ความหนักเบาในการทำ ได้สัมผัสกับส่วนผสม รู้ว่าสัดส่วนขนาดไหนจึงพอดี เนื้อเริ่มเข้าที่หรือยัง ส่วนสบู่ทำมือที่วางขายและถือเป็นซิกเนเจอร์ที่ร้านเลยคือตัว สบู่น้ำมันมะพร้าวร้อยเปอร์เซ็นต์, Bath Bomb, และ Bubble Bath”


ไม่ใช่แค่งานคราฟต์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่ แต่สบู่ที่ผลิตโดยเครื่องก็มีเอกลักษณ์ที่เด็ดขาดและน่าสนใจ สบู่ที่ทำจากเครื่องของแบรนด์ Nava จะมีรูปทรงโค้งเว้าชัดเจน ที่ขายดีสุดๆ คือลายอักษรภาษาอังกฤษและรูปแบบสัตว์ต่างๆ ที่มีดีไซน์โมเดิร์น สนุก และดูสากล แต่ด้วยวัตถุดิบก็ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายแบบไทยอยู่ดี 

แม้ Nava Store จะมีหน้าร้านที่จตุจักรไม่ถึงขวบปี แต่ด้วยความที่คุณโน้ตเข้าหน้าร้านไปขายเองตลอดจึงได้พบกับลูกค้าจริงๆ ทำให้เธอนำข้อเสนอของลูกค้าไปปรับแก้และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการอาบน้ำใหม่ๆ อยู่ตลอด ผลประโยชน์ย่อมตกลงสู่ผู้บริโภคอีกเช่นเคยที่จะได้สินค้าดีและหลากหลายกลับไปใช้เล่นที่บ้าน


ส่วนใครที่สนใจอยากมาชอปปิ้งที่ร้านนี้ไม่ต้องห่วง เพราะ Nava Store มีแม่มณีอำนวยความสะดวกทุกการใช้จ่ายอีกเช่นเคย


“ต้องยอมรับเลยว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปมาก หลายๆ คนไม่ได้พกเงินสดและสินค้าที่ร้านโน้ตก็ไม่ได้ราคาแพงขนาดต้องรูดบัตรเครดิต การโอนเงินออนไลน์เลยทำให้การค้าขายสะดวกขึ้นมาก ยอดขายที่ร้านก็ดีขึ้นด้วย”


ใครที่ชอบเครื่องหอมและอยากมีประสบการณ์สนุกๆ ในการอาบน้ำ ไม่ควรพลาดไปตามร้าน Nava Store เด็ดขาดค่ะ

 

เรื่อง : ณิชากร ศรีเพชรดี

ภาพ : พรภวิษย์ โพธิ์สว่าง