อยากขายบ้านให้ได้ราคา ต้องซ่อมแค่ไหน?

ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินเรื่องข้อแนะนำในการเลือกซื้อบ้านกันมาตลอดแต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังต้องการหาที่อยู่ใหม่และต้องการบอกขายบ้านหลังเก่าของตนเองซึ่งการจะขายบ้านสักหลังนอกจากจะต้องแข่งขันกับบ้านมือสองเหมือนกันแล้วยังต้องแข่งกับโครงการใหม่ๆ ที่พร้อมอยู่ด้วย ยิ่งหากใครต้องการขายแบบด่วนๆอาจโดนต่อรองเรื่องของราคาสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราขายบ้านได้ราคาดีในระยะเวลาสั้นๆก็คือการซ่อมแซมบ้านให้ดี และน่าอยู่ซึ่งจะเป็นการสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี


“การปรับปรุงซ่อมแซมก่อนขาย” เป็นสิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่อย่าลืมว่าไม่มีใครอยากจะซื้อบ้านที่มีตำหนิ หรือหากมีคนสนใจก็อาจถูกต่อรองราคาจนต่ำมาก เพราะบ้านที่สีลอก ปลวกแทะ ดูไม่สะอาดตา จะขายได้ราคาเดียวกับบ้านที่สภาพดีย่อมเป็นไปได้ยาก

แค่ไหนถึงต้องซ่อม?

เจ้าของบ้านหลายรายอาจไม่ทราบว่าสภาพบ้านระดับไหนที่ควรต้องซ่อมแซม เช็กก่อนขายอย่างไร จุดไหนที่ต้องซ่อม จุดไหนที่ควรเปลี่ยน วิธีสังเกตเบื้องต้น เช่น สีทาบ้านหากพบว่าหลุดร่อน ซีดเซียว และดูไม่สดใสก็ควรทาสีใหม่ทั้งหมด แต่หากสีเดิมยังอยู่ในสภาพดี ก็เพียงแค่ทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาดก็พอ ส่วนพื้นบ้านสังเกตดูว่ามีการแตกกระเทาะหรือไม่หากมีควรรีบซ่อมแซม รวมถึงระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า สิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญที่ต้องรีบซ่อมแซมก่อนขาย เพราะแค่น้ำไหลอ่อน ไฟติดๆ ดับๆ ก็จะทำให้ผู้ซื้อต่อรองราคาได้มากขึ้นนั่นเอง


ทีนี้เราลองมาดูรายละเอียดกันว่าต้องซ่อมแซมบ้านแค่ไหน ถึงจะขายได้ราคาและเป็นที่ถูกใจของลูกค้าที่มาดูบ้านของเรา 


รั้ว ตัวบ้าน กำแพง ผนังห้อง

โดยทั่วไปจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าของบ้านไม่รู้สึก อาจเป็นจุดสำคัญที่ผู้ซื้อจะมองว่าบกพร่องได้ เช่น สีที่กะเทาะ หรือคราบสกปรกในบ้าน หากเราลองเปลี่ยนความคิดหันมาใส่ใจกับจุดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็จะช่วยให้เราขายบ้านได้ง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจดูสภาพโดยรอบว่าสีภายนอกบ้านหลุดล่อน หรือมีคราบสกปรกจนไม่น่ามองหรือไม่ ถ้าเป็นแบบนั้นควรทาสีใหม่ให้บ้านดูดีขึ้น ซึ่งการทาสีบ้านควรทาสีอ่อนๆ จะเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อได้ดีกว่า เพราะสีอ่อนจะช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องทาสีบ้านทั้งหลัง อาจทาแค่ภายนอกของบ้านเท่านั้นก็ได้ถ้าภายในยังอยู่ในสภาพที่ดูดีอยู่


การทาสีบ้านใหม่นั้นหากสีเดิมอยู่ในสภาพดี ก็ไม่จำเป็นต้องลอกทิ้ง ทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด ปล่อยทิ้งให้แห้งสนิทจริงๆ แล้วค่อยทาสีใหม่ทับได้เลย แต่ถ้าสีเก่าเริ่มมีลอกล่อนให้เห็น จำเป็นต้องลอกสีเก่าออกก่อน เพราะถ้าทาทับลงไป สุดท้ายแล้วสีเก่าก็ยังลอกล่อนอยู่ดี อาจพาลให้สีใหม่ลอกตามออกมาด้วย


แม้การทาสีบ้านอาจจะต้องใช้ทุนในการดำเนินการอยู่บ้าง แต่หากเราละเลยตรงจุดนี้ ก็อาจทำให้ราคาบ้านของเราลดลงได้มากกกว่า 2 เท่า ของต้นทุนที่ต้องเสียไป                          

ห้องครัว ห้องน้ำ

ห้องครัวถือเป็นห้องที่ใช้งานหนักที่สุดของบ้าน เพราะการทำอาหารก็ย่อมจะต้องเลอะเทอะเป็นธรรมดา ทั้งคราบน้ำมันตามผนัง หรือตามพื้น มิหนำซ้ำยังมีร่องรอยชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งาน หรือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ติดอยู่ด้วย “ห้องครัว” จึงเป็นสิ่งที่ต้องซ่อมแซมปรับปรุงเป็นอันดับต้นๆ หากเราตรวจพบว่ามีรอยคอนกรีตแตกกะเทาะ ผนังมีน้ำซึม ท่อประปารั่ว ก็ควรรีบทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อย ส่วนผนังครัวที่มีคราบสกปรกควรทำการขัดล้างเพื่อให้ดูใหม่สะอาดตา นอกจากนี้อ่างล่างจานก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ครัวของเราดูดีขึ้น โดยอ่างล้างจานควรล้างทำความสะอาดให้ดูใหม่ที่สุด รวมถึงท่อระบายน้ำต้องไม่มีสิ่งอุดตันและคราบสกปรกติดอยู่
 

ในส่วนของห้องน้ำก็ถือว่ามีส่วนสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ของบ้าน เพราะต้องมีการใช้งานอยู่ทุกวัน การทำความสะอาดและตกแต่งห้องน้ำให้ดูดี มีชีวิตชีวาน่าใช้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อมากขึ้น แต่การตกแต่งไม่ควรทำเยอะจนเกินไป อาจแค่ตกแต่งให้ห้องน้ำดูไม่เก่าเกินไป เช่น ทาสีใหม่ หาต้นไม้เขียวๆ มาวางประดับไว้ วางน้ำยาดับกลิ่นที่มีกลิ่นหอมสดชื่นไว้ในห้องน้ำก็ช่วยให้ห้องน้ำดูน่าใช้มากขึ้น แต่หากพบการรั่วซึมของก๊อกน้ำและคราบน้ำควรรีบซ่อมแซมทันที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับชื้นที่อาจเป็นปัญหาตามมา


ระบบประปา ไฟฟ้า

ตามธรรมชาติของผู้ที่มาซื้อบ้านมักจะมีการลองเปิด-ปิดไฟ  และเปิด-ปิดก๊อกน้ำเพื่อทดสอบดูว่าใช้งานได้หรือไม่ ดังนั้นเจ้าของบ้านต้องตรวจสอบดูว่าไฟฟ้า และน้ำประปาในบ้านใช้งานได้ปกติหรือไม่ เพราะคงไม่มีใครอยากซื้อบ้านที่เปิดไฟมาก็ไม่ติด เปิดก๊อกมาน้ำก็ไม่ไหล ซึ่งเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปาถือเป็นเรื่องพื้นฐานของบ้านทุกหลังที่ต้องคอยดูแลเป็นอย่างดี อีกสิ่งที่ห้ามลืมเลยคือการทิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ ไว้ในบ้าน เพราะบางทีเจ้าของบ้านอาจมองว่าไหนๆ จะขายบ้านทิ้งแล้ว แถมเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ ไปกับบ้านด้วยก็ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วนั่นจะเป็นอีกสิ่งที่ทำให้ผู้ซื้อมองว่าไม่ต่างอะไรกับการทิ้งขยะเอาไว้ในบ้าน อาจจะทำให้ราคาของบ้านถูกกดให้ถูกลงเพราะของที่ชำรุดเหล่านั้นก็ได้


เจ้าของบ้านต้องระลึกไว้เสมอว่าเมื่อคุณเตรียมที่จะขายบ้าน คุณต้องแน่ใจว่าบ้านอยู่ในสภาพดี เพื่อดึงดูดผู้ซื้อ และหากเราอยากขายบ้านได้ราคาดี บ้านของเราก็ต้องดีเหมาะสมกับราคาด้วยเช่นกัน  ถึงแม้ค่าซ่อมแซมบ้านจะมีต้นทุนอยู่บ้าง แต่ถ้าเราไม่คิดซ่อมแซมก็จะทำให้บ้านของเราราคาลดลงได้ นี่ยังไม่รวมค่าเสียโอกาสในการขายให้ได้ไวๆ อีกด้วย และอย่าลืมว่าแม้หลายสิ่งในบ้านของเราจะเก่า หรือทรุดโทรมไม่น่ามอง แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ การ “ซ่อม” ไม่ใช่การ “เปลี่ยน” ยกเว้นซ่อมไม่ได้จริงๆ ค่อยเปลี่ยนเป็นจุดๆ ไป