ผลการค้นหา "{{keyword}}" ไม่ปรากฎแต่อย่างใด
การใช้และการจัดการคุกกี้
ธนาคารมีการใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้ (cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันบนเว็บไซต์ของธนาคาร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น โปรดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ นโยบายการใช้คุกกี้ของธนาคาร
16-10-2568
เพราะประกันเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของการวางแผนการเงินที่ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตและครอบครัว อีกทั้งยังทำให้มีเงินออมสำรองในอนาคต นอกจากนี้การซื้อประกันยังช่วยลดภาระภาษีที่ต้องจ่าย รัฐบาลส่งเสริมมาตรการนี้เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมีหลักประกันชีวิตและสุขภาพ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ประกันที่ได้เลือกไว้จะช่วยดูแลด้านการเงิน ไม่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน สิทธิหักลดหย่อนนี้จึงทำให้ค่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปไม่สูญเปล่าและมีทั้งความคุ้มครองและประหยัดภาษีในเวลาเดียวกัน
สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเบี้ยประกันถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนภาษีและการเก็บเงินระยะยาว โดยผู้มีรายได้สามารถนำค่าเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด สำหรับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปไม่ว่าจะเป็นประกันตลอดชีพ ประกันชั่วระยะเวลา หรือประกันสะสมทรัพย์ สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี ทั้งนี้ บริษัทที่รับประกันต้องเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทย และต้องมีการแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อบริษัทประกันดังกล่าว จึงจะเข้าข่ายสิทธิประโยชน์นี้
สำหรับปี 2568 ประกันชีวิตที่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีหลัก ๆ ได้แก่
1. ประกันชีวิตทั่วไป เช่น ประกันตลอดชีพ ประกันชั่วระยะเวลา และประกันสะสมทรัพย์ หากมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี สามารถนำค่าเบี้ยประกันที่จ่ายจริงมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เงื่อนไขสำคัญคือกรมธรรม์ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร และหากมีการจ่ายเงินคืนระหว่างสัญญาจะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันรายปี หรือของเบี้ยประกันชีวิตสะสม แล้วแต่กรณี เพื่อให้ได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษีตามกฎหมาย
2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นรูปแบบประกันที่เน้นการเก็บเงิน เพื่อใช้ในช่วงวัยเกษียณ โดยเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และหากรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ RMF แล้ว จะต้องรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญจะต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และมีการจ่ายผลประโยชน์ตามช่วงอายุที่กำหนด
3. ประกันสุขภาพของตนเอง สามารถนำค่าเบี้ยประกันที่จ่ายจริงมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ซึ่งช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลและสร้างความคุ้มครองสุขภาพให้กับผู้เอาประกัน
4.ประกันสุขภาพของบิดามารดา หากบิดามารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ผู้มีรายได้สามารถนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดามาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี โดยต้องมีหลักฐานยืนยันการชำระเบี้ยประกันที่ถูกต้องตามกฎหมาย
5. สำหรับประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ แม้ว่าคู่สมรสจะไม่มีรายได้ แต่ค่าเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสก็สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางภาษีและสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในภาพรวมตามกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โดยรวม วงเงินการลดหย่อนภาษีจากค่าเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพของผู้มีเงินได้ จะสามารถใช้ได้สูงสุด 100,000 บาท สำหรับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป และหากมีการถือกรมธรรม์แบบบำนาญก็จะได้รับสิทธิเพิ่มอีกไม่เกิน 200,000 บาท รวมถึงยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่มเติมจากเบี้ยประกันสุขภาพตนเอง บิดามารดา และคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ตามเงื่อนไขต่าง ๆ ทำให้การใช้สิทธิหักลดหย่อนจากประกันเป็นทั้งเกราะคุ้มกันความเสี่ยงในชีวิต และเป็นการวางแผนลดหย่อนภาษีที่ช่วยเพิ่มเงินเก็บ และสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นเลือกประกันลดหย่อนภาษีอย่างไร สามารถใช้บริการวางแผนประกันด้วยตนเอง EASY PROTECT ADVISORY บนแอป SCB EASY ซึ่งให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย การใช้บริการนี้จะแนะนำแผนประกันที่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของแต่ละคน ทำให้การวางแผนลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์ตรงตามความต้องการ ได้ทั้งสิทธิลดหย่อนภาษีและความคุ้มครองที่ตรงใจ